หน้าแรก
 
ลักขณชาดก พิมพ์
๑ กันยายน ๒๕๔๙

อายาจิตภัตตชาดก

ชาดกว่าด้วยการฆ่าสัตว์ แก้บน

 

 

สถานที่ตรัสชาดก

เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี

 

สาเหตุที่ตรัสชาดก

พระภิกษุเห็นชาวบ้านชาวเมืองพากันฆ่าสัตว์แก้บน หลังจากเดินทางไปค้าขายต่างเมืองกลับมาโดยปลอดภัยและได้กำไรดี จึงพากันไปกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า การฆ่าสัตว์แก้บนจะได้บุญหรือ

พระพุทธองค์ทรงตรัสตอบว่า ไม่ได้บุญเลยพร้อมกับทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติ ญาณนำอายาจิตภัตตชาดก มาตรัสให้ฟัง ดังนี้

เนื้อหาชาดก

ในอดีตกาล มีพ่อค้าคนหนึ่งจะเดินทางไปค้าขายยังเมืองไกล จึงพาบริวารมากราบไหว้ต้นไทรใหญ่หน้าบ้านของตน อธิษฐานขอให้เทพยดาที่สิงสถิตอยู่ช่วยปกป้องคุ้มครองตนเองและพวกพ้องให้เดินทางโดยปลอดภัย ค้าขายได้กำไรงาม เมื่อกลับมาแล้วจะแก้บนให้ยิ่งใหญ่ทีเดียว

ก่อนออกเดินทาง พ่อค้าได้ตระเตรียมการอย่างรอบคอบ จากนั้น จึงนำสินค้าบรรทุกเกวียนออกเดินทางไป ระหว่างทางได้ใช้เสบียงอาหารอย่างประหยัด เวลากลางคืนก็จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็ง เนื่องจากพ่อค้าได้ศึกษาสภาพภูมิอากาศ และการทำมาหากินของคนในเมืองนั้นตั้งแต่ก่อนออกเดินทางแล้วว่าเป็นอย่างไร จึงได้นำสินค้าที่หายากและมีราคาแพงสำหรับที่นั่นไปขาย บางอย่างก็เป็นของแปลกใหม่ พ่อค้าวาณิชและชาวเมืองทั้งหลายจึงพากันมาอุดหนุนอย่างคับคั่ง เขาจึงขายสินค้าได้กำไรงามสมดังที่หวังไว้

เมื่อขายสินค้าที่นำไปจนหมดแล้ว เขาก็ซื้อสินค้าที่เป็นที่ต้องการของชาวเมืองของเขา บรรทุกเกวียนกลับมาค้าขายหากำไรต่อไปอีกด้วย

ตลอดทางกลับบ้านเที่ยวนั้นพ่อค้าสุขใจยิ่งนัก เขาระลึกถึงคุณของเทวดาที่ได้ช่วยปกป้องคุ้มครองตนและบริวารให้ปลอดภัย และค้าขายได้กำไรงาม ขณะเดียวกัน ข่าวการกลับมาของพ่อค้าก็แพร่กระจายไปสู่เพื่อนบ้านเรือนเคียงกันอย่างรวดเร็ว ต่างพากันมาต้อนรับและแสดงความยินดี

พ่อค้าได้สั่งบริวารให้ฆ่าแพะ แกะ เป็น ไก่ พร้อมทั้งนำอาหารคาวหวานอีกมากมายมาแก้บนที่ต้นไทรใหญ่หน้าบ้าน

ขณะนั้น ณ ต้นไทรใหญ่ รุกขเทวดาก็ปรากฏร่างขึ้นพร้อมกับถามว่า

“ท่านวาณิช ท่านฆ่าสัตว์มากมายเพื่ออะไรกัน?”

เมื่อพ่อค้าและบริวารตลอดจนฝูงชนที่อยู่ ณ ที่นั่น เห็นรุกขเทวดาปรากฏร่าง ก็ก้มลงกราบอย่างนอบน้อม พ่อค้ากล่าวขึ้นว่า

“พวกข้าพเจ้าค้าขายได้กำไรงาม ทั้งการเดินทางก็ราบรื่นปลอดภัย เพราะได้บารมีของท่านช่วยคุ้มครอง พวกข้าพเจ้าจึงตอบแทนพระคุณตามที่ได้บนไว้แต่แรก”

รุกขเทวดาได้ฟังก็หัวเราะและกล่าวว่า

“พุทโธ่เอ๋ย! พวกท่านเข้าใจผิดเสียแล้ว ตลอดเวลาเราก็อยู่ที่ต้นไทรนี้ ไม่ได้ติดตามไปช่วยอะไรใครเลย ที่ท่านเดินทางโดยปลอดภัย และค้าขายได้กำไรงามนั้น เป็นเพราะความสามารถของท่านเองต่างหากเล่า ไม่ใช่เพราะเราหรอก”

“เราขอเตือนว่า ถ้าท่านปรารถนาจะแก้บน ก็จงแก้ด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเถิด เมื่อท่านละโลกนี้ไปแล้ว ท่านก็จะพ้นทุกข์ในโลกหน้า คือ ไม่ต้องไปตกอยู่ในอบายภูมิทั้ง ๔ แต่ถ้าท่านแก้บนด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก็เท่ากับจะยิ่งติดเข้าไปในความทุกข์หนักขึ้นไปอีก เพราะเป็นการก่อบาปกรรม ผู้มีปัญญาจึงไม่ทำเช่นนี้ วิธีนี้เป็นวิธีของคนพาลโดยแท้”

รุกขเทวดาได้แจกแจงโทษของการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้วก็อันตรธานหายไป พ่อค้าพร้อมทั้งบริวารและเพื่อนบ้านได้ฟังแล้วต่างพากันกลัวบาป เลิกการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เมื่อละโลกแล้ว ต่างได้ไปเกิดในสุคติภพตามกำลังแห่งกรรมดีของตนโดยทั่วหน้ากัน

ประชุมชาดก

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมชาดกว่า

รุกขเทวดา ในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระองค์เอง

ข้อคิดจากชาดก

๑. ผู้ที่ฆ่าสัตว์ ไม่ว่าจะโดยเหตุผลใดก็ตาม ย่อมไม่ได้บุญเลย แต่กลับจะได้รับทุกข์ เพราะเป็นการก่อบาปก่อเวรให้ตนเองทั้งสิ้น

๒. การทำพลีกรรมด้วยดอกไม้ธูปเทียน หรือถวายทานแด่พระภิกษุสามเณร แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ เป็นการบวงสรวงเทวดาอย่างถูกวิธี เรียกว่า เทวตาพลี

๓. การบนบานศาลกล่าว เป็นเรื่องของคนงมงายไร้เหตุผล เพราะเมื่อบุคคลประกอบเหตุที่ดีไว้แล้ว คือ ตั้งใจทำงานด้วยความมีสติรอบคอบแล้ว ย่อมได้รับผลสำเร็จอย่างแน่นอน

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๑ กันยายน ๒๕๔๙ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org