หน้าแรก
 
คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน พิมพ์
๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕

sp550505.jpg

               กาลครั้งหนึ่ง มีพระราชาองค์หนึ่งเดินทางเพื่อไปเยี่ยมเยียนราษฎร โดยมีทหารรับใช้หลายนายติดตามไปด้วย และมีทหารที่เดินเท้าติดตามนายหนึ่ง ตะโกนออกมาตลอดทางว่า

               “คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”
               “คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”
               “คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”

               ซึ่งเป็นเพราะว่า มีทหารระดับเดียวกันไม่ต้องเดินท้า แต่ขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวร่มกับพระราชา คอยพัดวีให้ จึงทำให้พลทหารเดินเท้าผู้นี้เกิดความไม่พอใจ ทั้งๆที่ระดับเดียวกัน แต่ทำไมจึงมีความแตกต่างกัน

               “คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”
               “คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน”

               จนมาถึงที่พักแห่งหนึ่ง พระราชาจึงให้พลทหารผู้นั้นเขาเฝ้าและสอบถาม
              
               พระราชา : ตลอดเวลาที่เดินทาง เราได้ยินเจ้าตะโกนว่า คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน เจ้าหมายความว่าอย่างไร
              
               ทหาร ๑ ได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมพูดจา
               พระราชา : งั้นเจ้าลงไปดูซิว่า ข้างล่างเนี่ยมันมีอะไร

               ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็ว พร้อมกลับเข้ามาในเวลาไม่นาน แล้วรายงานต่อพระราชาว่า

               ทหาร ๑ : มีไก่อยู่พะย่ะค่ะ
               พระราชา :  แล้วมีกี่ตัวล่ะ

               ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามารายงานต่อว่า

               ทหาร ๑ : มีไก่อยู่ ๕ ตัวพะย่ะค่ะ
               พระราชา : อืม.. แล้วมีตัวเมียกี่ตัว ตัวผู้กี่ตัวล่ะ

               ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามารายงานต่ออีกครั้งว่า
               ทหาร๑ : เป็นตัวเมีย ๓ ตัว ตัวผู้ ๒ ตัวพะย่ะค่ะ
               พระราชา : อืม.. แล้วตัวเมียเนี่ย มีสีอะไรบ้าง

               มิชักช้า ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามาโดยมีอาการเหนื่อยหอบ และรายงานต่อว่า
               ทหาร ๑ : ตัวเมีย ๓ ตัว ทุกตัวมีขนสีดำเป็นหลัก แต่มีตัวเมียอยู่ตัวหนึ่ง มีขนสีเขียวและส้มขึ้นแซมพะย่ะค่ะ
               พระราชา : อืม.. แล้วไก่เหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ

               โดยมิชักช้า ทหารผู้นั้นจึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พร้อมกลับเข้ามาโยมีอาการเหนื่อยหอบ และรายงานต่ออีกว่า

               ทหาร ๑ : ไก่กำลังคุ้ยเขี่ยอาหารอยู่พะย่ะค่ะ
               พระราชา : อืม...

               ทันใดนั้น พระราชาจึงเรียกทหารผู้ที่ได้นั่งอยู่บนเกี้ยวระหว่างเดินทางเข้ามา
               ทหาร ๒ : มีธุระอันใดให้กระหม่อมได้รับใช้พะย่ะค่ะ
               พระราชา : เจ้าลองลงไปดูทีซิว่า ข้างล่างเนี่ยมันมีอะไร

               ทหาร ๒ จึงรีบรุดไปดูอย่างรวดเร็ว พร้อมกลับเข้ามาและรายงานต่อพระราชาว่า

               ทหาร ๒ : มีไก่อยู่ ๕ ตัวพะย่ะค่ะ เป็นตัวเมีย ๓ ตัว ตัวผู้ ๒ ตัว กำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่พะย่ะค่ะ และนอกจากนั้น ทุกตัวมีขนสีดำเป็นหลัก แต่มีตัวเมียอยู่ตัวหนึ่งมีขนสีเขียวและส้มขึ้นแซม สวยงามมากพะย่ะค่ะ และเท่าที่สังเกตดู จะมีตัวเมียอยู่ตัวหนึ่งที่คาดว่า รุ่งเช้าพรุ่งนี้น่าจะออกไข่พะย่ะค่ะ

               จากนั้น พระราชาจึงหันไปทางทหาร ๑ ผู้นั้น แล้วกล่าวว่า “คราวนี้เจ้ารู้แล้วหรือยังล่ะว่า ทำไมคนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน” ฝ่ายทหารผู้นั้นจึงได้แต่ก้มหน้านิ่ง

               เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หลายๆครั้งและหลายๆคน ชอบนำตนไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น โดยมองเพียงมุมเดียว คือ มุมที่มองแล้วตนเองได้เปรียบ หากเรามองอะไรก็ตามทั้งสองด้าน ก็จะพบว่า คนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันนั้น เป็นความแตกต่างที่เราควรจะยอมรับ และนอกจากนั้นแล้ว ยังไม่ได้พิจารณาให้ถ่องแท้ว่า จริงๆ แล้วผู้อื่นนั้นมีอะไรดีกว่าตัวเราเองหลายอย่าง

               “อันที่จริงทุกคนเกิดมา มีความสามารถของมันสมองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่มันขึ้นอยู่กับความเพียรพยายมส่วนตัว ที่ทำให้เรา “เป็นต่อเป็นรอง” กันมากในชีวิต”

 

รวมเรื่องสั้นแสนประทับใจ

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org