ถนนสายอริยะ

วันที่ 12 กย. พ.ศ.2547

โดย เจ้าเงาะ

 

..... การที่จะเอาธรรมะในพระไตรปิฎกมาพูดมาสอนกัน ก็ไม่แน่ใจว่าคนฟังจะสนใจแล้วนำไปปฏิบัติจนกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้ แต่การพูดให้เขาตื่นสำนึกในความผิด ความชั่ว ที่เขาทำอยู่นี่ซิ อาจจะเป็นหนทางที่ดีกว่า”… จากจุดเปิดสู่ถนนสายอริยะ เพื่อนำเข้าสู่บทความแห่งเส้นทางดำเนินชีวิตตามแนวพุทธอริยะ เพื่อความผาสุกสันติแห่งชีวิตอารยชน.

ในบทแนะนำของสำนักพิมพ์ที่ว่า ถนนสายอริยะ เป็นถ้อยคำที่ร้อยเรียงขึ้นเพื่อสื่อและแสดงให้เห็นถึงความหมายที่แท้ของการปฏิบัติธรรม ที่ว่าด้วยเหตุและด้วยผลอันเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน บางเรื่องเข้าใจได้ง่าย มองเห็นได้ชัด ในขณะที่บางเรื่องกลับเป็นการชี้ชวนให้ไปศึกษาความรู้ต่อไปอีก ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดของสิ่งที่เรียกว่า “ ธรรมะ” นั้น หาใช้การท่องบ่นมนตราสวดอภิคาถาใดไม่ หากแต่จะต้องมาถึงที่สิ้นสุดตรง “ การปฏิบัติให้เป็นปกติธรรมดา” เสมอ เพราะความหมายที่แท้ของการปฏิบัติธรรม คือทำให้การปฏิบัติในครรลองคลองธรรมต่าง ๆ ทั้งปวงนั้นเป็นปกติธรรมดาในชีวิต ไม่แบ่งแยกสถานที่ ไม่มีการกำหนดตารางเวลา แต่เป็นไปได้ทุกอิริยาบถ ทุกหนทุกแห่ง และทุกขณะจิต.

จากบทความเรื่องสั้น กว่า ๓๐ เรื่อง ที่หยิบยกมาจากเรื่องราวที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน ที่นำมาเหมือนเป็นการสนทนาสู่กันฟัง บอกเล่าง่าย ๆ ชี้ตัวอย่าง นำธรรมะเข้ามาเชื่อมให้ง่ายเข้า อ่านดูแล้วตรองตาม จะรู้สึกถึงความปรารถนาดี ด้วยสิ่งที่สื่อมานำเสนอโดยตลอดเนื้อหา

บางส่วนจากบท “ กรงขังคน” …” จะมีใครไหมในโลกนี้ที่ประกาศตัวว่า ตัวเขาไม่มีศาสนา เขาไม่นับถือศาสนาอะไรเลย อาจจะมีแต่คิดว่าน้อยมาก ในขณะที่เขาพูดว่าเขาไม่มีศาสนา ไม่นับถืออะไรเลยนั้น แต่เขาได้เอาคำสอนในศาสนาไปปฏิบัติอยู่โดยที่เขาไม่รู้ตัว และถ้าคน ๆ นั้นเขาเป็นคนดี คิดดี ปฏิบัติดี ก็แสดงว่าเขาเป็นคนมีธรรม เขาอาจจะรับเอาธรรมะมาจากสิ่งที่อยู่รอบกาย ที่มีให้เขาเห็นอยู่เป็นประจำทุกวัน ดั่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า “ สัพเพธัมมา” ทุกอย่างเป็นธรรมะทั้งสิ้น…”

ในศาสนาพุทธท่านได้สอนให้ผู้ปฏิบัติ เริ่มจากการให้ทาน โดยการใส่บาตรทำบุญ เพื่อจะลดความโลภของตัวเองออกไป ต่อไปก็ให้รักษาศีลเพื่อจะลดความโกรธและเพิ่มความเมตตา เมื่อเราสามารถรักษาศีล ๕ ได้จนครบทุกข้อ แล้วต่อไปก็ให้ฝึกสมาธิเพื่อจะลดความหลง เมื่อเราทำได้ตามนี้แล้วเราก็จะเกิดปัญญา เมื่อมีปัญญาแล้วก็เอาปัญญามาอบรมตัวเองให้รู้จักให้ทาน รู้จักรักษาศีลและให้มีสติมากขึ้นไปอีก เมื่อควบคุมได้อย่างนี้ก็จะไม่ไปก่อกรรมทำชั่วอีกต่อไป

ที่จริงหลักของศาสนาพุทธ ก็มีวิธีการอยู่เพียงแค่นี้ เพื่อจะให้คนปฏิบัติตนเป็นคนดี ไม่ไปสร้างปัญหาให้กับคนอื่น หรือไปทำลายตัวเอง เช่นไปติดการพนันหรือไปติดยาเสพย์ติด ศาสนามีขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้อยู่กันอย่างปรกติสุข และได้สร้างบุญกุศลเพื่อจะได้เก็บเอาไว้เป็นทุนที่จะพบความหลุดพ้นในชาติต่อ ๆ ไป ไม่ต้องมาเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารกันอีก…”

“ สงคราม” ที่ว่าชีวิตคนเราก็เหมือนกัน การดำเนินชีวิตอยู่บนโลก มันก็จะต้องต่อสู้ มันจะต้องมีปัญหา ถ้าจะเปรียบปัญหาคือคลื่นลม เราก็จะต้องหันหน้าเข้าสู้ปัญหา คือต้องใช้ปัญญามาแก้ … การที่เราจะต่อสู่กับสภาวะจิตนี้ จะต้องอาศัยจิตใจที่เข้มแข็งแน่วแน่เท่านั้น คนที่อ่อนแอไม่มีสิทธิ์ที่จะลงสนามแข่งได้เลย และต้องอาศัยวิธีการกับหลักการที่ถูกต้องด้วย เช่น ของไกล ให้มองใกล้ ของง่าย ทำยาก - ของดี ไม่มีมาก - ของยาก ทำด้วยใจ

ติดตามการไขสิ่งเหล่านี้ได้ในเนื้อหาค่ะ

และเพราะชีวิตที่ต้องต่อสู้ อย่าไปยอมแพ้มันง่าย ๆ

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการเรียนรู้ - ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการทำความดี

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการปรับปรุงตน - ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการตั้งต้นชีวิตใหม่

ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือกิเลสตัวร้ายที่สิงอยู่ในตัวเรานี่เอง

“ ใกล้จุดอวสาน” เพราะไอแห่งความชั่วมันเกิดจากอะไรบ้าง และไอแห่งความดีจะไล่ไปได้แน่นอนได้อย่างไร จากที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ในใจทุกคนจึงมีธรรม จึงเกิดความสงบ แต่ยุคที่ไม่มีใครสวดยึดบทเหล่านี้เป็นที่พึ่งแล้วเปลี่ยนคำสวดใหม่ หาที่พึ่งใหม่ โลกจึง… ใกล้จุดอวสาน หรืออย่างไร

ติดตามสาระโดยละเอียดของ “ ถนนสายอริยะ” ต่อไปได้ตามร้านจำหน่ายหนังสือชั้นนำทั่วไปในขณะนี้ค่ะ

 

สุพัฒนะ.