ตอน คนแคว้นฉีกังวลถึงฟ้า

วันที่ 11 มค. พ.ศ.2549

ตอน คนแคว้นฉีกังวลถึงฟ้า จากหนังสือ มังกรสอนใจ  พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ M.D., Ph.D.

 

จากหนังสือ มังกรสอนใจ

    

        ในการดำเนินชีวิตของคนเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกัลยาณมิตรคอยชี้แนะและให้กำลังใจ เพื่อให้สามารถเดินทางไปสู่ความสุขและความสำเร็จที่ดีงาม พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ ท่านได้มีโอกาสไปศึกษาภาษาจีนที่ไต้หวัน เพื่อฝึกอ่านคัมภีร์จีนโบราณทางพระพุทธศาสนา หนังสือนิทานสุภาษิตจีนเป็นหนังสืออ่านประกอบเล่มหนึ่งในการศึกษา ซึ่งได้คัดเรื่องราวนิทานสุภาษิตที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวจีนโดยทั่วไปมารวมไว้ ด้วยคติธรรมที่น่าสนใจและยังทำให้เข้าใจรากฐานวัฒนธรรม วิธีคิดของชาวจีนเพิ่มขึ้นด้วย การนำมาถ่ายทอด พร้อมเพิ่มเติมข้อคิดสั้น ๆ ในตอนท้าย โดยหวังว่าสาธุชนทั้งหลายจะได้ความเพลิดเพลิน และข้อคิดในการดำเนินชีวิตไปพร้อมกัน


ตอน...คนแคว้นฉีกังวลถึงฟ้า

     ครั้งกระโน้นในแคว้นฉีมีชายคนหนึ่ง มีปกติชอบนั่งอยู่คนเดียวในห้องหนังสือ เพื่อตรึกตรองขบคิดปัญหาต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่ง เขามองเห็นดวงหางดวงหนึ่งตกวูบลงมาจากฟ้า จึงเกิดความคิดขึ้นว่า ในอนาคตฟ้าก็มีโอกาสถล่มลงมาได้

     เขารำพึงกับตัวเองว่า..

     “เมื่อถึงวันนั้นจะทำอย่างไรกันดี ผู้คนทั้งหมดจะต้องถูกทับตาย ไม่ว่าจะเป็นดีคนเลว ไม่มีใครหนีรอด โอ ช่างน่ากลัวจริง ๆ “

     เขายิ่งคิดก็ยิ่งหวดวิตก เพียงไม่กี่วันแม้ข้าวก็กินไม่ลง นอนก็ไม่หลับ หน้านิ่วคิ้วขมวดซึมอยู่ทั้งวัน มีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำเขาว่า

     “ฟ้าไม่เหมือนเพดานห้องหรอก ฟ้าไม่ถล่มลงมาหรอก แกอย่าไปกังวลเรื่องไม่ใช่เรื่องเลย ยังคงกินข้าวนอนหลับตามปกติเถิด อย่าทำลายสุขภาพตัวเองอย่างนี้เลย”

     ชายแคว้นฉีกลับพูดกับเพื่อนว่า

     “แกอย่ามากังวลเรื่องฉัน ฉันกลับขอเตือนแกรีบเตรียมตัวเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะจะเร็วจะช้าฟ้าก็ต้องถล่มลงมา”

     เพื่อนของเขาพูดว่า

     “บนโลกก็ไม่ใช่มีแต่แกคนเดียว คนอื่น ๆ เขาล้วนอยู่กันอย่างสุขสบาย ไม่มีใครมานั่งกังวลว่าฟ้าจะถล่มลงมา แล้วทำไมแกต้องหาเรื่องเดือนร้อนกลุ้มใจมาให้ตัวเองอย่างนี้ด้วย”

ชายแคว้นฉีตอบว่า

     “ถ้าฉันจะมีอะไรไม่ถูกต้องละก็ นั่นก็คือฉันมองเห็นเรื่องราวต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งทะลุปรุโปร่งเกินไป แต่นี้ก็คืออุปนิสัยของฉัน จะให้ฉันดำเนินชีวิตไปแบบมั่ว ๆ เหมือนคนทั่วไป นั่นเป็นสิ่งเป็นไปไม่ได้”

     และแล้วเพราะความที่เขาวิตกกลุ้มใจอย่างต่อเนื่อง สุขภาพยิ่งมาก็ยิ่งทรุดโทรม และในที่สุด ในขณะที่ฟ้ายังไม่ทันถล่มลงมานั่นเอง เขาก็ด่วนจากโลกนี้ไปเสียก่อน

 

ท่านสาธุชนทั้งหลาย...

 

     อย่าเพิ่งหัวเราหรือขำชาวแค้วนฉีคนนี้ว่าโง่ กังวลเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขอให้ลองถามตัวเองก่อนว่า เราได้เคยเป็นเหมือนชายแคว้นฉีคนนี้ คือไปคิดสมมุติเรื่องต่าง ๆ ของตนเองหรือครอบครัวขึ้นว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจะทำอย่างไรหรือเปล่า เราเคยหาทุกข์กินเปล่ามาใส่ตัวหรือไม่

     “ผู้ใดไม่จมอยู่กับอดีต ไม่พะวงถึงอนาคตจนเกินไป แต่ตั้งใจทำกิจในปัจจุบันของตนให้ดีที่สุด ความสุขความสำเร็จของบุคคลนั้นย่อมอยู่แค่มือคว้า”

 

หิยฺ̣̣̣โยติ หิยฺ̣ยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ

อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา

อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร

 

     มัวรำพึงถึงความหลัง ก็มีแต่จะหดหาย

มัวหวังวันข้างหน้า ก็มีแต่จะละลาย อันใดยังไม่มาถึง อันนั้นก็ยังไม่มี

รู้อย่างนี้แล้ว เมื่อมีฉันทะเกิดขึ้น คนฉลาดที่ไหนจะปล่อยให้หายไปเปล่า

 

(พุทธพจน์)

(ขุ.ชา.วีสติ 27/466)

 

จากหนังสือ มังกรสอนใจ 
พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ M.D., Ph.D.

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร