"เฟซบุ๊ก"ทุ่มฮุบ"วอตส์แอพ"

วันที่ 11 มีค. พ.ศ.2557

 

 

"เฟซบุ๊ก"ทุ่มฮุบ"วอตส์แอพ"
 

ข่าวสด วิทยาการหนึ่งในข่าวใหญ่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของวงการไอทีโลก ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นการที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ชั้นนำอย่าง "เฟซบุ๊ก" ทุ่มเงินมูลค่ามหาศาลร่วมๆ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 608,000 ล้านบาท

เพื่อซื้อกิจการแอพพลิเคชั่นส่งข้อความ "วอตส์แอพ" (WhatsApp)ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การลงทุนครั้งนี้จะคุ้มค่าหรือไม่?

สำนักข่าวชั้นนำทั่วโลกต่างเจาะไช เปิดเผยรายละเอียดของการซื้อขายครั้งประวัติศาสตร์นี้ ว่าเฟซบุ๊กพร้อมจ่ายเงินสดจำนวน 4,000 ล้านดอลลาร์ และหุ้นมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ให้กับฝ่ายวอตส์แอพ

 นอกจากนั้น ทั้งผู้ก่อตั้งและพนักงานของวอตส์แอพยังได้รับหุ้นของเฟซบุ๊กแยกต่างหากมูลค่ารวม 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว นั่นคือ ห้ามซื้อขายก่อนครบกำหนด 4 ปีเท่านั้น

สำหรับที่มาของแอพพลิเคชั่น "วอตส์แอพ" เกิดขึ้นในสำนักงานขนาดเล็กในย่านเมาน์เท่น วิว รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 โดยนายแยน คูม และนายไบรอัน แอ๊กตัน สองอดีตผู้บริหารเว็บไซต์ยาฮู ก่อนจะประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล โดยในปัจจุบันมีผู้ใช้แอพฯ วอตส์แอพส่งข้อความ 450 ล้านคนทั่วโลก และมีอัตรา "ผู้ใช้งานเป็นประจำ" สูงถึงร้อยละ 70 

ขณะที่จุดเริ่มต้นของการซื้อขาย เริ่มต้นจากฤดูใบไม้ผลิเมื่อปี 2555 เมื่อนายซักเกอร์เบิร์กพบกับนายคูมที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในนครลอสแองเจลิส ก่อนจะกลายเป็นเพื่อนและไปมาหาสู่กัน 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2557 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กตัดสินใจยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการของนายคูม พร้อมยื่นตำแหน่งบอร์ดบริหารของเฟซบุ๊กให้ ก่อนที่นายคูมจะตัดสินใจรับข้อเสนอในเวลาต่อมา 

ภายหลังจากการซื้อขายเสร็จสิ้นลง นายมาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก กล่าวด้วยความมั่นใจ "คุณค่าของวอตส์แอพนั้นมีมหาศาล!"ขณะที่นายเดวิด เอเบอร์สแมน หัวหน้าฝ่ายการเงินของเฟซบุ๊ก ระบุถึงสาเหตุที่เลือกซื้อวอตส์แอพว่า 

เนื่องจากแอพพลิเคชั่นนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสที่จะมีผู้ใช้สูงถึง 1,000 ล้านคนได้ ด้าน นายแยน คูม ประกาศรู้สึกพึงพอใจกับการซื้อขายครั้งนี้และเรื่องเงินไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของเรานักวิเคราะห์จากสำนักข่าวบีบีซีมอง ดีลยักษ์ใหญ่วงการไอทีโลกครั้งนี้ว่า การที่เฟซบุ๊กซื้อกิจการของวอตส์แอพ นั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าประหลาดใจจากการซื้อขายครั้งนี้ คือ จำนวนเงินมูลค่ามหาศาลที่ทุ่มลงไป โดยหลายฝ่ายมองว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นมูลค่าที่สูงเกินไป และแม้ว่าวอตส์แอพจะพาเฟซบุ๊กเข้าสู่ตลาดระดับโลกอย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่ยังเป็นคำถามคือจะมีความคุ้มค่าทางการเงินในระยะยาวหรือไม่ เนื่องจากวอตส์แอพตั้งใจจะไม่ให้มีโฆษณา รวมถึงเก็บเงินค่าบริการจากผู้ใช้เพียงปีละ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปวอตส์แอพจะต้องเติบโตยิ่งกว่านี้ เพื่อ การันตีความคุ้มค่าทางการเงินให้กับเฟซบุ๊ก

ขณะที่ข่าวนิวยอร์กไทมส์อ้างบทสัมภาษณ์ ของนายเน็ต เอลเลียต นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยฟอร์เรสเตอร์ มองว่า เป้าหมายของซักเกอร์เบิร์ก คือ การซื้อบริษัทที่ให้บริการด้านการส่งข้อความ ซึ่งดึงดูดใจเด็กวัยรุ่นมากกว่าเฟซบุ๊ก 

นอกจากนั้น การซื้อวอตส์แอพครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของเฟซบุ๊ก ซึ่งต้องการสร้างเครือข่ายแอพพลิเคชั่นมาก กว่าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กล้มเหลวจากการซื้อแอพพลิเคชั่น "สแนปแช็ต" รวมถึงล้มเหลวกับการพัฒนา "เฟซบุ๊ก แมสเซ็นเจอร์" มาแล้ว

การได้ "วอตส์แอพ" มาเสริมทัพจะช่วยให้เฟซบุ๊กเข้าถึงผู้ใช้บริการ ซึ่งชอบการสื่อสารทางตรง หรือกลุ่มย่อย มากกว่าที่จะ "แชร์" ข้อมูลของตนออกไปในมุมกว้างมากขึ้นสำหรับคำถามสำคัญที่หลายคนตั้งไว้ในใจว่า การซื้อขาย ครั้งนี้จะได้ผลแบบเดียวกับที่เฟซบุ๊กเคยซื้อ "อินสตาแกรม" หรือ ไม่นั้น.. รอการตีแผ่ข้อมูลผลประกอบการ รวมถึงอัตราผู้ใช้งาน อีกไม่นานคงได้รู้กัน!"