ผู้นำแห่งความสุข

วันที่ 04 สค. พ.ศ.2558

 

ผู้นำแห่งความสุข


            ทุกคนตระหนักดีว่า “ กำลังใจ ” คือสิ่งสำคัญ แต่จะทำอย่างไรให้เราเป็นคนที่เข้มแข็งไม่ท้อถอยง่ายๆ และมีกำลังใจมากมายไม่สิ้นสุด เราคงเคยได้ฟังคำแนะนำในประเด็นนี้มาพอสมควร คราวนี้มาดูภาพรวมกันว่าเราต้องทำอย่างไรบ้างให้เกิดกำลังใจ และตรวจสอบตัวเองว่า ที่เรารู้สึกยังขาดกำลังอยู่นั้นเพราะยังขาดอะไรอีก ควรจะเสริมประเด็นไหนให้กำลังใจเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


สร้างกำลังใจให้ตนเอง
    การสร้างกำลังใจให้ตนเองนั้นอาศัยหลักความจริงเรื่อง “ มรรคมีองค์ 8 ” ถ้าฝึกตัวเองตามหลักมรรคมีองค์แปดแล้วกำลังใจของเราก็จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ มรรคมีองค์ 8 ประกอบไปด้วย


สัมมาทิฐิ
    สัมมาทิฐิ คือมีปัญญาเห็นชอบ มีความเห็นถูกได้แก่ ใครก็ตามที่ปลูกฝังความเห็นถูกให้เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยมีความเชื่อมั่นเรื่องกฏแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ก็มักจะมีกำลังใจเวลาเจอกับอุปสรรคหนักๆ ก็ไม่ท้อแท้ เพราะรู้ว่าเป็นวิบากกรรมที่เราเคยทำไว้ในอดีต ถือว่าตอนนี้เราจะชดใช้หนี้กรรมเก่า หนี้ก็ลดไปส่วนหนึ่งแล้ว แล้วทำอย่างไรเราจะสร้างต้นทุนใหม่ ทุ่มเททำความดีให้มากขึ้นไปอีก เพื่อความดีที่เราทำจะได้ไปเจือจางวิบากกรรมเก่าให้อ่อนลง พอถึงคราวมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นมาในชีวิตเราก็จะไม่หลงระเริงเกินไป มีสติแล้วทำความดีได้อย่างต่อเนื่อง 
    คนที่มีสัมมาทิฐิ คือคนที่มีความกตัญญู และระลึกถึงพระคุณพ่อแม่ ก็มักจะมีกำลังใจ ไม่ทำอะไรที่ไม่ดีเพราะกลัวพ่อแม่จะเสียใจ พอถึงคราวจะทำอะไรดีๆ ก็จะตั้งใจทำเพราะอยากให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ คนที่มีสัมมาทิฐิจะมีบุคคลที่เป็นต้นแบบอยู่ในใจ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบ ส่งให้เรามีพลังขับเคลื่อนตัวเองไปสู่ความเป็นต้นแบบนั้น ทำให้เรามีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือ “ สัมมาทิฐิ ” ความเห็นถูก


สัมมาสังกัปปะ
    สัมมาสังกัปปะ คือดำริชอบ ความคิดถูก คิดเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งที่จะดึงให้เราคิดลบไปได้นั้นเกิดจาก 3 เรื่อง ได้แก่ (1) “คิดหมกมุ่นในกาม” มัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องกามารมณ์ (2) “ คิดพยาบาทปองร้าย ” คิดร้ายเขา อยากจะฆ่าเขาให้ตาย อยากจะแก้แค้นเขาให้หนำใจ (3) “ คิดเบียดเบียน ” มีความคิดลบเกิดขึ้นในใจ ไม่ชอบเขาจึงคิดอยากให้เขาย่ำแย่ คิดแต่จะกลั่นแกล้งเขา อยากให้เขาตกต่ำไปกว่าที่เขาเคยเป็นอยู่
    ความคิดเหล่านี้เพียงเริ่มต้นคิด เราก็จะสัมผัสได้ว่า คุณภาพใจของเราตกต่ำลง แต่ถ้าเราเลี่ยงความคิดลบทั้งสามข้อนี้ได้ เราก็จะคิดออกจากกาม คิดไม่พยาบาท และคิดไม่เบียดเบียน นี่เองจะเป็นพลังเกื้อหนุนให้ความคิดเชิงบวกและความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นมา พลังใจเราจะเพิ่มพูนขึ้นมาทันที แล้วเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองว่า “ เราทำได้ ” 


สัมมาวาจา
    สัมมาวาจาคือ การเจรจาชอบ พอเราพูดเป็นและคิดบวกก็จะเกิดกำลังใจ แต่ถ้าเราคิดลบก็จะบั่นทอนคุณภาพใจของตัวเอง คำพูดติดลบที่บั่นทอนกำลังใจตัวเอง คือ พูดเรื่องไม่จริง พูดคำหยาบ พูดส่อเสียดยุยงให้เขาทะเลาะกัน พูดเพ้อเจ้าเหลวไหลไร้สาระและอวดโอ่ตัวเอง เป็นต้น ถ้าพูดอย่างนี้เมื่อใด คุณภาพใจก็ตกต่ำ โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ที่มีสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น สื่อออนไลน์ ที่พอพูดหรือพิมพ์ออกไปแล้ว คนฟังคนอ่านไม่เห็นตัวผู้พูดทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ
    จริงๆแล้วเมื่อใดที่เราใช้คำหยาบ คุณภาพใจเราก็จะตกต่ำทันที เพราะฉะนั้น เราจึงควรหลีกเลี่ยงคำพูดติดลบบั่นทอนกำลังใจไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม ให้พูดแต่สัมมาวาจา เจรจาชอบเท่านั้น


สัมมากัมมันตะ
    สัมมากัมมันตะ คือทำการงานชอบ มีความประพฤติดีงาม ได้แก่ “ ไม่ทำผิดศีล ” คือไม่รังแกเขา ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ลักขโมยเขา ไม่ยักยอกทรัพย์ของเขา และไม่ประพฤติผิดในกาม ถ้าเราเผลอทำผิดศีล เช่น ไปลักขโมยของเขา หรือประพฤติผิดในกามเมื่อใด ก็เหมือนมีรอยแผลฝังอยู่ในใจ กลายเป็นวัวสันหลังหวะ แค่อีกาบินผ่านก็เสียวสันหลังวูบ ความอาจหาญความเชื่อมั่นและกำลังใจในตนเองจะตกต่ำลงทันที แต่ถ้าเราทำการงานชอบไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็แกล้วกล้าอาจหาญในที่ประชุมชน กำลังใจและความเชื่อมั่นก็เกิดขึ้นตามมา


สัมมาอาชีวะ
    สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีพชอบ มีอาชีพการงานที่สุจริต เป็นรายได้ที่หล่อเลี้ยงชีวิตตัวเองที่ได้มาด้วยความถูกต้อง ชอบธรรม จึงเกิดความอาจหาญและเกิดกำลังใจ แม้เราจะไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แต่ทุกอย่างหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง จึงเกิดความเชื่อมั่นและความภูมิใจ แต่ถ้าเมื่อใดที่เราเลี้ยงชีพในทางที่ผิด ใจเราจะต้องคอยระแวงทรัพย์ที่หามาได้ เพราะมันได้มาโดยไม่ชอบ กลัวว่าเขาจะมาเอากลับไปเมื่อใดไม่รู้ ความเชื่อมั่นและกำลังใจถูกบั่นทอนไป

 

สัมมาวายามะ
    สัมมาวายามะ คือความเพียรชอบ มีความวิริยะอุตสาหะ ถ้าเราไม่ขยัน วันๆ เอาแต่เดินเล่น นอนเล่นสนุกสนานเฮฮาไปเรื่อยๆ ความเชื่อมั่นและกำลังใจก็ไม่เกิด แต่ถ้าใครได้คิดแล้วลงมือทำทันที ความสำเร็จที่เกิดจากงานแม้เพียงเล็กน้อยก็จะเสริมสร้างความภูมิใจ ความมั่นใจ และกำลังใจให้เกิดกับเรา


สัมมาสติ
    สัมมาสติ คือ มีสติชอบ ไม่เป็นคนฟุ้งฝัน ฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อย ชั่วโมงหนึ่งคิดได้เป็นสิบเรื่อง หรือว่ามัวแต่ฝันถึงอนาคตโดยขาดการลงมือทำ สุดท้ายอยู่แต่ในโลกแห่งความฝัน และไม่กล้าออกมาผจญโลกแห่งความเป็นจริง แต่คนใดมีสติอยู่กับเนื้อกับตัว จะหยิบจับอะไรก็มีสติจดจ่อ อย่างนี้ความมั่นใจและกำลังใจก็เกิดเพิ่มพูนขึ้น


สัมมาสมาธิ
    สัมมาสมาธิ คือ มีสมาธิชอบ ไม่ว่าจะทำอะไรเราต้องมีใจจดจ่อแน่วแน่ ไม่เป็นคนจับจด เพราะความสำเร็จของงานจะไม่เกิด กำลังใจและความเชื่อมั่นก็ไม่เกิดตามมา ถ้าเรามีสมาธิจดจ่อในสิ่งที่ทำ นั่งสมาธิก็ตั้งใจจริง ทำการงานก็มีสมาธิในงาน จะทำอะไรก็ตามมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งนั้น อย่างนี้เหมือนกับการเอาแว่นขยายไปรวมแสงเป็นจุดเดียว พลังจะเพิ่มทับทวีคูณ ใจคนเราก็เหมือนกันถ้าปล่อยให้ฟุ้งพลังมันก็กระจาย หายไปหมด แต่เมื่อใดที่เรามุ่งจุดสนใจไปที่จุดเดียว และมีสมาธิตั้งมั่นพลังใจจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้น คนฉลาดที่ต้องการสร้างกำลังใจจะต้องรู้จักการทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอด้วย


