หน้าแรก
 
ร่วมพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำ พิมพ์
๖ กันยายน ๒๕๔๙

sp490907.jpg

     วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 ซึ่งในปี พุทธศักราช 2549 นี้ตรงกับวันที่ 7 กันยายน ตรงกับที่เป็นวันคล้ายแห่งการเข้าถึงธรรมกายของหลวงปู่วัดปากน้ำ(พระมงคลเทพมุนี) เมื่อกว่า 89 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจากวันนั้นจนถึงบัดนี้ วิธีการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายแห่งองค์พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้แผ่ขยายไปทั่วโลก และเมื่อบุคคลใดได้พิสูจน์ ด้วยการประพฤติปฏิบัติจนสามารถเข้าถึงธรรมกายแล้ว ย่อมจะตระหนักในคุณค่าแห่งพระรัตนตรัย เพราะการเข้าถึงธรรมกาย คือสิ่งที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงแก่นแท้แห่งพระธรรม

คำว่า"ธรรมกาย"เป็นสิ่งที่มีมาแล้วแต่สมัยพุทธกาล ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกอยู่หลายแห่ง แต่การปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกายนั้น ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีการอธิบายให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง จนกระทั่งหลวงปู่วัดปากน้ำท่านได้ปฏิบัติจนรู้วิถีทางที่จะเข้าถึงธรรมกายได้ ท่านจึงได้ชื่อว่าเป็น"ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย" พร้อมทั้งเอาแนวการปฏิบัติเพื่อการเข้าถึงธรรมแห่งองค์พระศาสดามาเผยแผ่แก่ชาวโลกในยุคปัจจุบัน

หลวงปู่วัดปากน้ำท่านจึงมีศิษย์มาเข้ารับการอบรมสั่งสอนเป็นจำนวนมาก กอปรด้วยคุณธรรมและเมตตาธรรมของท่านเป็นที่ปรากฏแก่ชนทั้งหลาย แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว ก็ยังมีการสอนสืบแนวปฏิบัติต่อมาอย่างไม่ขาดสาย

สมัยที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านยังมีชีวิตอยู่ คำว่า"ธรรมกาย"ดูยังเป็นของใหม่ ยังไม่เป็นที่คุ้นหูของผู้คนเท่าใดนัก บางคนก็ไม่สนใจ แต่บางคนก็กลับคิดไปว่าหลวงปู่ท่านคิดบัญญัติขึ้นมาใหม่ เป็นการอุตริบัญญัติขึ้นใช้ตามแนววิธีการสอนของท่าน บางคนก็ว่าท่านอวดอุตริมนุสสธรรม บางคนก็พูดเหยียดหยามว่าใครอยากเป็นอสุรกายก็จงไปเรียนธรรมกายที่วัดปากน้ำ เคยมีพระมหาเถระได้ปรารภเรื่องนี้กับหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า


“ คนเช่นเราไม่ใช่ไร้ปัญญา ชั่วก็รู้ ดีก็เห็น เราจะฆ่าตัวเราเองเพราะความปรารถนาทำไม ที่เขาพูดหาว่าเราอย่างนั้น บางคนคงจะไม่รู้จักคำว่า"ธรรมกาย" มี อยู่ที่ไหน หมายเอาใคร เขาอาศัย ความไม่รู้มาว่าเราผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อผู้ไม่รู้มาติเตียนเรา ความไม่รู้ของเขาจะลบล้างสัจจธรรมของพระพุทธศาสนาได้อย่างไร ถ้าจะลบก็ลบได้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าดวงแก้วของพระพุทธศาสนาก็จะเปล่งรัศมีให้ผู้มีปัญญาเห็นด้วยสายตาของตนเอง ฯ

การที่เราทั้งหลายร่วมกันบูชาคุณและสรรเสริญคุณของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ (พระมงคลเทพมุนี) นั้นนอกจากจะเป็นการบูชาพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้ว ยังเป็นการบูชาพระธรรม อันเป็นสิ่งพิสูจน์ยืนยันว่าพระธรรมเป็นสิ่งที่ประพฤติปฏิบัติได้จริง และก่อให้เกิดความดีแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติจริง จนบุคคลธรรมดากลายเป็นบุคคลผู้มีคุณธรรมสูงส่ง เป็นที่ยกย่องบูชากราบไหว้ของมหาชนทั่วไป และในที่สุดก็เป็นการบูชาสักการะในพระพุทธองค์ ผู้ตรัสรู้และจำแนกธรรม นำเอาความประเสริฐนี้ออกเผื่อแผ่แก่ชาวโลก ยังให้เกิดความสุขความเจริญ นำไปสู่สันติสุขอันแท้จริงแก่โลกได้ ดังนั้น การบูชาบุคคลผู้ควรบูชา และการพึ่งในสิ่งที่เป็นสรณะที่แท้ ย่อมจะยังให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตได้อย่างสูง สมควรค่าแห่งการได้เกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้อย่างแท้จริง

กัลยาณมิตรทั้งหลายจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่รู้จักบูชาบุคลผู้ควรบูชา เป็นผู้นำตนไปสู่สิ่งที่ประเสริฐ ตั้งแต่การบูชากราบไหว้พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ยังให้เกิดเห็นคุณค่าแห่งพระธรรม และน้อมนำจิตให้รำลึกถึงองค์สมเด็จพระบรมศาสดา มุ่งมั่นที่จะประพฤติปฏิบัติตามเพื่อการเข้าถึงธรรมกายภายในตนสืบต่อไป

 

ในปี พ.ศ. 2537 เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งจากภายในและต่างประเทศ ได้ร่วมใจกันหล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำบริสุทธิ์ ขนาดเท่าครึ่งของตัวจริงขึ้น เพื่อไว้สักการบูชาและให้ได้เป็นกำลังใจปฏิบัติสมาธิภาวนา เพื่อให้เข้าถึงวิชชาธรรมกายแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้ว และในวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2549 นี้ จะได้มีพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำนี้ มาประดิษฐานเป็นการถาวร ณ ศูนย์กลางของมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี

พิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี ประดิษฐาน ณ มหาวิหารฯ

เพื่อมารำลึกถึงพระคุณของพระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ผู้ได้อุทิศชีวิตเพื่องานพระพุทธศาสนา มาร่วมในขบวนอัญเชิญรูปหล่อทองคำของท่าน มาร่วมเป็นสักขีพยานในความมุ่งมั่นสามัคคีของเหล่าศิษยานุศิษย์ แล้วมาช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ให้เป็นที่พึ่งแก่ชาวโลก สมกับที่ทุกคนได้เกิดมาสร้างบุญ สั่งสมบารมีกันโดยแท้

กิจกรรมในวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2549 เริ่มขึ้นในเวลาประมาณ 09.30 น. ร่วมกันสวดมนต์ - นั่งสมาธิ
10.45 น. ท่านประธานสงฆ์กล่าวนำศิษยานุศิษย์ “บูชาครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย”
11.00 น. ถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน
11.10 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30 น. ร่วมกันนั่งสมาธิ กลั่นกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ และรับฟังพระธรรมเทศนา

15.40 น. ทุก ๆ ท่านเข้าร่วมในขบวนอัญเชิญรูปหล่อทองคำ พร้อมริ้วขบวนรัตนะเจ็ด เวียนประทักษิณ รอบมหาธรรมกายเจดีย์
19.00 น. สวดมนต์-นั่งสมาธิ และประกอบพิธีประดิษฐานรูปหล่อทองคำ ภายในมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี
จะเสร็จพิธี เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้มาร่วมงานรับเหรียญ “ปราบมารทองคำสำเร็จ” เป็นเหรียญของขวัญ เป็นเครื่องตามระลึกนึกถึงบุญที่ได้ร่วมกันบำเพ็ญแล้วในครั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับบ้าน

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๖ กันยายน ๒๕๔๙ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org