บารมีที่ต้องสร้าง

วันที่ 18 สค. พ.ศ.2558

 

บารมีที่ต้องสร้าง


ชี้ทางบรรเทาทุกข์        และชี้สุขเกษมศานต์
ชี้ทางพระนฤพาน        อันพ้นโศกวิโยคภัย


    การสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์จะมีอยู่ ๓ ระยะ 
         ระยะแรก เป็นการตั้งความปราถนาด้วยใจ ทำความดีสิ่งใดก็อธิษฐาน ด้วยบุญนี้ขอให้ช้าพเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต ตั้งความปราถนาในใจ ยังไม่กล้าบอกใคร พอบุญมากขึ้น กล้าที่จะเปล่งวาจา อธิษฐานดังๆ ด้วยบุญนี้ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต พอบุญเต็มเปี่ยมมากชึ้นก็จะได้รับพุทธพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งนิยตโพธิสัตว์ ช่วงแรกที่ตั้งความปราถนาด้วยใจกับเปล่งวาจายังเป็นอนิยตโพธิสัตว์ อาจจะเลิกกลางคันได้


         มีตัวอย่างของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา พระชาติที่พระองค์เริ่มตั้งความปราถนาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในชาตินั้นพระองค์มีอาชีพเป็นพ่อค้า พ่อตายไปแล้วเหลือแต่แม่ที่ชรา วันหนึ่งจะไปค้าขายต่างแดนขึ้นเรือสำเภาไป ห่วงแม่ทิ้งไว้ที่บ้านเกรงไม่มีคนดูแล เลยพาแม่ไปด้วยเรือไปถึงกลางมหาสมุทรปรากฏว่าเจอลมพายุจนอับปาง ลูกเรือคนอื่นจมน้ำตายไปกันหมด แต่พระบรมโพธิสัตว์แบกแม่ขึ้นบ่าให้แม่กอดคอไว้ แหวกว่ายพยุงตัวอยู่ในมหาสมุทร ๗ วัน ๗ คืน ไม่ยอมจมน้ำ ไม่ยอมถอดใจ เพราะว่าความกตัญญูต่อแม่ ถ้าไปคนเดียวอาจจะถอดใจ แต่พอไม่ถอดใจก็กระพุ้ยน้ำ พยุงตัวเพราะกลัวว่าตัวเองจมน้ำแม่จะตายด้วย เอาความกตัญญูต่อแม่เป็นที่ตั้ง คนเราพอมีอะไรฮึดสู้มันก็สู้ได้ พลังใจของคนนี้แปลกขนาด คนไข้อาการหนักๆ ถ้าเขาไม่ถอดใจก็ยังไม่ตาย แต่บางคนไม่หนักเท่าไหร่ถอดใจไม่ไหวแล้วตายดีกว่าเลยตาย มันอยู่ที่ว่าถอดใจหรือจะฮึดสู้ พระโพธิสัตว์พอมีแม่อยู่ด้วยฮึดสู้ พยุงตัวอยู่ได้ ๗ วัน ๗ คืนแล้วคิดว่าชีวิตเราทุกข์ ชีวิตมนุษย์ทุกข์ ดูอย่างตัวเราเกิดมากำพร้าพ่อพออยู่กับแม่ก็ปรนนิบัติท่านทำดีทุกอย่าง ถึงคราวเจอภัยธรรมชาติก็มาจมน้ำอยู่นี่ มั่นใจว่ามันต้องมีหนทางพ้นทุกข์อย่างถาวร จึงตั้งความปราถนาว่าขอให้ข้าพเจ้าพบหนทางนั้นเถิด เมื่อข้าพเจ้าพบแล้วจะไม่เอาตัวรอดเพียงคนเดียว จะเอาหนทางนั้นมาสอนให้ชาวโลกรู้แล้วพ้นทุกข์ไปด้วยกัน รอดไปด้วยกัน นี่เริ่มตั้งความปราถนาพุทธภูมิ ปราถนาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในชาติหนึ่ง ด้วยกำลังแห่งเทพยดาสงเคราะห์ ๒-๓ วันก็บรรลุถึงฝั่งมหาสมุทร พระองค์ได้อุปัฏฐากมารดาจนสิ้นชีวิต ครั้นที่สุดพระชนมายุแล้วพระองค์ก็ได้ขึ้นไปเกิดในสุคติ


