อย่าท้อ

วันที่ 16 สค. พ.ศ.2556

 

           วัตถุประสงค์ที่เรานึกเป็นภาพก็ดี หรือวางใจนิ่งๆ เฉยๆ ก็ดี ต้องการให้ใจกลับมาอยู่ที่ตั้งดั้งเดิมภายใน เพื่อให้ใจหยุดใจนิ่ง หลังจากที่มันวิ่งไม่หยุดไปในเรื่องราวต่างๆ ในขีวิตประจำวันมานานแล้ว ทำให้เราไม่ได้พบกับความสุขที่แท้จริง ดังนั้น เราต้องมาฝึกใจให้หยุดนิ่งอยู่ภายใน ฝึกไปเรื่อยๆ นะลูกนะ
  
            อย่าท้อหรือเลิกกลางคันกันซะก่อน หมั่นทำความเพียรไป เราต้องยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่เทวดา เพราะฉะนั้น ฝึกใหม่ๆ มันก็มีฟุ้งบ้าง มืดบ้าง เมื่อยบ้าง เบื่อบ้าง ท้อบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปท้อ ให้ทำความเพียรกันต่อไปนะ

             บางทีเรานั่งไปแล้วดูเหมือนไม่ก้าวหน้า ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ การที่เราไม่ทำสิถึงจะเรียกว่าไม่ก้าวหน้า แต่ถ้าเราฝึกกันไปทุกๆวัน มันก้าวไปข้างหน้าทั้งนั้น แต่มันอาจจะช้าหน่อย

              การที่เราค่อยๆ เดิน แม้มันจะช้าแต่ก็ถึงเป้าหมาย แต่ถ้าเราไม่เดินมันก็อยู่กับที่ ไปไม่ถึงเป้าหมาย ก็แปลว่า ถ้าเราไม่นั่งฝึกใจให้อยู่ภายใน ก็คือการไม่ยอมเดินนั่นเอง แล้วอย่างนี้มันจะถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างไร

              เราต้องฝึกนะ เราถึงจะสมหวังในชีวิต คือ การได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งมันมีเพียงประการเดียว คือ หยุดกับนิ่ง
   

 

นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ สุขอื่นที่นอกจากใจหยุดนิ่งไม่มี

             ก็แปลว่า เราจะไปหาความสุขจากที่อื่น จากคนสัตว์สิ่งของมันไม่มี ที่ไม่เจอเพราะว่ามันไม่มี ซึ่งผู้ฉลาดมีปัญญาเขาก็ไม่เสียเวลาไปกับการไปหาในสิ่งที่ไม่มี เพราะสิ่งที่มีอยู่ที่เดียว คือ หยุดกับนิ่งภายใน

 

              เพราะฉะนั้นฝึกไปเรื่อยๆ เห็นไม่เห็นก็ไม่เป็นไร ฝึกไป แต่ฝึกไปเรื่อยๆ ที่ไม่เห็นเป็นไม่มี ต่างแต่ว่าช้าหรือเร็ว ถ้าเรามีความเพียร ทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ถูกหลักวิชชา คือวางใจพอดีๆเดี๋ยวก็สมหวังกันทุกคน

 

ลูก.     ต้องหยุดนิ่งได้.       เสียก่อน
อย่า.  เพิ่งสนใจตอน.         ยากแท้
ท้อ.    นั้นจักบั่นทอน.         ห่างเป้า
ถอย.  จากอธรรมแล้.         หยุดให้ใจใส

 

ตะวันธรรม

จากหนังสือ ง่าย แต่.ลึก เล่ม 1

พระเทพญาณมหามุนี