หน้าแรก
 
สร้างบุญอย่างไร..ให้ได้ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๓, ๔ และ ๑๕ พิมพ์
๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

sp540219.jpg

ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๓   มีส้นเท้ายาว
ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๔   มีนิ้วมือและนิ้วเท้าเรียวยาว
ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๑๕  มีกายตรงดุจกายพรหม

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า..
“เมื่อตถาคตเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อนๆ ได้เป็นผู้เว้นจากปาณาติบาต วางแล้วซึ่งศาสตราและอาชญา
มีความละอาย เอ็นดู กรุณา เกื้อกูลแก่สัตว์มีชีวิตทั้งปวง

เพราะกรรมนั้น ๆ ครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์อย่างนี้ จึงได้มหาปุริสลักขณะทั้ง ๓ ข้อนี้
คือ มีส้นเท้ายาว มีข้อนิ้วยาว มีกายตรงดุจกายพรหม ย่อมเป็นผู้มีชนมายุยืนยาวตลอดกาลนาน
สมณะหรือพราหมณ์ เทวดา มาร พรหมก็ตามหรือใครๆ ที่เป็นศัตรูไม่สามารถปลงชีวิตตถาคตเสียในระหว่างได้”


การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นอกจากต้องลงมือแล้ว ยังต้องลงเท้าด้วย ต้องยืนหยัดปักหลักให้มั่น การตั้งท่าทางให้เหมาะที่จะฆ่าคนหรือสัตว์นั้น ไม่ต่างกับท่าเสือตะปบ หรือท่าที่สัตว์อื่นจ้องทำร้ายศัตรูของมัน ครั้นเลิกทำอาการอย่างนี้เสีย จึงได้เท้าที่มีลักษณะสมบูรณ์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าเสือ ช้าง กวาง เก้ง แม้แต่สุนัขก็ตาม ล้วนเคยเกิดเป็นคนมาแล้วทั้งสิ้น แต่ด้วยเหตุที่มีใจดุร้าย เวลาโกรธใครก็แทบจะขย้ำฉีกเนื้อเขากิน ใจก็ขุ่นมัว จึงไม่ได้เกิดเป็นคน ต้องมาเกิดเป็นเสือ ช้าง กวาง เก้ง ฯลฯ แทน

พวกเราถึงแม้ไม่เคยไปทำร้ายใครก่อน แต่ถ้าถูกใครรังแก ก็จะตอบโต้ผูกโกรธ จองเวร ไม่มีลดละ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ตามปกติ แม้เราไม่ได้ไล่ตบยุงก็จริง แต่เราก็ไม่เคยสงสารมัน ไม่เคยนึกเมตตากรุณามัน เพียงแค่มาบินวนเวียนส่งเสียงวู้วี้อยู่ใกล้ๆ เราก็รำคาญ ตบตีเอาถึงตาย สัตว์ตัวโตหน่อย ถ้าทุบตีเตะถีบได้ เราก็ทำทั้งสิ้น ด้วยกรรมนี้ เราจึงได้มือและเท้าที่ไม่สมประกอบไปตามๆ กัน ดังนั้น ถ้าไม่อยากได้มือและเท้าที่มีลักษณะไม่สมประกอบดังที่คนส่วนมากเป็นกันอยู่ ก็จงเลิกฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเสีย แล้วมีเมตตากรุณาให้มากๆ ยิ่งขึ้น

พวกฝรั่งตัวโตกว่า สูงกว่าคนไทยก็จริง แต่หลังของเขาไม่ค่อยจะงอ ส่วนคนไทย ทั้งๆ ที่ตัวเตี้ยกว่า แต่เวลานั่งหลังมักจะงอกันหมด อย่างสงสัยเลย นั่นเป็นผลของเวรปาณาติบาตทั้งสิ้น มีสิ่งที่น่าสนใจจากอานิสงส์ของการไม่ฆ่าสัตว์อีกข้อหนึ่ง คือ มีกายดุจกายพรหม ได้แก่ หลังไม่โก่ง ไม่โค้ง ไม่งอ อกผาย ไหล่ผึ่ง มีบุคลิกสง่างาม

เราลองสังเกตดูที่เรียกว่า สัตว์เดียรัจฉาน ภาษาบาลีใช้คำว่า “ดิรัจฉาน” แปลว่า “ขวางทาง” เหตุที่ใช้คำนี้ก็เพราะกระดูกสันหลังของสัตว์ขวาง คือ ขนานกับพื้น แต่กระดูกสันหลังของคนตั้งฉากกับพื้น ใครที่หลังงอๆ แสดงว่าเริ่มจะขวางแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะเวรปาณาติบาตที่เคยก่อไว้ มันเริ่มถ่วงตัวลงไป เพราะฉะนั้น ใครที่มีอาชีพฆ่าสัตว์หรือเป็นนักล่าสัตว์ เลิกเสียนะ ไม่เช่นนั้นนานๆ ไปหลังจะเริ่มขนานกับพื้น แม้จะพยายามยืดก็ยืดไม่ขึ้น จะเป็นพวก “ขวางทาง” ไปนะ

เป็นอันว่าการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แล้วมีเมตตากรุณา จะทำให้ได้ลักษณะที่ดีถึงสามอย่าง คือส้นเท้ายาว นิ้วยาว ทำให้มีสปริงดี และกายตรง ไม่คด ไม่ค้อม ไม่งอ ยิ่งกว่านี้ ยังมีอานิสงส์ติดตัวต่อไปอีกว่า ย่อมเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาว นั่นก็หมายความว่า คนที่อายุสั้น ก็เพราะฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไว้มาก ไม่เพียงเท่านี้ พระองค์ตรัสว่า “ใครๆ ที่เป็นศัตรู ก็ไม่สามารถปลงชีวิตของเราในระหว่างเสียได้” ซึ่งก็หมายความว่ามีอายุยืน ใครๆ ก็ฆ่าไม่ได้นั่นเอง

สำหรับเรื่องนี้ อาตมามีของแถมอยู่เรื่องหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อเริ่มสร้างวัดพระธรรมกายใหม่ๆ ก็ถูกคนพาลรังแกมากเหมือนกัน เป็นต้นว่าเรือที่ใช้อยู่ในวัด ลอยอยู่ในคูในวัดแท้ๆ  ก็ถูกลักขโมยไป ครั้นซื้อมาใหม่เอาชันยาไว้ ยังไม่ได้เข็นลงน้ำ คว่ำตากไว้หน้าสำนักงาน ตกกลางคืนก็ถูกยกเอาไปอีก ตอนนั้นอาตมายังไม่ได้บวช มาอยู่ลำพังคนเดียว นึกแค้นเหมือนกันจึงลงมือสืบ คิดว่าถ้ารู้ตัวแน่จะต้องฆ่าเสียก่อน ส่วนเรื่องบุญขอเอาไว้ทีหลัง คุณยายท่านตั้งใจจะให้สติอาตมา ท่านรู้ว่ากำลังโกรธจัด ถ้าบอกตรงๆ เกรงว่าคงไม่ฟัง

วันหนึ่งอาตมานั่งสมาธิกับท่าน เมื่อเลิกนั่งแล้วยังเห็นท่านนั่งพนมมือเงียบอยู่นาน จึงได้ถามว่าท่านอธิษฐานอะไร คุณยายตอบว่า ท่านอธิษฐานว่า เกิดไปกี่ภพกี่ชาติเบื้องหน้าด้วยบุญที่ยายตั้งใจสร้างมาดี ต่อให้ใครๆ ยกมาเป็นกองทัพ ก็ไม่สามารถฆ่ายายได้และก็ขออย่าให้ยายได้ไปฆ่าใครเลย คำพูดเท่านี้ ถึงกับทำให้อาตมาเย็นสันหลังวาบ นี่ท่านรู้ใจเรา รู้ว่าเรากำลังคิดร้าย อาตมาก็เลยพนมมือสาธุ พลอยยกโทษให้เจ้าคนพาลไป คุณยายท่านมีวิธีเตือนลูกศิษย์ของท่านดีอย่างนี้ ท่านเกรงว่าลูกศิษย์จะอายุสั้น หรือติดคุกติดตะราง แล้วยังอาจจะได้ลักษณะดิรัจฉานเป็นเครื่องขวางทางพระนิพพานอีก

จากนั้นเป็นต้นมา อาตมาก็ยึดหลักที่คุณยายได้ให้ไว้นี้ ในช่วงก่อนบวช ถ้าวันใดเกิดรู้สึกโกรธใครขึ้นมาสุดฤทธิ์ ก็จะรีบนั่งสมาธิ แล้วอธิษฐานขอให้สามารถมีสติเตือนตนเองได้ว่า ชาตินี้อย่าได้คิดฆ่าใครเลย


* * * * * ติดตามวิธีสร้างบุญอย่างไรให้ได้ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๕ และ ๖ ได้ในตอนต่อไป * * * * *

ขอขอบคุณ หนังสือ “ลักษณะมหาบุรุษ”
ปาฐกถาธรรมของพระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทตฺตชีโว
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org