         พวกเราใครคิดจะทำความดีแล้วมีความรู้สึกว่า เราอายุเยอะแล้วความรู้น้อย ความสามารถก็ไม่ค่อยมากร่างกายก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง ฐานะทางบ้านก็ไม่ค่อยดี การศึกษาก็ไม่สูง สารพัดที่จะเป็นเหตุเป็นข้ออ้าง ให้เราหมดกำลังใจ ให้เอาเรื่องเหล่านั้นออกไปจากใจให้หมด เพราะถามว่าตอนนี้เรามีพื้นที่ให้นั่งอยู่หรือไม่ มีพื้นที่ให้เรายืนหยัดอยู่หรือไม่ เรานั่งเรายืนอยู่บนพื้น แสดงว่าเรายังมีต้นทุน มีพื้นให้เหยียบ มีพื้นให้นั่ง มีพื้นให้นอน แต่พระบรมโพธิสัตว์ในพระชาติแรก ลอยคออยู่กลางทะเล ๗ วัน ๗ คืน แผ่นดินอยู่ยังไม่มีเลย ข้าวไม่ได้ตกถึงท้องสักเม็ด ถ้าถอดใจหยุดพุ้ยน้ำก็จบกัน

  
         ในขณะที่ต้นทุนน้อยที่สุด พระองค์ยังตังเป้าหมาย ตั้งความปราถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือจะขอเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคต แล้วไม่ได้คิดเอาตัวรอดคนเดียว เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จะโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ทั่ว ให้กว้างขวางที่สุด น้ำใจพระบรมโพธิสัตว์มากขนาดนั้น มีความกรุณาต่อชาวโลกทั้งหลายไม่มีประมาณ


    เรามาดูว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๓ ประเภทต้องใช้เวลาสร้างบารมีนานเท่าใด
         พระปัญญาธิกะพุทธเจ้า ใช้เวลาน้อยที่สุด คือ ช่วงตั้งความปราถนาด้วยใช้เวลา ๗ อสงไขยกัป ช่วงเปล่งวาจาอีก ๙ อสงไขยกัป หลังจากนั้นจะได้รับพุทธพยากรณ์ แล้วสร้างบารมีไปอีก ๔ อสงไขยกับแสนมหากัป ขนาดบุญมากพอจนได้รับพุทธพยากรณ์แล้วว่า บุคคลผู้นี้ในอนาคตจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ยังต้องสร้างบารมีอีก ๔ อสงไขย กับแสนมหากัป รวมทั้งหมดคือ ๒๐ อสงไขยกับแสนกัป ถ้าหากเป็นพระสัทธาธิกะพุทธเจ้าก็คูณสอง ถ้าเป็นพระวิริยาธิกะพุทธเจ้าก็คูณอีกสอง นั้นคือระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๓ ประเภท


         น้ำใจของพระโพธิสัตว์ยิ่งใหญ่มาก ท่านเปรียบอย่างนี้ว่า ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลมองไปไม่เห็นปลายทาง เป็นป่าไผ่ที่มีหนามแหลมคมมาก ท่านก็พร้อมจะแหวกป่าไผ่ไปจนสุดทางด้วยกำลังเรี่ยวแรงลูกผู้ชาย หรือว่าจากนี้ไปจนสุดขอบจักรวาลเป็นถ่านเพลิงที่ร้อนแรงพระองค์ก็พร้อมจะเดินย่ำไปโดยไม่กลัวความร้อน พร้อมจะสละตัวเองเพื่อบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็สั่งสอนชาวโลก


         แล้วยังเปรียบเหมือนว่า ถ้ามีน้ำทะเลทองแดงอยู่จากนี้จนสุดขอบจักรวาล พระองค์ก็พร้อมจะกระโจนลงไปในทะเลน้ำทองแดง แล้วว่ายไปสุดกำลังจนถึงจุดหมายปลายทางด้วยเรี่ยวแรงของลูกผู้ชาย เพราะปราถนาพระสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อการตรัสรู้ธรรมแล้วโปรดสอนชาวโลก 


         เรามาดูตัวอย่างชีวิตในช่วงสร้างบารมีของพระบรมโพธิสัตว์บางชาติตอนเริ่มต้นตั้งความปราถนาเป็นมานพหนุ่ม เรือแตกแบกแม่ว่ายกลางทะเลที่เล่าไปแล้ว ต่อมาพระองค์เริ่มตั้งความปราถนาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยใจมานาน ๗ อสงไขยกัป มีพระชาติหนึ่งเกิดเป็นกษัตริย์ชอบช้างมาก เห็นข่าวที่ไหนมีช้างสวยๆ ต้องรีบไปคล้องช้างมา วันหนึ่งได้ข่าวว่ามีช้างมงคลเกิดขึ้นเป็นช้างเผือก พระองค์ดีพระทัยระดมคณะใหญ่ให้นายควาญช้างผู้ชำนาญไปคล้องช้างมาฝึกสอนจนกระทั่งเรียบร้อย พระองค์ก็ขึ้นบนหลังช้างเสด็จออกประพาส พอเข้าไปในราวป่า บังเอิญมีโขลงช้างที่มีช้างพังคือช้างตัวเมีย อยู่แล้วก็อยู่ในช่วงมีรอบเดือนถ่ายอุจจาระออกมา พอช้างมงคลได้กลิ่นอุจจาระช้างตัวเมียที่มีรอบเดือน เป็นช่วงที่พร้อมจะผสมพันธุ์ เท่านั้นเองเกิดอาการตกมัน ควาญช้างเอาขอสับลาก ร่ายมนต์สะกดก็ไม่อยู่ ขอสับจะดึงรั้งไว้ก็ไม่อยู่ สะบัดทีเดียวทุกคนกระเด็นตกหมด เหลือแต่พระราชาพระองค์เดียวนั่งอยู่กลางหลังช้าง ช้างก็เตลิดวิ่งไปแบบไม่คิดชีวิต พระราชาต้องหาทางเอาตัวรอด มองเห็นกิ่งไม้ยื่นออกมารีบกระโจนคว้ากิ่งไม้ไว้ถึงรอดมาได้ พอลงมาได้ถวายนายควาญช้าง ท่านฝึกช้างอย่างไร ทำไมพยศอย่างนี้ จะเอาผิด นายควาญช้างบอกไม่ใช่ความผิดข้าพระองค์ เป็นเพราะมันได้กลิ่นช้างพังตัวเมีย มนต์อะไรก็สะกดไม่อยู่ แต่เดี๋ยวพอมันเสพสังวาสกับช้างตัวเมียเสร็จมันจะกลับมาอยู่ตามคำสั่งเหมือนเดิม พระราชาก็รอดูไม่นานมันเสร็จกิจเรียบร้อยกับช้างตัวเมียมันก็กลับมาจริงๆ พอกลับมาแล้วนายควาญช้างก็ได้แสดงวิชาให้เห็นเพื่อตัวเองจะได้พ้นผิด บอกให้พระราชาดูตนเองจะร่ายมนต์สะกดให้ช้างเอางวงจับก้อนเหล็กที่เผาไฟร้อนแดงนี้ พอควาญช้างร่ายมนต์สะกด ช้างตัวนี้ถูกมนต์สะกดมันยอมเอางวงไปจับเหล็กร้อนแดงจนงวงไหม้ ควันลุก เนื้อไหม้ มันยังยอมจับตามที่ควาญช้างสั่ง พระราชาเห็นอย่างนั้นนึกสะท้อนใจว่า กามนี้มันรุนแรงนัก มนต์ของนายควาญช้างที่มีอานุภาพสะกดให้ช้างยอมจับก้อนเหล็กที่ร้อนแดงได้ แต่ยังสะกดช้างที่ตกอยู่ในอำนาจกามไม่ได้ อำนาจของกามมันร้อนแรงกว่าก้อนเหล็กแดงนี้อีก เห็นอย่างนั้นพระองค์เลยสละราชสมบัติออกบวช สร้างบารมี ตั้งความปราถนาพุทธภูมิ นี่ก็เป็นตัวอย่างของพระชาติหนึ่ง ในช่วงสร้างบารมีตั้งความปราถนาด้วยใจที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง


         ชาติหนึ่งในช่วงที่พระองค์เปล่งวาจาปราถนาเป็นพระสัมมาสัมำพุทธเจ้า ในชาตินั้นพระองค์เป็นดาบสมีลูกศิษย์มากมาย วันหนึ่งขึ้นไปบนเขามองดูหุบเหวเห็นแม่เสือหิวจัดจนตาลาย จ้องลูกเขม็งทำท่าจะกินลูกปกติเสือมันรักลูกมากแต่มันหิวจนทนไม่ไหว ตามันมองลูกเล็งแล้วมันจะกินลูก ดาบสรีบไปบอกลูกศิษย์ให้หาเนื้อมาเลี้ยงเสือ มันจะได้ไม่กินลูก ระหว่างลูกศิษย์ไปหาเศษเนื้อ ดาบสเห็นว่าไม่ทันแล้วเสือมันทำท่าย่อตัวจะฟัดลูกแล้ว จึงอธิษฐานว่า ข้าพเจ้าขอสละตัวเองเพื่อช่วยชีวิตลูกเสือตัวนี้ ขอเทวดาอารักษ์ทั้งหลายจงเป็นพยานด้วยเถิด ข้าพเจ้าขอสละตัวเองเป็นทานให้ชีวิตเป็นทานเพื่อจะช่วยชีวิตลูกเสือ ด้วยบุญนี้ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต สิ้นคำอธิษฐานก็กระโดดลงเหวให้เสือกิน เสือจะได้อิ่มไม่กินลูกของตัวเอง

 

-----------------------------------------------------------------------------------

เส้นทางพระบรมโพธิสัตว์

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ M.D.,Ph.D

 

 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร