เมื่อสั่งสมบุญเต็มเปี่ยม ความอัศจรรย์ย่อมบังเกิดขึ้น

วันที่ 05 กค. พ.ศ.2560

เมื่อสั่งสมบุญเต็มเปี่ยม ความอัศจรรยย่อมบังเกิดขึ้น,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

เมื่อสั่งสมบุญเต็มเปี่ยม ความอัศจรรย์ย่อมบังเกิดขึ้น

   พวกเราได้มาประพฤติปฎิบัติธรรมร่วมกัน เพื่อแสวงหาหนทางพระนิพพานเช่นเดียวกับบัณฑิตในกาลก่อน มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายเป็นต้น ที่ตลอดชีวิตของท่านได้แสวงหาหนทางพระนิพพานตลอดเวลา ส่วนเรามีชีวิตที่ต้องข้องเกี่ยวกับทางโลกและทางธรรม เราต้องทำมาหากิน ทำงานสร้างบารมี แล้วก็แสวงหาหนทางพระนิพพานไปด้วย ทำไปพร้อมๆกันทุกวัน ทำให้มีชีวิตสมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม ทั้งภายนอกและภายในภายในก็มีธรรมกายชัดใสแจ่มปรากฏอยู่อย่างนี้แหละ จึงจะเป็นชีวิตของบัณฑิตที่แท้จริง ที่ควรแก่การสรรเสริญชื่นชมอนุโมทนา
  
   ฉะนั้น ให้ดีใจเถอะว่า เราได้ดำเนินชีวิตถูกต้องแล้ว มีใจผูกพันอยู่กับพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไวัว่า ผู้ใดมีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย มีศรัทธาตั้งมั่นที่เกิดฃึ๋นจากอริยมรรค คือได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ได้เข้าถึงธรรมกายภายใน ผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้คงที่ แม้เทวดา มาร พรหมหรือใครๆ ในโลกก็ทำให้หวั่นไหวไม่ได้ ท่านเรียกผู้นั้นว่าเป็นบุตรผู้เกิดโดยธรรม คือได้เข้าถึงธรรมกายเหมือนกับพระองค์ท่าน เป็นผู้มีใจตั้งมั่นดีแล้วในพระรัตนตรัย

   เพราะฉะนั้น ธรรมกายหรือพระรัตนตรัยนี่แหละ เป็นสาระ เป็นแก่นสารเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของพวกเราทุกคน ที่จะทำให้เราเข้าถึงความสมบูรณ์ความเต็มเปี่ยมของชีวิต เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเป็นอิสระจากการบังคับบัญชาของพญามาร ของความโลภ ความโกรธความหลง ธรรมกายนี่แหละจะทำให้ความปรารถนาของเราสมหวังได้

    ดังนั้น เราต้องหมั่นประพฤติปฎิบัติธรรม ให้เข้าถึงธรรมกายกันให้ได้ทุกคน ผู้ที่เข้าถึงธรรมกายได้ เขาถึงจะเรียกว่าเป็นผู้มีบุญ ยุคใดสมัยใดที่คนปฏิบัติเข้าถึงธรรมกาย เรียกว่าเป็นยุคของคนมีบุญมาก คือยุคที่มีธรรมกายปรากฏอยู่ในกลางใจมนุษย์ ได้เข้าถึงธรรมกายกัน ตั้งแต่ธรรมกายโคตรภูเรื่อยใปเลยกระทั่งถึงธรรมกายพระโสดาบัน ธรรมกายพระสกิทาคามี ธรรมกายพระอนาคามี กระทั่งถึงธรรมกายพระอรหัต

   หรืออย่างน้อยก็เป็นกัลยาณชน มีศีล ๕ เป็นปกติ หรือเป็นฌานลาภีบุคคล คือผู้มีฌานเป็นปกติ ได้เข้าถึงตั้งแต่ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌานจตุตถฌานเรื่อยใป จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีบุญมาก มีบุญมหาศาลเป็นอสงไขยอัปปมาณังทีเดียว อสงไขยก็แปลว่านับไม่ได้ นับไม่ถ้วน อัปปมาณัง มากมายคือสิ่งที่มากมายนับไม่ถ้วน มากมายทีเดียว มารวมกันอยู่ในตัวของเรานี่แหละ

   ยุคของเรานี่ อาจจะเรียกว่า เป็นยุคของคนมีบุญก็ได้ เพราะมีผู้ประพฤติธรรมกันมากมาย อย่างลูกทุกคนนี่แหละ มีบุญมากที่พยายามปฎิบัติธรรม พยายามฝึกฝนตัวเองให้เข้าถึงพระธรรมกาย มีบุญอยู่ในตัว เนี่องจาก
สร้างบุญอย่างสมาเสมอ สร้างบุญเป็นกิจวัตร เหมือนอย่างลมหายใจเข้าออกที่เป็นปกติ ลูกทุกคนสร้างบุญกันจนเป็นปกติ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาเป็นปกติ

   ถ้าหากเราทำอย่างนี้อย่างจริงจังทุกๆวัน เราก็จะได้เข้าถึงธรรมกายกันหมด และเมื่อเข้าถึงธรรมกายกันหมด ความอัศจรรย์ก็จะบังเกิดขึ้น โอกาสโลกขันธโลก สัตว์โลกก็จะถูกกลั่นให้สะอาดบริสุทธิ์ สัตว์โลกก็ได้แก่จิตใจ ข้นธโลกก็ได้แก่ขันธ์ ๕ ร่างกายของเรานี้แหละ ของมวลมนุษยชาติ โอกาสโลกก็ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมจากตัวของเราออกไปรวมไปถึงบรรยากาศภายนอก จนกระทั่งถึงจักรวาลต่างๆ โน้น ก็จะสะอาดบริสุทธิ์หมดมลทิน เพราะความบริสุทธิ์ที่ออกจากใจของเรา

   เมื่อใจเรามีความบริสุทธิ์เต็มเปี่ยมไปด้วยบุญกุศล ลมหายใจเข้าออกของเรา ขึ้งเป็นตัวเชื่อมสัตวโลกผ่านขันธโลก เชื่อมกับโอกาสโลกถึงจักรวาลต่าง ๆ ลมหายใจของเราก็จะนำกระแสธารแห่งบุญออกมาด้วยแล้วก็จะขจัดสิ่งที่เป็นมลทินต่างๆ ที่มีอยู่ในบรรยากาศให้หมดสิ้นไป ทำให้บรรยากาศบริสุทธิ์ ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไปพอเหมาะพอดีต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม และสิงที่เหนือธรรมชาติก็จะเกิดขึ้น สมบัติต่าง ๆ ก็จะไหลมาเทมาทีเดียว

   สมบัติจักรพรรดิซึ่งเป็นของกลางๆของโลก ใครก็อาจที่จะครอบครองได้ถ้ามีบุญ เมื่อมีบุญมากๆ ถึงในระดับที่มีกำลังพอ ก็จะดึงดูดสมบัติจักรพรรดิมาทีเดียว คำว่าเศรษฐกิจตกต่ำก็จะไม่บังเกิดขึ้นกับโลก หรือกับบ้านเมืองของเรา ประเทศไทยก็จะเป็นปิ่นนานาประเทศ ทุกอย่างจะสมบูรณ์ ไปหมดด้วยอานุภาพแห่งบุญ

    เราหยุดนิ่งไปในกลางของกลางนั้น สัมผัสกับความใสบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้น ณ ภายในกายของเรา ภายในใจของเราที่ใสสว่าง จนกระแสของบุญนั้นรวมตัวกันเป็นดวงใสสว่าง เป็นดวงบุญที่ใสสว่าง คือท่านที่หยุดนิ่งได้สนิท ก็จะเห็นท่อธารของกระแสบุญ ที่เห็นดวงบุญผุดซ้อนขึ้นมาเป็นสายอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ให้เราหยุดนิ่งไปตรงกลางของกลางตรงนี้ให้ดี หยุดในหยุดให้ใจนิ่งให้กระแสบุญผ่านมาหล่อเลี้ยงกาย หล่อเลี้ยงใจของเรา ให้ใจของเราชุ่มอิ่มอยู่ในกระแสของบุญ ให้กายของเราชุ่มอิ่มอยู่ในกระแสของบุญที่ใสสว่าง

   ดวงธรรมภายใน กายภายใน กระแสบุญภายในที่หล่อเลี้ยงกาย วาจาใจของเราเป็นของที่มีจริง การที่เราจะเข้าถึงหรือเห็นสภาวธรรมที่ละเอียดตรงนี้ได้  ใจของเราต้องละเอียดอ่อน ถ้าหากใจของเรายังหยาบอยู่ ความเห็นของเราก็ยังไม่ชัดเจน แต่ถ้าหากใจของเราหยุดนิ่งละเอียดอ่อนเมื่อไหร่ เราจะเห็นชัดเจนเลยว่า มนุษย์นั้นเหมือนหุ่นที่ให้บุญและบาปเชิด ในกลางของกลางตัวของเรา ยังมีความรู้ภายในที่ละเอียดซ้บช้อนเช้าไปอย่างไม่มีประมาณ ที่รอพวกเราทุกๆคนในการศึกษาให้รู้แจ้งแจ่มช้ดในเรื่องราวของชีวิตในระดับลึกที่ซับซ้อนเข้าไปอยู่ภายในกายของเรา เป็นสภาวธรรมที่มีจริงอยู่ภายใน

   ของบางอย่างที่เราไม่เห็น ไม่ใช่ว่าไม่มี เหมือนกับแสงของดวงอาทิตย์ที่เป็นแสงแดด ธรรมดาเราก็เห็นเพียงแค่เป็นแสงสีขาวใส แต่หากเมื่อไรเราเอาแท่งแก้วที่เป็นแท่งปริซึม มาทำการแยกแสงของดวงอาทิตย์ออกไปอีก จะรู้ว่าแสงของดวงอาทิตย์ที่ขาวใสนั้นยังมีสีต่างๆ ที่ซ้อนรวมกันอยู่อีกอย่างน้อย ๗ สี มีสีม่วง คราม นํ้าเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เป็นต้น และนอกจากนั้นยังมีรังสีหรือแสงคลื่นที่ละเอียดซับช้อนอีกมากมาย อยู่ในแสงของดวงอาทิตย์ ถ้าเรามองด้วยตาเปล่าของเรา เราก็เห็นเพียงแค่สีขาวใส แต่ถ้าหากเรามีอุปกรณ์เครื่องมือในการแยกแสงดวงอาทิตย์ เราจะรู้ว่ายังมีสิ่งที่ซับช้อนอยู่อีกมากมาย

  ฉันใดก็ฉันนั้น ดวงธรรมภายใน กายภายใน กระแสบุญภายในเป็นสิ่งที่เราไม่อาจเห็นด้วยตาเปล่า แต่อาจเห็นได้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสสะอาด ของที่เราไม่เห็น ไม่ใช่หมายความว่าไม่มี เช่นเดียวกับสมบัติจักรพรรดิที่ตักไม่พร่องเป็นเรื่องราวที่เราเคยได้ยินปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก มีภูเขาทองคำของชฎิลเศรษฐี ที่เป็นภูเขาทองตัองขุดด้วยจอบเพชร เป็นภูเขาทองที่ตักไม่พร่อง เราเองก็เคยแต่ได้ยินแต่ไม่เคยได้เห็น ที่เราไม่เห็นไม่ใช่ว่ามันไม่มี ของเหล่านี้มีอยู่เมื่อไรที่เราสั่งสมบุญ สั่งสมบารมีได้ถึงจุดแล้ว สิ่งอัศจรรย์เหล่านี้ย่อมบังเกิดขึ้นได้เสมอ

   ดังนั้น สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องใช้ไม่หมด จะบังเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อกระแสบุญกระแสบารมีของพวกเราทุก ๆ คนในหมู่คณะที่สร้างบารมีร่วมกันอยู่นี้ จะต้องสานก้นเป็นหนึ่งเดียว ใจของพวกเราทุกคนจะต้องเป็นดวงๆ เดียวกันและมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะได้มาซึ่งสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องใช้ไม่หมดไปพร้อมๆ ก้น ให้เกิดขึ้นในปัจจุบันชาตินี้ ใจของเราจะต้องเป็นหนึ่งเดียวทีเดียว พร้อมก้บต้องประกอบเหตุอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้สมบัติจักรพรรดิทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นบังเกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน

  ดังนั้น ให้พวกเราเชื่อมั่นว่า สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องใช้ไม่หมดนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน ถ้าหากเรามีใจที่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้า พร้อมกับร่วมกัน รวมใจกันให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมกับที่จะประกอบเหตุทั้งหยาบและละเอียดเพื่อรองรับสมบัติจักรพรรดิทังหลายทั้งปวงเหล่านั้นให้เกิดขึ้นในปัจจุบันให้ได้ บุคคลใดที่ประกอบบุญไว้ในเนี้อนาบุญอันเลิศคือ พระพุทธศาสนา ย่อมจะได้ผลอันไพบูลย์อันประมาณมิได้ มีสมบัติจักรพรรดิ เป็นต้น

 

 

 

 

จากหนังสือ แม่บท เดินทางข้ามวัฏสงสาร

วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มึนาคม พ.ศ.๒๕๔๓