ชาวสุรินทร์
พร้อมใจกัน
เทเหล้าเผาบุหรี่



...ชาวจังหวัดสุรินทร์ รวมพลังสร้างความดี จัดเทเหล้า เผาบุหรี่ โดยที่หน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ ทหาร สาธารณสุข ตำรวจตระเวนชายแดน การศึกษานอกโรงเรียน ลูกเสือชาวบ้าน สรรพสามิต ตลอดจนพ่อค้า ประชาชนและนักเรียน นิสิต นักศึกษาทุกฝ่าย ต่างก็ให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพราะเห็น พ้องต้องกันว่า เราชาวสุรินทร์ ต้องเลิกดื่มสุรา และจะกำจัดเหล่าสุรา ให้หมดไปจากเมืองสุรินทร์
พระเทพปัญญาเมธี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ได้ เมตตามาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และเป็นองค์ประธานเผาบุหรี่ ซึ่งก่อนวันงาน ท่านได้ให้ สัมภาษณ์ออกอากาศ ผ่านรายการวิทยุทางคลื่น FM.97.5 จ.สุรินทร์ ท่านได้เทศน์เรื่องโทษและพิษภัยของเหล้าและบุหรี่ พร้อมกับเชิญชวนให้ ทุกคนมาร่วมเทเหล้า เผาบุหรี่กันในวันรุ่งขึ้น

 

 

...ท่านได้กล่าวว่า เอ้อ! ไม่รู้..ใครเป็นคนพูดว่า มาสุรินทร์ ต้องกินสุรา อายเขา เสียชื่อมากเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สุรินทร์ นายเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ ได้กล่าวว่า นี่เป็นกิจกรรมที่ดีมากครับ เหล้ากับบุหรี่ก่อให้ เกิดปัญหาขึ้นในสังคมมาก ยิ่งถ้าทุกจังหวัดจะเริ่ม จัดบ้าง ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะว่ามันเป็นผล ดีต่อเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดนั้นๆ โดย ส่วนตัวผมแล้ว ผมอยากยกเอางานนี้ ขึ้นมาเป็น งานประจำจังหวัด อยากจะจัดทุกๆ ปีเลยครับ

 

 


...น.พ.ชรัตน์ วสุธาดา นายแพทย์สาธารณสุข จ.สุรินทร์ กล่าวว่า งานนี้ได้รับความร่วมมือจาก ท่านผู้ว่าฯ และท่านเจ้าคณะจังหวัด ท่านทั้งสอง ช่วยกันผลักดัน เพราะเห็นว่าโครงการนี้เป็น โครงการที่มีประโยชน์ เป็นผลดีกับคนสุรินทร์ โดยตรง อย่างอาจารย์ในโรงเรียนท่านหนึ่ง ก็ ประกาศออกมาเลยว่า เลิกเด็ดขาด เพราะเคย ถามเด็กนักเรียนว่า เขาอยากได้ครูแบบไหน? ครูในดวงใจเป็นแบบไหน? ซึ่งมันก็สะท้อนให้ เห็นว่า จริงๆ แล้ว เด็กหรือเยาวชนของเรา ไม่อยากเห็นผู้ใหญ่ ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ เหมาะสม กัลฯนิศารัตน์ ธัญญปกรณ์ศิริ ตัดใจ เอาเหล้าที่เก็บมานานมาร่วมเทด้วย เทเสร็จเผา เสร็จ ก็มาต่อด้วยการทุบและทำลาย ลูกๆ ชาว สุรินทร์ก็มีวิธีจัดการกับบรรดากระป๋องเบียร์เหล่า นี้ให้บี้แบนด้วยวิธีพิเศษของพวกเราเจ้าค่ะ ถ้า เห็นภาพแล้วจะภาคภูมิใจ ที่ช้างสุรินทร์ได้เหยียบ ภาชนะใส่สุรา ซึ่งงานนี้ช้างสุรินทร์ขอใช้เท้า เหยียบเองเลย พอเสร็จพิธีตรงนี้ ทั้งคนทั้ง ช้างก็เริ่มเดินขบวนแห่ไปรอบๆ เมือง มีทั้ง ขบวนดุริยางค์ ขบวนธง ขบวนช้าง และขบวน กลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนต่างๆ แล้วเดินทางกลับ มายังวัดศาลาลอย เมื่อพิธีสำเร็จเสร็จเรียบร้อย ทุกๆ ฝ่ายทั้งหน่วยราชการ พ่อค้า ประชาชน ตลอดจนนิสิตนักศึกษาต่างก็ประทับใจกันถ้วน หน้า ต่างอยากจะให้จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัด ตัวอย่าง และอยากจะให้จัดขึ้นทุกๆ ปี