วิธีทำลายความสงสัยเกี่ยวกับชีวิต

วันที่ 15 กค. พ.ศ.2560

วิธีทำลายความสงสัยเกี่ยวกับชีวิต,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

วิธีทำลายความสงสัยเกี่ยวกับชีวิต

          วิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำลายความสงส้ยเกี่ยวกับเรื่องชีวิตได้ก็คือจะต้องรู้แจ้ง เห็นในเรื่องราวของชีวิต ซึ่งต้องเป็นความรู้ที่เกิดจากการเห็นแจ้งเท่านั้น

    การฝึกใจให้หยุดนิ่งเป็นหน้าที่อ้นยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตเราทีเดียวเพราะเป็นวิธเดียวเท่านั้นที่จะขจ้ดความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตของเราให้หมดสิ้นใปได้ และเป็นวิธีเดียวที่พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ทรงปฏิบัติกันมา

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงเวียนว่ายตายเกิด สร้างบารมีมาเป็นเวลายาวนาน โดยมีวัตถุประสงค์จะแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ เพื่อจะดับทุกข์แส้วพบสุขอ้นเป็นอมตะ พระองค์ทรงแสวงหามาตลอดระยะเวลาที่มาเกิดในโลกมนุษย์ เพราะทรงค้นพบว่า ไม่ว่าจะไปเกิดเป็นอะไรก็ตาม ชีวิตล้วนแต่มีทุกข์ทั้งนั้น ครั้งเมื่อเป็นพระบรมโพธิสัตว์ บางพระชาติเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน บางชาติเกิดเป็นชนชั้นต่ำ เป็นชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง เศรษฐี มหาเศรษฐี กิเคยเป็นมาแล้ว หรือแม้เกิดเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน กิเคยเป็นมาแล้วทั้งนั้น และทรงเห็นว่าชีวิตอย่างนั้น ย้งไม่พ้นทุกข์ ต่างมีทุกข์กันไปคนละแบบ ทุกข์ของยาจกเป็นทุกข์เพราะไม่มี ทุกข์ของเศรษฐีเป็นทุกข์เพราะไม่พอ ทำให้เกิดการแก่งแย่งชิงดี ทั้งทรัพย์สินเงินทอง ลาภ ยศ สรรเสริญ วนเวียนกันอยู่อย่างนี้จึงเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา นอกจากทุกข์ประจำสังขาร คือ เกิด แก่ เจ็บ ตายแล้วยังมีทุกข์ที่จรมาเหมือนอาคันตุกะจรมาอีก ต้องวุ่นวายดั้งแด่เกิด ดำรงชีพอยู่ จนกระทั่งตายไป เป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาเลย เมื่อเห็นอย่างนี้พระองค์จึงแสวงหาหนทางที่จะพ้นจากทุกข์ แล้วก็ทรงพบว่าวิธิเดียวเท่านั้นที่จะทำลายความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องชีวิตของพระองค์ได้ ก็คือจะต้องรู้แจ้ง เห็นในเรื่องราวของชีวิต ซึ่งต้องเป็นความรู้ที่เกิดจากการเห็นแจ้งเท่านั้น

   การที่จะเห็นแจ้งได้นั้น ต้องอาคัยแสงสว่างในดวงจิต เป็นความสว่างที่ยิ่งกว่าดวอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หรือความสว่างใดๆในโลกทั้งหมด ที่ไม่มีสิ่งใดกำบังได้แสงสว่างแห่งดวงจิตจะเกิดขึ้นไต้ด่อเมื่อจิตบริสุทธิ์ บริบูรณ์จริงๆ ไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลงอยู่เลย พูดง่ายๆ คือ ใจต้องใส บริสุทธิ์ ผุดผ่องจริง ๆ ความสว่างจึงจะเกิดขึ้น ความบริสุทธิ์จะมีมาได้ ทั้งจากการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา แต่โดยรวบยอดแล้ว ใจเราต้องหยุดนิ่ง ต้องพรากจากทุกสิง ปล่อยวางหมด หยุดนิ่งอยู่ภายในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นแกนกลางของกาย แก่นของชีวิต และเป็นทางเอกสายเดียวที่จะนำไปสู่ที่สุดแห่งธรรมได้

  หากเราได้ศึกษาพระพุทธประวัติ จะเห็นว่าทุกชาติ พระบรมโพธิสัตว์จะต้องปลีกตัวออกมา แสวงหาที่สงัดกาย สงัดใจ ฝึกทำสมาธิ ทำใจให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งหมดอายุขัย เมื่อละโลกแล้วบางชาติเข้าไปเป็นเทวดา บางชาติเปีนพรหมอยู่ยาวนานทีเดียว แล้วก็ตัองมาเกิดใหม่มาทำใจหยุดใจนิ่ง กลั่นใจให้บริสุทธซํ้าแล้วซ้ำอีก


    จนกระทั่งภพชาติสุดท้ายเมื่อบารมีเต็มเปียมก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาส้มพุทธเจ้า มีธรรมจักขุ มีญาณท้สลนะเกิดขึ้น หายสงส้ยเกี่ยวกับความเป็นไปของชีวิต เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือ การทำจิตให้บริสุทธิ์เพื่อให้เกิดธรรมจักขุ และญาณท้สสนะที่จะทำลายความสงสัยทั่งหลายที่มีอยู่นี้ เป็นสิ่งที่สำคัญและยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใดทั่งหมด เพราะนี่คือหัวใจของนักสร้างบารมี ที่มีเป้าหมายจะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม


 

 

จากหนังสือ แม่บท เดินทางข้ามวัฏสงสาร

วันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๑