ผลของการขาดกำลังใจ
    ยกตัวอย่างเรื่องราวผลของการ “ มีกำลังใจ ” กับ “ ขาดกำลังใจ ” และการถูกความกลัวเข้าครอบงำว่า เกิดผลกับชีวิตมนุษย์มากน้อยเพียงใด พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ท่านเล่าให้ฟังว่าที่น้ำตกสาลิกา จังหวัดนครนายก เป็นน้ำตกที่มีความสูงราว 80 เมตร ทางฝั่งซ้ายมือมีช่องทางเดินให้คนค่อยๆไต่ขึ้นไปได้ไม่อันตรายมากนัก มีความลาดชันบ้าง แต่ก็มีแง่งหินและต้นไม้ที่งอกออกมาตามหน้าผาให้เราจับเพื่อไต่ไปได้ 


    เมื่อเดินอยู่ข้างล่างพอมองขึ้นไปเห็นว่าทางขวามือนั้นปีนขึ้นไปได้ คนหนึ่งในทีมก็เลยแยกตัวออกไปไต่เขาขึ้นทางด้านขวาของน้ำตก คนที่อยู่ข้างล่างก็คอยลุ้น พอเขาไต่ไปได้ 70 เมตร เหลืออีก 10 เมตร ก็จะถึงที่หมายแล้วเผอิญเจอต้นไม้ใหญ่งอกออกมาจากหน้าผาจึงอาศัยเป็นที่หยุดพัก พอนั่งพักเขาก็เหลียวมองลงไปข้างล่าง เห็นหน้าผาชันเกือบตั้งฉากสูงพอๆกับตึก 20 ชั้น รู้สึกใจหวิวหมดแรงปีนต่อไปไม่ไหว กอดต้นไม้ไว้แน่นแล้วร้องตะโกน “ ช่วยด้วย ๆ ” 
    คนข้างล่างก็ตกใจแต่ว่าขึ้นไปช่วยไม่ได้ง่ายๆ ต้องไปหาเชือกมาแล้วไต่ขึ้นไปทางหน้าผาฝั่งซ้ายมือของน้ำตกซึ่งเป็นทางขึ้นปกติ พอไปถึงข้างบนแล้วค่อยๆใช้เชือกโรยตัวลงมาซึ่งกว่าจะขึ้นไปช่วยได้นั้นใช้เวลานานพอสมควร ปรากฎว่าคนนั้นแน่นิ่งไปแล้ว พอช่วยเขาได้แล้วส่งโรงพยาบาลสุดท้ายปรากฏว่าเขาตายเพราะความกลัวบีบคั้น ซึ่งถ้าก่อนหน้านี้เขาไม่แวะพักที่ต้นไม้ใหญ่ มองไปข้างหน้าแล้วปีนต่อไปเรื่อยๆอีกแค่ 10 เมตร ก็จะถึงที่หมายแล้วแต่พอมองลงไปข้างล่างเท่านั้นเอง ความกลัวก็เกิดขึ้นกำลังใจหดหายไป แรงจะก้าวขาออกไปสักก้าวหนึ่งยังไม่มี


    ระหว่างที่รอคนมาช่วยก็นั่งกอดกิ่งไม้แน่นอยู่ ความกลัวครอบงำตลอดเวลา “ ถ้าตกลงไปต้องตายแน่ๆ ” ระบบการทำงานในร่างกายรวนไปหมด หัวใจ เลือด ระบบประสาทรวนหมด ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงพอคนมาช่วยเขาก็ตายเสียแล้ว เพราะฉะนั้น ในชีวิตจริงกำลังใจมีความสำคัญต่อคนเรามาก ถ้ามีความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นเราก็จะพบว่า ตัวเองสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่าง ที่คาดไม่ถึงว่าเราทำได้ ขอเพียงมีความเชื่อมั่นและมีกำลังใจ มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงเท่านั้น 
    ถ้าเมื่อใดที่เราขาดกำลังใจ แล้วปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ อย่าว่าแต่จะไปทำอะไรอย่างอื่นเลย แค่จะก้าวขาออกไปสักก้าวหนึ่งยังไม่กล้า แค่จะประคองชีวิตให้อยู่รอดไปยังไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นกำลังใจคือ พลังขับเคลื่อนสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตเราก้าวไปสู่ความสุขและความสำเร็จ ขอให้ทุกคนดำเนินชีวิตตาม “ มรรคมีองค์ 8 ” แล้วกำลังใจที่นำมาซึ่งความสำเร็จจะเป็นของเราทุกคน 

--------------------------------------------------------------------

" หนังสือ เนรมิต จิตใจ "
ปลดล็อกความเครียด รู้ทันความเสื่อม สร้างสุข สลัดทุกข์หยุดโกรธ
โดยพระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร