พระธรรมเทศนา ภาคบ่าย พระราชภาวนาจารย์

วันที่ 22 พค. พ.ศ.2557

 

 

พระธรรมเทศนา ภาคบ่าย พระราชภาวนาจารย์

วันอาทิตย์ 18 พค 57


คุณ.....หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนยาย...
เข้าวัดเหมือนสนามรบ ถ้าทำดีได้บุญมากมาย ถึงทำไม่ดี ตกนรก

ของอะไรที่เขาเอามาถวายแล้ว ควรจะใช้ได้ปี อย่างเสื่อนี่ควรใช้ได้ปี แต่เราปล่อยทิ้งตากแดดตากฝน ไปตัดรอนบุญเขาที่เขาตั้งใจทำเอาไว้ เราก็ต้องแบกบาปที่ไปตัดรอนบุญของเขา

-------

มนุษย์เราพอตื่นขึ้นมันก็คิดแล้ว ไม่ว่าคิดอะไร มันก็เป็นบุญเป็นบาปแล้ว
ถ้าตื่นมาคิดจะไปตักบาตร
อีกคนคิดตื่นมาวนๆเวียนๆ ทำไมเขาทำกับเราอย่างนี้
นี่ยังไม่ทันได้ลุกเลย
ถ้ายังไม่ทันล้างหน้า คิดดี บุญก็เกิด ถ้าคิดไม่ดี บาปก็เกิด

เดี๋ยวนี้ยิ่งกว่านั้น พอตื่นปุ๊ป กดเฟซบุ้คปั๊บ ข้อความขึ้นเลย
ไอ้ข้อความบุญนี่ถ้าจะยาก ไม่นั่นอย่างนั้น ไม่นั่นอย่างนี้
นี่มีบุญมีบาปเกิดขึ้น
เอ๊ะ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ..."ทำแล้ว!!! "
เอ๊ะ ทำอะไร ...."กด!! "

กูว่าข้อความบาปเพียบเลย ไม่ใช่ท่วมหมอนนะ ท่วมหัวเลยนะนั่น
ตื่นปุ๊ปมันคิดเลย มันก็กดเลย มันก็เป็นบุญเป็นบาป
บางคนเจอในเฟซบุ้ค บางคนมันก็โทรกริ๊งพูดเลย มันก็เป็นบุญเป็นบาปแล้ว
ยังไม่ทันล้างหน้าเลย
อันนี้ต้องระวังด้วย
พอทำอย่างนี้เป็นประจำ ก็เป็นไง ก็เกิดเป็นนิสัย
นิสัยอะไร นิสัย แส่หาบาปแต่เช้า...

แม้แต่เก็บผ้าห่ม เก็บที่นอน
ก็มีอีก ไอ้หนึ่ง พันพับเรียบร้อย
อีกพวก พันขยุมส่ง ขยุม ขยุม ยัดเข้าไปใต้เตียงจบ
พับเรียบร้อย จัดเป็นความดีเบื้องต้น ได้บุญ มาเล็กน้อย
ขยุมส่ง เป็นความสับเพร่า จัดเป็นบาปเบื้องต้น ได้บาปมาเล็กน้อย
เมื่อทำเป็นประจำ ก็ได้นิสัย สับเพร่า เป็นโปรแกรมบาปไว้
นี่ยังไม่ต้องพูดเรื่อง พันธุ์ไม่เก็บที่นอน

เราตกอยู่ภายใต้กฏแห่งธรรม ต้องไม่ลืมว่า มนุษย์ทำกรรมได้ 3 ทาง คือ
กาย ได้แก่ ใช้มือใช้เท้าทำ
วาจา ได้แก่ พูด
ใจก็ทำกรรมคือ คิด
ทันทีที่ตื่นขึ้นมาเราเก็บที่นอน ก็ชื่อว่า ทำกรรมทางกาย
กดเฟซบุ้คและกดตอบอะไรไม่รู้ นั่นก็ ทำกรรมทางกายและ สามารถสื่อสารทางวาจาด้วย และ ระหว่างนั้นก็คิดด้วย ก็มีผลเป็นบุญเป็นบาปมาทันทีที่ลุกที่เก็บที่นอน และทันทีอะไรก็ตามที่คุณรู้ตัวอยู่ ก็ได้กลายเป็นบาปติดตัวไปเรียบร้อยแล้ว

ตื่นเช้าขึ้นมา จากห้องนอนไปห้องน้ำ เราไม่ได้เว้นการคิดเลย ถ้า 5 ก้าว
คิด แล้วคิดว่าถ้าเข้าห้องน้ำแล้วคิดว่าจะไปนอนต่อ นี่ก็คิดด้วยเชื้อขึ้เกียจ
จัดเป็นกรรมดี หรือ กรรมชั่ว หัวหน้าชั้น
กรรมชั่วครับ(หัวหน้าชั้นตอบ)
แล้วเมื่อเช้าคิดอย่างไร(ครูไม่เล็กถาม)
คิดไปสวดมนต์คร้าบบบ (หัวหน้าชั้นตอบ)
5555

น้ำหยดพื้น ไม่ต้องมากแค่ 3 หยด ไม่ได้เช็ด ทิ้งไปเลย
จะมีอะไรแค่ 3หยดจะมีอะไร
เราออกจากห้องน้ำ คนที่ 2 เข้ามา มันก็ทิ้งไว้อีก 3 หยด เพราะมีตัวอย่างแล้ว ก็กลายเป็น 6 หยด คนที่สามก็ทิ้งไว้ อีก 6 หยด เพราะมันเห็นไว้ 6 หยอด
เป็น 12 หยด คนที่ 4 เข้ามา ก็เลยทิ้งไว้อีก 12 หยด เป็น 24 หยด
คนที่ 5 เข้ามาก็จะเป็น 48 หยด ทีนี้พอไอ้คนแรกมาเข้าห้องน้ำ ก็จะคิดแล้ว ใครวะ ทำเป็นเทือกแล้ว มันน่า น่าอะไร ก็น่าดีดเอ็งนั่นแหละ เพราะเอ็งก่อไว้ 3 หยด
ไม่นึกเลยว่า ตัวเองทิ้งเพาะเชื้อบาปเอาไว้ 3 หยด เชื้อบาปเวลามัน แพร่ดูเน้อ
ดังนั้นอยู่ที่บ้าน ห้องนอน ห้องน้ำ ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่มันมีแล้ว

ครูไม่ใหญ่ ถึงได้สอนว่า ให้ตื่นในอู่แห่งทะเลบุญ พอตื่นแล้วให้นึกถึงดวงและองค์พระ ถ้าไม่คิดไม่พันธุ์นี้ กูว่า บาปท่วม อย่ามาบ่นให้ได้ยินว่าเมื่อไรจะถึงองค์พระเสียที
ถ้าอยากถึงองค์พระ ต้องตื่นขึ้นคิดถึงองค์พระปั๊บ ไม่งั้นมันจะอีกนานนะ

หลงผิดว่าตัวเองน่ะ เข้าใจธรรมะแล้ว จริงๆ ไม่เข้าใจ
รู้แล้วว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นั่นเอ็งไม่ได้เข้าใจ เอ็งท่องได้
ถ้าตื่นแล้ว เราทำตามเคยชิน ไม่ได้ทำตามที่ครูไม่ใหญ่เตือนให้ทำเป็นการบ้าน เราพลาดกันนะ
ก็นำเรื่องที่รู้แล้วนั่นแหละมาเล่าให้ฟัง
ถ้าตื่นปุ๊บให้นึกถึงองค์พระปั๊บ นี่บุญท่วมหมอนท่วมหัว เลยนะนี่
เดิน 5 ก้าว นึกถึงองค์พระตลอดเวลา ยากที่จะเป็น 5 หยด 6 หยดที่พื้น ยาก
ดังนั้นกระทบกระทั่งกันเองกับหมู่คณะที่จะใช้ห้องน้ำร่วมกัน อยู่ร่วมกัน ก็จะน้อย

ดูวงจรภาระกิจประจำวันมันเป็นไง
ตื่นปุ๊บ ถ้าไม่กดเฟซบุ้คเสียก่อน กดโทรศัพท์ซะก่อน
แค่เก็บที่นอนนี้ ก็มีบุญมีบาปเกิดขึ้นได้แล้ว
แค่ไปอาบน้ำขับถ่าย ก็มีบุญมีบาปเกิดขึ้นได้แล้ว
แค่เดินจะไปกินข้าว ตลอดทั้งระยะทางก็มีบุญและบาปเกิดได้แล้ว
เมื่อถึง ลงมือกินข้าวไป ถ้าไม่ระวัง คิดดีคิดร้าย ไม่ต้องมาก อย่างกินเพื่ออยู่กับอยู่เพื่อกิน นี่เหมือนกันไหม กินแล้วไม่ล้าง ผลักภาระให้คนอื่น คงไม่น่ารักเท่าที่ควรจะเป็น บุญและบาปก็ได้เกิดแล้ว ระหว่างไปแต่งเนื้อแต่งตัว ดูทีไรก็หล่อทุกที ดูทีไรก็สวยทุกทีเลย ทุเรศ อยู่หน้ากระจก หลอกตัวเองเป็นชั่วโมงชั่วโมงเลย นั่นก็บุญและบาปก็เกิดอีกแล้ว

ระหว่างนั่งรถไปทำงาน ก็เกิดอีกแล้ว เคยประเมินไหม ระหว่างนั่งรถไปทำงาน บุญกับบาปอย่างไหนมันเกิดมากกว่ากัน อารมณ์ระหว่างทำงาน กับก่อนจะเลิกงาน เคยดูไหมอารมณ์มันเป็นไง จากที่ทำงานไปถึงบ้าน จากที่ทำงานไปถึงบ้าน บุญบาปก็เกิด
จนกระทั่งเปลี่ยนเสื้อผ้าจนไปกินอาหารตอนเย็น ก็เกิดบุญบาปนะ ไม่ใช่ไม่เกิด เพียงแต่ว่า มากน้อยเท่านั้น

บุญบาปมีโอกาสเกิดแล้วทั้งนั้น จนกระทั่งกลับเข้านอน

รู้แล้วทั้งนั้นแหละแต่คิดหรือเปล่า เลยเอามาให้

แม้จะถูตัว อย่างตั้งใจกับลวกๆ การใช้น้ำอาบเทโครมๆ หลวงปู่บอกไอ้นี่มันเป็นขี้ข้าน้ำ
การปฏิบัติภาระกิจประจำวัน จัดเป็นการทำงาน

เคี้ยวละเอียด กับ ขยอก ขยอกอย่างนก อย่างปลา
การทำงานแต่ละครั้งล้วนเป็นการทำกรรม
การทำกรรมแต่ละครั้งล้วนมีผลเป็นบุญเป็นบาป สุขทุกข์ และ สั่งสมต่อไปได้ กลายเป็นนิสัยดีชั่วติดไป

นิสัยดีนิสัยชั่วที่ทำซ้ำๆ อยู่ทุกวัน ก็จะเป็นสันดาน มีทั้งสันดานดีสันดานชั่ว
สันดานดี คือ รับผิดชอบต่อ ความดีพื้นฐานของตนเอง
สันดานชั่ว คือไม่รับผิดชอบ ไม่ใช่ความดีสากลกลายเป็น ความชั่วสากล ติดตัวข้ามชาติ

ตกลงความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิตมนุษย์อยู่ที่การทำภาระกิจในชีวิตประจำวันนั่นเองเจ้าค่ะ ไม่ใช่อยู่ที่ว่า เดือนนี้ทำบุญตั้งเท่านั้นแหนะ

ไม่ว่าทำบุญเท่าไรก็ตามแต่มีสิ่งบกพร่องอยู่อย่างนี้ บุญที่ทำก้อนนั้น ก็บาปที่กัดกร่อนเราทุกวันนั้น บางทีเอามาขึ้นตาชั่งกันแล้ว ไม่แน่ว่าอะไรจะหนักกว่ากัน

ไม่แปลกว่าบางคนเข้าวัดมาเป็นปีก็เหมือนเดิม แต่บางคนเข้ามาไม่มีเดือน เขาเปลี่ยนดีวันดีคืน การเข้าวัดแล้วใครจะเข้มงวดกวดขันตนเองเท่าไร

สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ ถ้าเดือนนี้ทำบุญเท่านี้ มีองค์ประกอบให้ปลื้มเยอะเลย แต่ที่ผ่านมาองค์ประกอบแบบทิ้งๆ ขว้างๆ แบบสับเพร่า แม้ขนาดทำบุญก้อนโตๆ
1. คิดทำบุญก้อนโตก็ยาก
2. ความคิดที่ทำให้ได้ปลื้มกับบุญก้อนโตนั้นก็ยาก เพราะมันมีสิ่งขัดขวาง
3. กูไม่น่าทำบุญกูน่าจะเอาเงินไปญี่ปุ่น นั่นๆ ทำบุญแล้วเสียดายอีก

ไปดูนะ ทำไมคนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนั้น ดาราคนนี้ชอบกินอันนั้น ดาราคนนี้ชอบกินอย่างนี้ ช่างหัวมันเถอะ ว่าแต่คุณนั่นแหละ
ไปสำรวจตรงนั้นเถอะ แล้วบุญจะเพิ่ม

วันอาทิตย์มาถึงวัดทำบุญเปรี้ยงลงไป ใจพร้อมจะฟู หนึ่งบาทปลื้มพันล้านไม่ยาก
แต่ 6 วันทำอะไรบ้างไม่รู้ อันนี้จะยากปลื้มพันล้าน

เรื่องที่ 2 ดีใจที่พวกเรามาชักชวนกันเตรียมไปตามลูกผู้ชายแมนๆ มาบวช ก็ฝากไว้แล้วกัน ยิ่งไปชวนเขามาบวชกันน่ะ ระหว่างเวลาที่จะไปชักชวนกันน่ะ ฝากด้วย รักษาใจให้ดี ตื่นเช้าจนกระทั่งกลับเข้านอน ไม่งั้นแค่ไปชวนเขา 1 คน แล้วปฏิเสธ บางคนเขาว่าเอาเข้าด้วยว่าเราไปล้วงล้ำอธิปไตยชีวิตเขา (ทำอย่างกะเราจะไปปิดถนน)
ยิ่งใครที่จะไปตามคนอื่นมาบวช ฝากไว้ด้วย การบ้าน 10 ข้อที่ครูไม่ใหญ่ให้ไปทำน่ะ ทำนะ

การบ้านนี้คนที่ทำเป็นประจำ จะรู้เองว่านิสัยทั้งดีและไม่ดีของตัวเองที่มันเกิดขึ้นมาใหม่ทุกปีทุกปีมันเกิดมาได้อย่างไร