บทความบทความวาไรตี้ : การรบที่แท้จริง

การรบที่แท้จริง

วันที่ 19 กค. พ.ศ.2560

   การรบที่แท้จริง,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

    การรบที่แท้จริง

       เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่นาน แต่ชีวิตหลังความตายนั้นยาวนานนานมากจนเราแทบไม่เชื่อทีเดียวว่าจะนานเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน เป็นกัป เป็นมหากัป ไม่ว่าเราจะเกิดในอบายภูมิ หรือสุคติภูมิก็ตามมันยาวนานมาก

       ชีวิตที่ยังมีเนี้อหนังเป็นกายมนุษย์อยู่มันสั้นนิดเดียว อย่างที่คนโบราณกล่าวว่า คนที่มีอายุ ๖๐ ปีมีสิทธิ์ตายได้ทุกปี คนอายุ ๗๐ ปีมีสิทธิ์ตายได้ทุกเดือน คนอายุ ๘๐ ปีมีสิทธิ์ตายได้ทุกอาทิตย์ ส่วนคนอายุ ๙๐ ปี มีสิทธิ์ตายได้ทุกวัน แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไวัยิ่งกว่านั้นอีกว่า "เรามีสิทธิ์ตายได้ทุกอณุวินาทีแค่ชั่วระยะลมหายใจเข้าและออกเท่านั้น" หายใจเข้าแล้วไม่หายใจออกก็ตาย หายใจออกแล้วไม่หายใจเข้าก็ตาย หรือไม่หายใจทั้งเข้าและออกก็ตาย หมายความว่า ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะอยู่ในปรูมวัย ม้ชฌิมวัยหรือปัจฉิมวัย ทุกคนมีสิทธิ์ตายได้เท่าก้น อย่าไปคิดว่าคนแก่จะต้องตายก่อนอคนหนุ่มคนสาวหรือเด็ก เพราะเราก็เห็นก้นอยู่บ่อยๆ ว่า บางครั้งลูกก็ตายก่อนพ่อแม่ บางครั้งพ่อแม่ก็ตายก่อนลูก นี่เป็นสัจธรรม แต่บางคนก็มองข้ามไป ไม่ได้นำมาพิจารณาว่า ชีวิตมนุษย์นี่สั้นนัก เพราะฉะนั้นผู้ฉลาด ผู้ใม่ประมาทในชีวิตย่อมใช้วันเวลาให้เป็นประโยชน์ในการสร้างบารมี ด้วยการทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา จนสะเทือนขวัญก้นไปทั้วโลกนั้น ลูกทุกคนคงจะได้ข้อคิดว่า ชีวิตมนุษย์ไม่แน่นอน การชิงช่วงและช่วงชิงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ๒๔ น. แต่เสียดายที่มนุษย์ไม่รู้ความจริงว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่ออะไร และใครทำให้เกิด เพราะความไม่รู้นี้เองโลกจึงวุ่นวายจนถึงทุกวันนี้

    งบประมาณที่เจียดเอาไปใช้รบราฆ่าฟันก้นนั้น สามารถนำมาสร้างสันติภาพและสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่โลกได้ ด้วยการขยายความรู้อันบริสุทธิ์ที่ถูกต้องให้มนุษย์ได้รับทราบ แต่เพราะความไม่รู้จึงใช้งบประมาณนั้นเอาไปสู้รบก้น รบก้นเองระหว่างมนุษย์ก้บมนุษย์ ต่างก็เสียเงินตรา เวลา และอารมณ์ แถมผูกเวรกันไปอีก นี่เพราะความไม่รู้ว่า ข้าศึกที่แท้จริงคือใคร ถ้ารู้เขาก็จะไม่ทำก้นอย่างนี้

     ข้าศึกที่แท้จริงนั้นอยู่ภายในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก เป็นฉากหลังในฉากหลัง เป็นแหล่งกำเนิดของผู้ตันคิด เขาสอดส่งสั่งกันลงมาตามลำดับถึงมนุษย์ มนุษย์ไม่รู้เรื่องเพราะถูกเขาบังคับบัญชาเอาไว้ และถูกตรึงให้ติดในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์ สิ่งเหล่านี้มาบดบังดวงปัญญา และไม่ให้โอกาสกับตัวเองได้ศึกษาค้นคว้าเข้าไปรู้ของจริง สัรบก้นอย่างนั้นกี่ล้านครั้งก็ไม่ถูกตัวจริง หนำซํ้าผังเกิดการผูกเวรก้นร่ำไป น่าเสียดายทรัพยากร เสียดายเวลา แล้วก็เสียดายที่เขาจะตัองไปผูกเวรกันต่อไปอีก

     มีวิธีรบอีกประเภทหนึ่งซึ่งจะไปถูกตัวจริง เป็นการสู้รบที่ไม่ตัองใช้อาวุธยุฑโธปกรกเ ไม่มีความตาย ไม่มีความโศกเศร้าเกิดขึ้น มือไม่ต้องชุ่มด้วยโลหิต จะมีความสุขทุกขั้นตอน ช้าสีกที่แท้จริงนั้นคือ พญามารที่อยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคนนั่นแหละ ต้องเข้าถึงธรรมกาย ได้ศึกษาวิชชาธรรมกายแล้วจึงจะไปรู้ไปเห็นว่าเขาอยู่ฉากหลัง คอยบังคับโอกาสโลก ขันธโลก ส้ตวโลก สรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งมนุษย์ ทิพย์ ธรรม นั่นละข้าศึกตัวจริง

     มนุษย์ทุกคนตกเป็นเชลย เชลยของความโลภ ความโกรธ และความหลง ที่พญามารเขานำมาบังคับบัญชาเอาไว้ เชลยแบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ เชลยผู้รู้ ก้บเชลยผู้ไม่รู้ เชลยผู้ไม่รู้ก็รบก้นไปตามแบบที่เราได้เห็น ได้ยิน ได้ฟังก้นอย่างนั้น แต่เชลยผู้ร้ คือ รู้ว่ามนุษย์เป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร พญามารอยู่เบื้องหลังความทุกข์ทรมานของสัตว์โลก ของความขัดแย้ง การทะเลาะเบาะแว้งต่างๆนานาที่เกิดขึ้น เชลยผู้รู้ก็จะพยายามช่วยตัวเองด้วยการปฦบ้ติธรรม นำใจเข้าสู่ธรรมะภายใน พอถูกส่วนความสว่างเกิดขึ้น เข้าถึงธรรมกาย จากธรรมกายก็ศึกษาวิชชาธรรมกาย ไปรู้ไปเห็นด้วยธรรมจักขุของธรรมกาย หลวงพ่อวัดปากนํ้าภาษีเจริญ ท่านทำอย่างนี้ ท่านเอาเชลยผู้รู้นี่แหละทำหยุดทำนิ่ง เป็นอัศวินอันตรายสำหรับพญามาร

     ความจริงทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกนี้ มีเอาไว้เพื่อหล่อเลี้ยงสังขารมนุษย์ให้ดำรงอยู่ เพื่อการทำหยุดทำนิ่ง จะได้ค้นพบความจริงของชีวิต ของสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย เมื่อพบความจริงแล้วจะได้เป็นน้กรบที่แท้จริง รบกับกิเลสอาสวะภายในนั่นแหละ รบกับตัวจริง ถ้าจ้บต้นของเขาได้ ความทุกข์ทรมานทั้งหลายก็หมดไป ความแตกต่างหลากหลายของมนุษย์ทั้งเชื้อชาติศาสนา และเผ่าพันธ์ก็หมดไป มนุษย์จะคิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน มีความปรารถนาร่วมกันที่จะยังสันติสุขและสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลกมนุษย์จะมีแต่ความสุข ยินดีในการให้มากกว่าการรับหรือแย่งชิงเอามา รอยยิ้ม จะปรากฏบนใบหน้าของมนุษย์ทุกคน

    สันติสุขและสันติภาพที่แท้จริงนี้ สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ เป็นจริงได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องเพ้อฝันเพราะนี่เป็นสัจธรรม คือเป็นสิ่งที่มีจริงและทำได้จริง แต่ว่ามนุษย์ขาดกัลยาณมิตร หรือมีกัลยาณมิตรแต่ก็ชะล่าใจมัวประมาทอยู่ จึงไม่ให้โอกาสกับตัวเองทำหยุดทำนิ่ง จึงไม่ได้เข้าถึงของจริงที่เป็นจริง ดังนั้นก็เลยพลอยทุกข์ พลอยวิตกกังวลไปกับเขาด้วย แต่ลูกหลวงพ่อคงจะไม่เป็นเซ่นนั้น เพราะเราได้สร้างบารมีด้วยความสุข สนุกสนาน เบิกบาน บุญบันเทิงกันมาตลอดทุกวันทุกคืนทุกเวลา

    เพราะฉะนั้น ให้สร้างบารมีกันต่อไป การชิงช่วงกับช่วงชิงนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา เป็นการรบระหว่างธรรมะกับอธรรม โดยอาศัยมนุษย์เป็นหุ่นหยาบๆ เป็นสงครามตัวแทนของธรรมะกับอธรรม เข้าใจยากสักนิด จนกว่าจิตของลูกจะหยุดนิ่ง กระทั่งเข้าถึงวิชชาธรรมกาย นั่นแหละลูกจึงจะเข้าใจ

 

 

 

จากหนังสือ แม่บท เดินทางข้ามวัฏสงสาร

วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