หน้าแรก
 
บารมี ๑๐ ประการ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิมพ์
๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

sp550207.jpg

               พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงสะสมความดีไว้มาก ทรงระลึกชาติและตรัสเล่าไว้ว่า ตลอดภพชาติอันยาวนานในอดีต ทรงสะสมบุญบารมีไว้ถึง ๑๐ ประการ เรียกว่า ทศบารมี ดังนี้

๑. ทานบารมี คือ บารมีที่เกิดจากการให้ทาน พูดง่ายๆ "ใจกว้างเหมือนทะเล" มีอะไรก็ช่วยกัน แบ่งปันกันไป ไม่หวงกินหวงใช้ เสียสละกันไป อย่าว่าแต่ข้าวของสมบัตินอกกายเลย แม้แต่เลือดเนื้อชีวิตก็สละได้ อาจเปรียบกับคนในยุคนี้ เช่น บางคนเคยสละโลหิตไปให้คนอื่นหลายต่อหลายครั้ง

๒. ศีลบารมี คือ ความบริสุทธิ์ของกาย วาจา ใจ ที่ตั้งใจรักษาไว้อย่างดีขนาดเอาชีวิตเลือดเนื้อเป็นเดิมพัน ถ้าจะให้ทำลายศีลแล้ว ยอมตายเสียดีกว่า ผู้ที่จะเป็นพระพุทธเจ้าได้ จะต้องมีความบริสุทธิ์ถึงขนาดนี้

๓. เนกขัมมบารมี คือ การตัดอาลัยจากเรื่องครอบครัว แล้วออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อเป็นผู้สร้างสันติสุขแก่ส่วนรวม

๔. ปัญญาบารมี คือ ศึกษาให้แจ้งทั้งทางโลกทางธรรม สมฐานะของพระสัพพัญญู ศาสดาผู้รู้แจ้งในโลก

๕. วิริยะบารมี คือ มีความเพียร ซึ่งมิใช่หมายถึงเพียรทำมาหากิน แต่เพียรที่จะขัดเกลานิสัย ชำระล้างกิเลสออกจากตนเอง รู้ว่านิสัยอย่างไรไม่ดีก็เลิกเสีย บำเพ็ญเพียรสร้างความดีให้ยิ่งขึ้นไป มีความเพียรอย่างยิ่งยวดขนาดเอาชีวิตเป็นเดิมพันทีเดียว

๖. ขันติบารมี คือ มีความทรหดอดทนเป็นเลิศ แม้จะถูกล้างผลาญชีวิต ก็อดทนไม่โกรธ ทนเพื่อความดีอย่างเอาชีวิตเข้าแลก

๗. สัจจบารมี คือ มีความจริงใจต่อการปฏิบัติธรรม ต่อการทำความดี

๘. อธิษฐานบารมี คือ อธิษฐานตั้งมั่นต่อการทำความดี มีโครงการระยะยาวอย่างมั่นคง ทำตามปณิธานนั้นอย่างแน่วแน่ ถ้าไม่สำเร็จในชาตินี้ ก็จะทำต่อไปในชาติหน้าจนถึงที่สุด

๙. เมตตาบารมี คือ มีจิตปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นมีความสุข ไม่ผูกโกรธใคร ถึงจะถูกตามจองล้างถึงชีวิตก็ไม่ถือโทษไม่เคืองแค้นใคร เปี่ยมด้วยความปรานีต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อสัตว์โลกทั้งหลาย ถือเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมด

๑๐. อุเบกขาบารมี คือ มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม มั่นคง เหมือนภูเขาไม่เขยื้อนด้วยแรงลม

               ทรงบำเพ็ญความดี รักษาความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ เป็นปี หลายภพ หลายชาติ ฉะนั้น บารมีทั้ง ๑๐ ทัศ จึงเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ จากชั้นบารมี เป็นอุปบารมี และปรมัตถบารมีตามลำดับ จนครบถ้วน ๓๐ ทัศ หรือที่เรียกว่า บารมี ๓๐ ทัศ

               ในชาติสุดท้ายที่ท่านเกิดเป็นพระเวสสันดรนั้น เนื่อง จากท่านสะสมบุญมามาก จึงเลือกได้เลยว่า จะเป็นเทวดาชั้นใดก็ได้ ท่าน ไปเกิดเป็นเทวดาอยู่ในชั้นดุสิต ซึ่งเป็นชั้นที่อยู่ของนักสร้างบารมีทั้งหลาย


ความยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระภาวนาวิริยคุณ


แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org