พุทธ ๓ ประเภท

วันที่ 18 สค. พ.ศ.2558

 

พุทธ ๓ ประเภท

หนึ่งในพระทัยท่าน         ก็เบิกบาน คือดอกบัว
ราคี บ่ พันพัว            สุวคนธกำจร


พระพุทธเจ้าจำแนกเป็น ๓ ประเภท คือ 
            ๑.    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แก่ ผู้ที่ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองคืเองแล้วทรงนำสิ่งที่พระองค์ตรัสรู้นั้นมาสั่งสอนชาวโลกทั้งหลาย ให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบ หมดกิเลสตามพระองค์ไปด้วย เหมือนอย่างพระศรีศากยสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราพระองค์นี้


             ๒.    พระปัจเจกพุทธเจ้า ได้แก่ ผู้ที่ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เองแต่ไม่สอนใคร ระหว่างสร้างบารมีอยู่นั้น รักการทำความดี มีเป้าหมายที่ดี แต่ว่าเบื่อมนุษย์คือรำคาญ จะให้สร้างบารมีเป็นทีมเกิดความรำคาญขอไปคนเดียวเหมือนนอแรดดีกว่า 
            ลองสังเกตดู คนเราบางทีมาบวช มีความตั้งใจดีว่า เราจะต้องตั้งใจฝึกฝนตนเองให้เป็นพระที่ดี มีเป้าหมายที่สูงส่ง แต่พออยู่ด้วยกันหลายๆองค์แล้วเป็นอย่างไร ทำไมเพื่อนเรารูปนี้ตากจีวรไม่ระวังเลย จีวรเราแห้งอยู่แล้ว เอาจีวรเปียกๆมาตากโดน จีวรเราเปียกไปด้วย เริ่มรำคาญแล้ว หรือคนโน้นทำไมพูดไม่ค่อยเพราะ ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด สิ่งของเราวางดีๆ ทำไมทำของเราเสียระเบียบไป อย่างนี้เป็นต้น หรือคนนี้เขากลิ่นตัวแรง คือแต่ละคนจะมีข้อบกพร่องของตัวเองต่างๆ กันไป ยังไม่มีใครสมบูรณ์ คนที่ตั้งใจจะทำความดีด้วยกันทั้งนั้น แต่พอเจอความไม่สมบูรณ์ของคนอื่นเข้า ทำให้รำคาญ หงุดหงิด ใจนั้นรักจะทำความดีแต่มันเบื่อมนุษย์ ก็เลยขอไปคนเดียวเหมือนนอแรดดีกว่า นี่คือที่มาของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่าพระปัจเจกพระพุทธเจ้า


             พระปัจเจกพระพุทธเจ้าสามารถเกิดขึ้นพร้อมๆกันได้ทีละหลายพระองค์ อย่างมีหญิงคนหนึ่งคลอดบุตรทีเดียว ๕๐๐ คน เราเคยเจอแฝด ๕๐๐ คนบ้างหรือไม่ แค่แฝด ๓ หรือแฝด๔ ก็มากแล้วใช่ไหม นี่คลอดทีเดียว ๕๐๐ คนแล้วรอดชีวิตหมดทุกคน บางคนสงสัยว่าคลอดได้อย่างไร ๕๐๐ คน แล้วรอดชีวิตทุกคนทำได้อย่างไร ก็คลอดทางรูขุมขนเรียกว่าเกิดแบบสังเสทชะ มนุษย์เราส่วนใหญ่เกิดในครรภ์ ท่านเรียกว่า เกิดแบบชลาพุชะ เกิดในน้ำ ในน้ำคร่ำที่อยู่ในครรภ์มารดา แต่จริงๆแล้วมนุษย์เกิดได้ทุกแบบ เกิดแบบสังเสทชะแบบผู้หญิงคนนี้คลอดทีเดียว ๕๐๐ คนทางรูขุมขนยังทำได้แล้วรอดชีวิตหมดด้วยเพราะมีบุญมาก ต่อมาพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๕๐๐ องค์ ผู้หญิงคนนี้มีบุญมีลูกทีเดียว ๕๐๐ คน แถมยังเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหมด ๕๐๐ องค์ด้วย เพราะสร้างบุญมาพอๆกัน ดึงดูดมาเกิดพร้อมๆกัน พระปัจเจกพุทธเจ้าสามารถเกิดพร้อมๆกันคราวเดียว ทีละหลายๆพระองค์ ไม่สอนใครแต่ก็มีประโยชน์กับชาวโลกในแง่ที่ว่าเป็นเนื้อนาบุญ ใครได้ตักบาตรกับพระปัจเจกพุทธเจ้าได้สร้างบุญกับท่านถือเป็นโอกาสได้สร้างบุญใหญ่ ประโยชน์เกิดในแง่มุมนี้ ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าเปรียบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ต้องยอมรับว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสร้างประโยชน์ต่อชาวโลกได้มากกว่ากันมาก

 

            เวลาในการสร้างบารมีก็ต้องยาวนานกว่ากัน ต้องอดทนมากกว่า แต่เมื่ออดทนสร้างบารมีเป็นทีมได้ประโยชน์เกิดต่อโลกมากกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ ดังนั้นพระทุกรูปที่มีความตั้งใจในการบวช มีความตั้งใจในการทำความดีแล้ว ขอให้อดทนต่อเพื่อนสหธรรมิกให้ได้ เพราะขณะที่เราเองต้องทนเขาอยู่ แต่โดยที่เราไม่รู้ตัว บางทีคนอื่นก็ต้องทนเราพอสมควรเหมือนกัน ต่างก็ต้องทนซึ่งกันและกัน ลิ้นยังต้องทนฟัน ฟันยังต้องทนลิ้นเลย เพราะลิ้นกับฟันยังต้องกระทบกันอยู่ในปากด้วยกันเอง เคี้ยวไปเคี้ยวมายังโดนกัน พี่น้องท้องเดียวกันโตมาด้วยกันก็ยังขัดใจกันทะเลาะกัน  สามีภรรยาอยู่ด้วยกัน ในครอบครัวเดียวกัน บางทีก็ขัดใจกันทะเลาะกันเป็นของธรรมดา แล้วเรามาจากร้อยพ่อพันแม่ต่างถิ่นต่างทิศมาอยู่รวมกัน ทำไมจะไม่มีเรื่องกระทบกระทั่งมันก็ต้องมีบ้าง แต่เนื่องจากเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือบวชสร้างบารมีจึงต้องอดทนกันให้ได้ อย่าไปสนใจเรื่องคนอื่นเขามาก มาดูตัวเองดีกว่าแล้วตั้งใจปรับปรุงตัวเองให้สมบูรณ์ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ถ้าทำได้อย่างนี้ หากเรามีความตั้งใจข้างหน้าไม่เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ขอเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดีกว่า จะได้โปรดสัตว์ได้มากๆ เหนื่อยสร้างบารมีแต่ก็เหนื่อยคุ้ม


           ๓.    พระอนุพุทธเจ้า ได้แก่ พระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้ที่ตรัสรู้ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วนำเอาไปปฏิบัติ จนบรรลุธรรมตามพระองค์ ถ้าเป็นศัพท์ที่เราคุ้นก็คือพระอรหันต์นั่นเอง ในอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า พระอนุพุทธเจ้า อนุ แปลว่า ตาม คือพระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้คือ พระอนุพุทธเจ้า
คำว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นตำแหน่งกลางๆ ของโลก ทุกคนสามารถเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ถ้าตั้งใจจริง ผู้ที่ตั้งความปราถนาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปในอนาคต เราเรียกว่าพระโพธิสัตว์ คือ สัตว์ที่ปราถนาโพธิญาณ ปราถนาการตรัสรู้ธรรม อย่างพวกเรา วันนี้ฟังธรรมเรื่องพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจบ ถ้าตั้งความปราถนาว่า บุญจากการบวชครั้งนี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคต พอตั้งใจอย่างนี้เราก็ได้ชื่อว่า พระโพธิสัตว์ เพียงแต่ว่าพระโพธิสัตว์มี ๒ แบบ
    แบบแรกเรียกว่า อนิยตโพธิสัตว์ แปลว่าพระโพธิสัตว์ที่ยังไม่เที่ยงที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ยังไม่แน่ วันนี้ตั้งใจจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พรุ่งนี้หงุดหงิดขึ้นมาเลิกแล้ว เปลี่ยนความตั้งใจ ยังไม่แน่ท่านเรียกว่า อนิยตโพธิสัตว์ 
    อีกแบบเรียกว่า นิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่เที่ยงแท้แน่นอนว่า ในอนาคตจะต้องตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแน่นอน ๑๐๐% คือ พระโพธิสัตว์ที่สร้างบารมียาวนาน จนกระทั่งบุญเต็มเปี่ยมในภพใดภพหนึ่ง ได้รับพุทธพยากรณ์ จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในยุคนั้นว่า บุคคลนี้ในอนาคตจะตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อได้รับพุทธพยากรณ์แล้วก็จะไม่เปลี่ยน บุญมากพอแล้วผังสำเร็จของการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะบังเกิดขึ้น ๑๐๐% ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ท่านจะเรียกว่านิยตโพธิสัตว์ คือ พระโพธิสัตว์ที่เที่ยงแท้แน่นอนต่อการตรัสรู้ธรรม

-----------------------------------------------------------------------------------

เส้นทางพระบรมโพธิสัตว์

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ M.D.,Ph.D

 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร