หน้าแรก
 
เกิดแล้วแม่ไม่เลี้ยงก็ไม่รอด พิมพ์
๓ ธันวาคม ๒๕๕๔

sp541204.jpg

แค่ได้แม่ที่เป็นคนอย่างเดียว ก็นับว่ามีบุญมากกว่าสัตว์ทั้งหลายในโลกอยู่แล้ว แต่พวกเรายังได้มากกว่านั้น คือ ได้ท่านเลี้ยงดูเรามาอย่างดีอีกด้วย

เคยถามตัวเองบ้างไหมว่า วันที่เราคับขันที่สุดในชีวิตน่ะวันไหน?

บางคนบอกว่าวันที่เจ็บไข้ได้ป่วยปางตาย
บางคนบอกว่าวันที่ล้มละลายไม่มีเงินทองติดตัวเลย
บางคนบอกว่าวันที่คับขันที่สุด คือ วันที่ศัตรูตามล่าเอาชีวิต
จริง ๆ แล้วไม่ใช่ วันที่คับขันที่สุดในชีวิตของคน คือ วันเกิด

ทำไมจึงว่าคับขัน?

ที่ว่าคับขันก็เพราะว่า วันนั้นตอนที่เราออกจากท้องแม่มาใหม่ๆ น่ะ ถามว่ามีแรงไหม? ไม่มี! แรงจะลืมตายังไม่มีเลย ตัวแดงแจ๋ เจ็บเนื้อเจ็บตัวแทบขาดใจ จะร้องให้ใครช่วย ก็ไม่รู้จะร้องว่าอย่างไร

บางคนไม่มีแรงจะร้องแว้ๆ เสียด้วยซ้ำ ได้แต่เอ๊าะ ๆ แอ๊ะ ๆ ไปอย่างนั้น ผ้าผ่อนที่จะเป็นสมบัติติดตัวมาสักชิ้นก็ไม่มี ล่อนจ้อนมาทุกคน นี่ถ้าแม่ไม่ส่งให้ละก็ไม่มีทางเลย

วันนั้นอาหารก็ไม่มีเป็นของตนเอง ไม่ได้น้ำนมจากอกแม่ก็ตายแล้ว ไม่ต้องมาก เพียงแค่แม่ไม่คิดว่าเป็นลูก ท่านว่าขับถ่ายออกมาเหมือนอุจจาระปัสสาวะ แล้วก็โยนเผละใส่กองขยะ ป่านนี้พวกเราคงตายไปแล้ว ไม่ได้มานั่งอยู่นี่หรอก เพราะตามธรรมดาคนเรานั้น ถ้ามีเหตุเภทภัยเกิดขึ้น เขาก็จะดิ้นรนใช้กำลังขุมใดขุมหนึ่งหรือทั้ง ๔ ขุมนี้เป็นเครื่องต่อสู้คือ ๑. กำลังกาย ๒. ถ้ากำลังกายไม่พอ ก็เอากำลังทรัพย์สินเงินทองไปสู้ ไปจ้างนักเลง ไปจ้างคนอื่นมาช่วย ถ้ากำลังกายก็แล้ว กำลังเงินก็แล้ว ยังสู้ไม่ไหวอีก ก็ต้องใช้กำลังขุมที่ ๓ คือ กำลังญาติ กำลังพวกพ้อง ให้มาช่วยกันต่อสู้ แล้วก็ใช้กำลังขุมที่ ๔ คือ กำลังสติปัญญาของตนวางแผนบงการเอาชนะ หรือเอาชีวิตรอดให้ได้

ถามว่า เด็กเกิดใหม่มีขุมกำลังทั้ง ๔ อยู่บ้างไหม?

ไม่มีเลย มีอยู่อย่างเดียว คือ ประกาศิตจากแม่ว่า นี่ลูกฉัน เท่านั้นเอง จึงมีมืออีกหลาย ๆ มือยื่นเข้ามาช่วยเหลือ แล้วเราก็ค่อย ๆ โตวันโตคืนขึ้นมา แต่กว่าจะโตขึ้นมาพอช่วยเหลือตนเองได้นี่ แม่ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดทีเดียว ถามตัวเองดูว่า การที่จะยื่นมือไปรับเด็กอายุวันเดียวเข้ามาเลี้ยง จนกระทั่งโตนี่ง่ายไหม? ไม่ง่ายเลย แต่แม่เราก็ทนเลี้ยงเรามาจนโตได้ น้ำใจของท่านเหลือหลายจริง ๆ

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org