ลูกยังไม่หลับ หลับตาไม่ลง

วันที่ 17 ธค. พ.ศ.2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประสบการณ์อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็คือ พอกลับมาถึงเมืองไทยก็ติดนิสัยตอนอยู่ต่างประเทศกลับมาด้วย คือเมื่อตอนใกล้ ๆ จะจบ เหลือแต่วิทยานิพนธ์ คิดว่าอย่างไรก็จบแน่ๆ ก็เลยเที่ยวเตร่เฮฮากันพอสมควรเชียว



พอกลับมาถึงเมืองไทยก็กลายเป็นพวกนกฮูกหัวค่ำ นอนไม่ค่อยได้ ต้องนอนดึกๆ ก็เที่ยวไปตามบ้านพรรคพวกเพื่อนฝูง เที่ยวเตร่เฮฮา

กลับมาถึงบ้านก็โน่น ตีหนึ่ง ตีสอง มีอยู่วันหนึ่ง กลับมาถึงบ้านประมาณสักตีหนึ่งครึ่ง โยมพ่อโยมแม่ยังไม่นอน ก็เลยถามท่าน “เอ้า ทำอะไรกันจนดึกเชียวไม่นอน

โยมพ่อไม่พูดอะไร มองหน้าแล้วท่านก็เข้านอน แต่โยมแม่พูด “ก็นั่งรอเรานะสิ ไปทำอะไรมานี่ ตีหนึ่งตีสองแล้วเพิ่งจะกลับ” ก็บอกไปเที่ยวบ้านเพื่อนมา

 

ก็ตอบโยมแม่ไปอย่างรำคาญ ๆ “ฮู้ย มาห่วงอะไรกันนักกันหนา ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเป็นปี ๆ ยังไม่ต้องห่วง แล้วนี่เมืองไทยยังต้องมาห่วงกัน” ท่านก็ถอนหายใจเสียงดังเฮือก แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ก้มหน้างุดเข้านอน ท่านคงน้อยใจ ท่านรักลูกของท่าน ท่านห่วงลูกของท่าน แต่พอถึงเวลาแล้วลูกกลับไม่ได้นึกหรอกว่า ท่านห่วงหรือไม่ห่วงอย่างไร กลับไปตำหนิท่านเสียอีก มานึกได้ตอนหลังว่า เรานี่ช่างไม่เข้าท่าเลยนะ ทำให้ท่านห่วง แล้วยังมาว่าท่านอีก

 

พวกเราช่วยเอาเรื่องเหล่านี้ไปเป็นกระจกส่องตัวเองกันด้วยนะ เพราะอาตมาเมื่อตอนวัยรุ่น เมื่อจบการศึกษาใหม่ ๆ ไม่ค่อยได้สังเกตเท่าที่ควรจะเป็น แล้วก็ไม่ค่อยนึกอะไรมาก ผู้เฒ่าจะคิดอย่างไรกับเราก็ช่างท่านปะไร ยังไง ๆ ท่านก็รักเรา ให้อภัยเราหมดแหละ เพราะฉะนั้น เราจึงทำตามอำเภอใจหมด
 


แต่ว่าขณะนี้อายุจะ ๕o เข้ามาแล้ว ถ้าเมื่อหนุ่มแต่งงานไปคงมีลูกหลายคนเชียวล่ะ แต่ตอนนี้อายุมันอยู่ในวัยเป็นพ่อเป็นแม่คนแล้ว ก็เลยเข้าใจว่าผู้เฒ่าน่ะท่านมีความรู้สึกอย่างไร มารู้เอาก็ตอนนี้ โยมพ่อก็เสียไปแล้ว เหลือแต่โยมแม่อายุ ๗๖ ปี ก็เลยต้องเอามาเล่าให้พวกเราฟังเป็นอุทาหรณ์

 

เพราะฉะนั้น ใครที่กลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ แล้วยิ่งชนิดมาเรียกผู้เฒ่าตื่นขึ้นมาเปิดประตูให้น่ะ มันน่าโดนดุ้นฟืนหรือตะพดนาบ แต่อาตมาก็พลาดไปแล้ว

 

มีอยู่คราวหนึ่ง ตอนนั้นก่อนไปต่างประเทศ ความที่ไปเที่ยวมาดึก ๆ แล้วก็ไม่อยากจะปลุกให้ผู้เฒ่ามาเปิดประตูให้ เลยปีนหน้าต่างเข้าไปเอง ท่านตกใจตื่น ลุกขึ้นมาคว้าหอกเตรียมพร้อม พอดีเห็นท่านก่อน ก็เลยเรียกท่าน ท่านบอกตัวเย็นเลย นึกว่าขโมยปีนบ้าน เตรียมจะเสียบอยู่แล้วเชียว



ดูซินี่ ไปทำอะไรไว้ก็ไม่รู้ ที่บ้านไม่มีปืนหรอก แต่โยมพ่อก็ชนิดเสือเก่าเหมือนกัน ทั้งหอก ทั้งแหลน ทั้งหลาว มีพร้อมท่าเตรียมเต็มที่เลย นึกว่ามีขโมยมาลบเหลี่ยม ท่านเงื้อเอาไว้เต็มที่เลยว่า ถ้าเท้าถึงพื้นเมื่อไหร่เสียบเมื่อนั้น พอดีเห็นท่านก่อน ให้เสียงท่าน ท่านเลยหยุดหลังเย็นกันทั้งพ่อทั้งลูก นี่ก็ฝากเอาไว้ด้วยนะ ได้เจอกับตัวเองมาอย่างนี้



พระคุณแม่
พระธรรมเทศนา พระภาวนาวิริยคุณ

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร