Hi-Fi และ Wi-fi ย่อมาจากคำว่าอะไร

วันที่ 10 ตค. พ.ศ.2557

 
Hi-Fi  และ  Wi-fi  ย่อมาจากคำว่าอะไร
 

คอลัมน์ รู้ไปโม้ดน้าชาติ ประชาชาติ nachart@yahoo.com
คำว่า hi-fi และ wi-fi มาจากอะไร
 
chatcha
ตอบ chatcha

"ฮาย-ฟาย" (HI-FI) ย่อมาจาก High Fidelity หรือเขียน HIFI-DELITY เป็นประเภทหนึ่งของเครื่องขยายเสียง (Amplifier) ในยุคปัจจุบัน โดยที่เครื่องขยายเสียงมีหน้าที่ทำให้เสียงดังขึ้น แต่ตัวเครื่องขยายเสียงเพียงลำพังไม่สามารถทำให้เสียงดังขึ้น ต้องมีไมโครโฟน และลำโพง รวมทั้งหมดเป็นระบบขยายเสียง สำหรับ ไฮ-ไฟ เป็นเครื่องขยายเสียงคุณภาพสูง ให้สัญญาณออกไม่ผิดเพี้ยนจากสัญญาณเข้า จึงเลือกใช้คำว่า High Fidelity ซึ่งแปลว่าซื่อสัตย์อย่างสูง

ไฮ-ไฟ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ส่วนใหญ่ใช้ระบบดิจิตัล มีฟังก์ชั่นมากมาย มีรีโมตคอนโทรลควบคุมการทำงาน ทั้งนี้ การทำงานของเครื่องขยายเสียง เมื่อคลื่นเสียงถูกป้อนเข้าทางไมโครโฟน จะถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าไปยังเครื่องขยายเสียง ถูกขยายให้แรงขึ้นส่งไปยังลำโพง ลำโพงจะเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าเป็นคลื่นเสียงไปในอากาศ ซึ่งเป็นคลื่นเสียงที่อยู่ในย่านความถี่ที่หูของมนุษย์ได้ยินคือ 20-20,000 เฮอร์ทซ์ (Hz) คลื่นเสียงที่ป้อนเข้าไปทางไมโครโฟนมีความถี่เท่าใด เสียงที่ถูกขยายแล้วออกไปทางลำโพงก็มีความถี่เท่านั้นไม่เปลี่ยนแปลง แต่เครื่องขยายเสียงเปลี่ยนแปลงคือดังขึ้น

"วาย-ฟาย" (WI-FI) หรือเครือข่ายไร้สาย ย่อมาจากคำว่า Wireless Fidelity เป็นเทคโนโลยีที่เชื่อมคอมพิวเตอร์เข้ากับเครือข่ายแลน (LAN) ด้วยการใช้คลื่นวิทยุเป็นตัวรับส่งสัญญาณแทนสายเคเบิล โดย 802.11b ถือเป็นมาตรฐานไว-ไฟตัวแรกที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 11 เมกะบิตต่อวินาที ใช้ช่วงความถี่ 2.4 กิ๊กกะเฮิรตซ์ ครอบคลุมพื้นที่ทำการในระยะ 50-100 เมตร

ปัจจุบันมีอยู่ 3 มาตรฐาน คือ 802.11a, 802.11b และ 802.11g ทั้ง 3 มาตรฐาน แบ่งตามคลื่นความถี่ที่ใช้ออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 802.11a ซึ่งใช้คลื่นความถี่ 5GHz และ 802.11b กับ 802.11g ซึ่งใช้คลื่นความถี่ 2.4 GHz ส่วนมาตรฐานที่แพร่หลายที่สุดในปัจจุบันคือ 802.11b ครับ รองลงมาก็ 802.11g และ 802.11a ตามมาเป็นที่สุดท้าย สาเหตุที่ 802.11b และ 802.11g ได้รับความนิยมก็เพราะว่าทั้ง 2 มาตรฐานใช้คลื่นความถี่เดียวกัน ทำให้อุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐาน 802.11b และ 802.11g สามารถใช้ร่วมกันได้

วาย-ฟาย หรือเครือข่ายไร้สาย เป็นการบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานเครือข่าย ทำให้มีอิสระในการสื่อสารมากขึ้นในการทำงาน สามารถใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หรือ PDA จากภายในอาคาร นอกอาคาร ร้านกาแฟ โรงแรม สนามบิน ได้ทุกที่ทุกเวลา ประโยชน์ที่ทำให้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายสรุปเป็นข้อๆ ได้ว่า
 
1.ให้อิสระในการสื่อสารมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อไม่ต้องมีสายเข้ามาเกี่ยวข้อง
 
2.มีมาตรฐานที่กำหนดให้เลือกใช้ความถี่ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตการใช้ความถี่อุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งประเทศไทยใช้ความถี่ย่าน 2.4 GHz และความแรงสัญญาณไม่เกิน 100 mW 
 
3.ใช้มาตรฐานในชุด IEEE 802 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในระบบ LAN มานาน จึงทำให้เป็นที่ยอมรับอย่างรวดเร็ว
 
4.เทคโนโลยี Microelectronic ทำให้อุปกรณ์ มีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย ทั้งนี้ ในการใช้งานระบบจะต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Access Point และ การ์ด Wireless ที่ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ฝั่งผู้ใช้ ปัจจุบันสามารถหามาติดตั้งได้ในราคาไม่กี่พันบาทก็สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หรือ PDA ที่เชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก