ธรรมะรอบกองไฟ

วันที่ 17 ตค. พ.ศ.2547


 

โดย ขวัญ เพียงหทัย

 

..... ธรรมะรอบกองไฟ ” หนังสือสำหรับผู้เริ่มแสวงหาพุทธธรรม ที่คุณขวัญ เพียงหทัย หยิบยกถึงตำนานพื้นบ้านโบราณ ถูกถ่ายทอดต่อมาถึงลูกหลานด้วยการเล่าขานรอบกองไฟ ในยามค่ำคืนอันเหน็บหนาว คนหนุ่มสาว สนุกสนานกับสันทนาการรอบกองไฟ วันนี้ … จึงขอชวนท่านผู้อ่าน มานั่งล้อมรอบกองไฟ คุยกันอย่างสนุก เล่าให้กันฟังอย่างเพื่อนที่เข้าใจกัน แต่เป็นเรื่องธรรมะ ธรรมะ ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออย่างที่ใคร ๆ พูด แต่เป็นสิ่งดี ๆ ที่เรายังไม่ได้หยิบยกเข้ามาไว้ในชีวิต ผู้เขียนได้พบมาด้วยตัวเอง จึงอยากนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง แบบบันเทิงธรรม

ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จุดหนึ่ง และอยากหวังให้เพื่อน ๆ เริ่มศึกษาธรรมะต่อไป เพื่อประโยชน์สุขในชีวิตประจำวัน สมกับคำท่านสอนว่า “ ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม เหมือนมีร่มคันใหญ่ในฤดูฝน ”

เลือกเส้นทางธรรม ออกในแง่มุมของ หัวเรื่องแสวงหาธรรม , รอบรั้วธรรม , ในสวนธรรม , ละความโกรธ , กรรม , การทำบุญให้ทาน , และเรื่องสั้นภารกิจของหิ่งห้อยผ่านการเจรจาที่ตอบปัญหาให้ชัดขึ้นมา

ซึ่งคนที่ศึกษาธรรมะใหม่ ๆ จะรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะได้พบอะไรที่ยากและมากมหาศาล คงจะทำไม่ได้หรือกลัว เพราะศาสนาพุทธค่อนข้างจะเป็นเรื่องสวนกระแสชีวิต จะรักก็บอกไม่ให้รัก รักแล้วทุกข์ ทุกข์แล้วอยากร้องไห้ ก็บอกว่าให้มองเห็นเป็นธรรมดา อย่าร้องไห้เลยลูก พอทุกข์หนัก อยากจะหันหาที่พึ่ง ก็บอกว่า ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน แหม ใหม่ ๆ ก็รู้สึกว้าเหว่เหลือเกิน ทำอย่างนี้มันก็รู้สึกทำยาก แต่ถ้าศึกษาไปแล้วกลับรู้สึกสนุก และมีอะไรเล่าให้เราฟังเยอะเลย ทั้งมีนิทานชาดกมากมายที่ให้คติสอนธรรมหลากหลาย

เมื่อเราปฏิบัติธรรม ทำความเห็นให้ถูกตรงเห็นดีเป็นดี เห็นชั่วเป็นชั่ว เห็นบุญเป็นบุญ เห็นบาปเป็นบาป ทำดีได้ดี ชั่วได้ชั่ว เห็นแค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว และเมื่อเรามีความเห็นถูก ความคิดก็ถูกไปด้วย ทำให้เราพูดดี ทำดี ทำอาชีพสุจริต มีความเพียรพยายามในทางที่ดี มีสติ มีสมาธิ คือ มรรคมีองค์ ๘ จะขยับตามไปทุกชั้นตอน แล้วส่งผลให้เรา ทำดี เว้นชั่ว ทำใจให้ผ่องแผ้ว ตามไปด้วย เพราะเมื่อเห็นบาปเป็นบาปได้แล้ว เราคงไม่อยากไปทำบาปอยู่แล้ว เมื่อทำดี ก็มีจิตใจดี ทำให้ใจก็ผ่องแผ้ว

การลำดับการศึกษาธรรมจึงอยู่ที่ความจำเป็นเร่งด่วนของจิตใจ ว่ารุ่มร้อนหรือสงบเย็นเพียงใด ถ้าไฟติดลุกร้อนก็ต้องเอาขวานจาม ตัดการลุกไล่ แล้วโยนลงแม่น้ำโดยเร็ว เพื่อดับไฟเสียก่อน ท่านจึงว่าเรียนธรรมะไว้ก่อนก็จะดี คล้ายมีภูมิต้านทานเมื่อเกิดเหตุเภทภัยขึ้น ก็พร้อมรับมืออยู่แล้ว เหมือนปลูกข้าวไว้รอ เมื่อหิวก็เอาไปหุงกินได้ แต่ถ้าไม่สนใจ พอหิวค่อยมาพรวนดินหว่านข้าว มันก็ไม่ทันการณ์ อันนี้ต้องเป็นลมตาย

หรือดูจะเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่จะคิดว่า เมื่อก้าวเข้ามาในศาสนาแล้วต้องพกเงินมาด้วย เมื่อบางคนไม่มีเงินก็เลยไม่มา เป็นเรื่องเสียโอกาสและเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ได้เกิดมาในยุคที่มีพุทธศาสนาแล้ว ก็ปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ได้อะไรใส่ตัว ..” ธรรมะไม่ใช่การทำบุญอย่างเดียว สอนให้สันโดษ พอใจในชีวิตของตัวเอง สอนให้มี อุตสาหะและพยายาม ที่จะทำให้เด็กมีความสุข สอนให้รักษาศีล เพื่อความสงบในชีวิต จะได้ไม่มีเรื่องมีราวกับใคร สอนให้มีปัญญา คือ รู้ว่าทุกอย่างเป็นสิ่งไม่เที่ยง และสอนให้มีพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แก่ทุก ๆ คน ที่ได้พบ ไม่ว่าจะคุ้นเคยหรือไม่ นี่เรียกว่าได้ใช้ธรรมะทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องใช้เงินเลย .”

ผู้เขียนขอเชิญชวน ให้ท่านผู้อ่านหันมาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าด้วยกัน หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ปัจจุบันมีหนังสือธรรมะมาก หาได้ง่ายกว่าสมัยก่อน ส่วนเทปของอาจารย์ทั้งหลายแม้จะไม่ใสปิ๊งเหมือนเทปเพลง ต้องใช้ความตั้งใจฟังมาก แต่ก็ได้ประโยชน์มาก การศึกษาธรรมมีหลายแนวหลายสำนัก การเข้าศึกษาก็ต้องเลือกให้ถูกทางด้วย มิฉะนั้นก็จะพาเราหลงไปวนอยู่ในวังวนของชีวิตอย่างเดิม ไม่ได้ออกไปไหน การจะรู้ว่าถูกทางหรือไม่ ก็ดูที่ตัวเรานี่เอง ถ้าฟังแล้วเรานำมาใช้ดับทุกข์ในใจของเราได้จริง ก็นับว่าใช้ได้ ถ้ายังรู้สึกทุกข์อยู่ ก็ต้องพิจารณาแล้ว

คนที่ศึกษาและปฏิบัติจะรู้สึกถึงร่มธรรมอันเย็นได้ในเวลาไม่นานนัก ชีวิตจะสงบลง จะได้พบคนดี ความวุ่นวายค่อย ๆ หายไป มีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต

โดยติดต่อรายละเอียดได้ที่ โทร . ๐๒ – ๒๔๓ – ๑๒๗๙ – ๘๐ ค่ะ

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร