อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 45

เรื่องที่ ๔๒๗ รอดตายใต้ท้องสิบล้อ

เรื่องที่ ๔๒๗ รอดตายใต้ท้องสิบล้อ
น้องสาวผมนี้ก็รอดจากการไถลเข้าไปใต้ท้องรถสิบล้อ ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดตรงสี่แยกตายโหงได้อย่างไม่น่าเชื่อ


 

 
 
คุณชาตรี สูติวราพันธ์ ทนายความหนุ่ม
ผู้ยึดมั่นพระรัตนตรัยในการดำเนินชีวิต
 
 

เริ่มย่างเข้าเดือนกันยายนเป็นต้นมา ฝนเริ่มตกชุกตกหนักเกือบทุกวัน จนบริเวณที่เตรียมหน้าดินสำหรับทำถนนเข้าโครงการหมู่บ้านที่ยังขุดท่อระบายน้ำไม่ทัน มีพื้นที่ดินเฉอะแฉะมีน้ำขังนองอยู่ทั่วไป พอน้ำขังหลายวันเข้าเริ่มเป็นโคลนตม ธุรกิจต้องสะดุดลงเพราะฟ้าฝนไม่อำนวย

ท่ามกลางความเงียบของชนบทแห่งหนึ่ง ทุกๆ เย็นจะได้ยินเสียงสวดมนต์เพื่อบูชาคุณพระศรีรัตนตรัยที่เปล่งออกมาจากใจของผู้สวด ซึ่งบ่งบอกถึงพลังศรัทธาและความสงบภายใน ใครก็ตามเมื่อได้ยินเสียงสวดอันไพเราะนี้แล้ว ก็ยากที่จะปฏิเสธได้ว่านี่แหละ คือความสุขความสงบที่ทุกคนแสวงหา เสียงสวดมนต์นี้มาจากบ้านแก้วเรือนธรรมผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้คือคุณชาตรี สูติวราพันธ์ ทนายความหนุ่มที่ใช้เวลาว่างจากการว่าความมาทำธุรกิจโครงการหมู่บ้านจัดสรร ที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เขารู้ว่าขณะนี้ตนเองได้เดินทางมาพบกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูแห่งความสำเร็จในการดำเนินชีวิต และเขาก็ไม่รอช้าที่จะรีบเดินตามทางที่บัณฑิตทั้งหลายได้เดินมาก่อนแล้ว สำหรับคุณชาตรี เขาจะนำความเป็นสิริมงคลเข้าบ้านทุกวันด้วยการชักชวนสมาชิกในบ้าน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาสวดมนต์นั่งสมาธิกลั่น กาย วาจา ใจ ให้ใสทุกๆ วัน หลังจากนั่งสมาธิใจใสสบายปลอดโปร่งดีแล้ว จึงถือโอกาสดีนี้คิดงานโครงการ หมู่บ้านจัดสรรโครงการที่ ๕ ต่อ ซึ่งยังมีปัญหาคือที่ไม่สามารถนำโครงการเสนอขอกู้เงินจากธนาคารได้ เนื่องจากทางธนาคารมีเงื่อนไขว่าการจะเสนอโครงการหมู่บ้านจำเป็นต้องมีถนน ไฟฟ้า น้ำประปา ท่อระบายน้ำ เสร็จก่อนถึงจะอนุมัติ แต่ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน คุณชาตรีจึงคิดว่าทำอย่างไรดี จึงจะสร้างสาธารณูปโภคให้เสร็จ หันไปเห็นหนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุอยู่ที่ชั้นวาง ลองหยิบมาอ่านดูเผื่อจะพบอะไรดีๆ ที่อยู่ในนี้ หยิบฉบับที่ ๓๒ พอเปิดเรื่องแรกก็เจอเลย “มือสะบัดปัดพายุ” ยิ่งอ่านยิ่งเกิดกำลังใจ เรื่องที่เขาเล่าไว้คล้ายกับปัญหาที่เราเจอพอดี ทำถนนขณะพายุฝนเข้าแต่จะต้องทำให้เสร็จได้ตามกำหนด จึงขอพึ่งพระมหาสิริราชธาตุให้ท่านช่วยกันฝนให้งานเสร็จทันกำหนด คุณชาตรีอ่านจบนึกไตร่ตรองดู เขาทำสำเร็จมาแล้ว หรือเราจะลองทำตามดูบ้าง

 
สถานที่ก่อสร้างบ้านจัดสรรโครงการที่ ๕ ของคุณชาตรี
 

ตัดสินใจแล้วจึงตั้งใจนั่งสมาธินึกว่า “เฉพาะตัวเราเองก็บูชาท่านตั้ง ๕ องค์ พระยอดโดม ๒ พระภายนอก ๑ พระคะแนนสุดสุด ๑ พระพิชิตมาร ๑” เช้าตรู่นั่งสมาธิทำใจสบายๆ ตั้งจิตอธิษฐานทั้งที่มองดูฟ้าแล้วบรรยากาศรอบด้านก็มืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนสลัวไปรอบด้าน แต่ด้วยความเชื่อมั่นในอานุภาพพนมมือขึ้น “หลวงพ่อครับ ขอฝนอย่าเพิ่งตกสัก ๒ วัน ลูกขอทำท่อระบายน้ำเสร็จก่อนค่อยตกนะครับหลวงพ่อ สัมมา อะระหัง”


หลังจากนั้นก็สั่งลูกน้องลงมือทำงาน แต่เนื่องจากฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน พื้นที่จึงแฉะ พอขุดลงไปก็เป็นโคลน วันแรกผ่านไปฝนไม่ตก แต่งานก็ยังไม่ได้ไปถึงไหนเพราะทำกันด้วยความลำบาก พื้นดินมีน้ำขังมาก ย่างเข้าวันที่ ๒ ฟ้าก็เริ่มมืดรอบทุกทิศ คุณชาตรีก็ไม่วิตกกังวลใดๆ ทำใจสบายๆ ตั้งใจมั่นคิดว่าอย่างไรก็ต้องขุดท่อระบายน้ำให้เสร็จ งานยืดเยื้อ ๒ วัน ยังไม่เสร็จ แต่ก็คิดว่าถ้าเกิดฝนตกลงมาจะหาเครื่องสูบน้ำออกแล้วขุดต่อให้เสร็จ


ปรากฏว่าทำไปร่วม ๗ วัน ฝนไม่ตกหนักเลย ทั้งที่บางวันคุณชาตรี ออกไปธุระนอกโครงการห่างกันแค่ ๕ กิโลเมตร เจอฝนตกถล่มทลายคิดว่าหน้างานคงเละแน่นอน แต่พอกลับมาดูที่หน้างานฝนกลับไม่ได้ตกหนักอย่างที่คิดกลัว ตกแค่ปรอยๆ พอทำงานได้สบายๆ ไม่เสียหายอะไร

 
ทำท่อระบายน้ำได้เสร็จ
โดยที่ฝนไม่ตกมาเป็นอุปสรรคเลย
 

หลังจากวางท่อระบายน้ำเสร็จก็มาถึงขั้นตอนทำถนน เชื่อมั่นในบุญว่าท่านช่วยได้อีก “ลูกขออีกสัก ๑๐ วันเถิดขอทำถนนต่อให้เสร็จ ขออย่าให้ฝนตกลงมาทำให้งานของลูกเสียหายนะครับหลวงพ่อ” สัมมาอะระหังไปเรื่อยๆ และตัดสินใจสั่งลูกน้องลงมือทันที ดูงานไป สัมมาอะระหังไปด้วย พอมีโอกาสก็หลับตาทำสมาธิ อธิษฐานจิตตอกย้ำไปเรื่อยๆ คุณชาตรีจำได้ว่าวันที่ ๓ นั้นฟ้าปิดหมด คิดว่ายังไงวันนี้ฝนคงจะเทลงมาแน่ ดูงานไปสัมมา อะระหัง สบายๆ ฝนที่ตั้งเค้าก็ยังมาไม่ถึง งานก็รุดหน้าต่อไปพักใหญ่เหลือบดูท้องฟ้าที่มืดครึ้มเริ่มมีช่องขาวเปิดทีละนิดๆ จนแสงอาทิตย์ลอดออกมาได้ ดีใจฟ้าเปิดแล้ว จึงสั่งลูกน้องลุยงานเต็มที่ คุณชาตรีบอกว่า “ถ้าถนนยังไม่เสร็จ เชื่อ ๑๐๐ % ว่าฝนไม่มีทางตกลงมาให้งานของตนเองเสียหายแน่นอน”


พองานเสร็จตามเป้าหมาย คุณชาตรีจึงทำเรื่องขอกู้เงินจากธนาคาร ได้ตามต้องการ “ผมว่าเรื่องแบบนี้ ถ้าใครมีโอกาสประสบกับตัวก็ยากที่จะปฏิเสธได้ ต้องปฏิบัติแล้วเจอเอง อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุนี้ท่านไม่มีประมาณเลยจริงๆ ครับ” ผู้เล่ากล่าวยืนยันด้วยน้ำเสียง เหน่อๆ ของคนเมืองกาญจนบุรี ฟังดูแล้วยิ่งเพิ่มบรรยากาศของความจริงใจมากขึ้น “เรื่องอานุภาพของบุญของพระมหาสิริราชธาตุนี้ผมและครอบครัวจะพบว่าท่านคุ้มครองตลอดเวลา อย่างน้องสาวผมนี้ก็รอดจากการไถลเข้าไปใต้ท้องรถสิบล้อ ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดตรงสี่แยกตายโหงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ลองคุยกับเขาดูไหมครับ” พร้อมกับแนะนำตัวน้องสาวลูกพี่ลูกน้องว่าชื่อ คุณอโนมา จงสุขศรี

คุณอโนมาเป็นเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาสดใส เธอรับราชการเป็นหมออนามัยอยู่ที่ อ.ด่านมะขามเตี้ย เธอบอกว่าโชคดีที่ได้มาทำงานหน้าที่นี้ เพราะสถานีอนามัยจะเป็นที่พึ่งแห่งแรกของชาวบ้านที่มีความทุกข์จากความเจ็บป่วย เธอจึงถือโอกาสนี้ทำบุญ รักษาให้ฟรีอยู่เสมอๆ

 
คุณอโนมา รอดตายจากใต้ท้องรถสิบล้ออย่างอัศจรรย์
 

ทุกๆ วันอาทิตย์เธอจะมีกิจวัตรที่เธอตระหนักดีว่าเป็นส่วนสำคัญในชีวิตเลยทีเดียว นั่นคือการเข้าวัดฟังธรรม ใฝ่หาความสุขที่แท้จริง เพื่อชีวิตจะได้มีหลักประกันที่ดีทั้งในปัจจุบัน และอนาคตจนถึงภพเบื้องหน้า


เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๒ เหตุการณ์ผ่านมา ๕-๖ เดือน เธอยังจำเหตุการณ์นั้นได้ดี ปกติตอนเย็นของวันเสาร์เธอจะต้องเดินทางไป อ.ท่ามะกา ซึ่งอยู่ห่าง อ.ด่านมะขามเตี้ยประมาณ ๗๐ กิโลเมตร เพื่อไปพักค้างบ้านพี่ชาย รุ่งเช้าจะได้เดินทางไปวัดพระธรรมกายพร้อมๆ กัน ในวันนั้นเธอมีงานติดพันเข้ามาเยอะกว่าจะทำงานเสร็จก็เกือบห้าโมงเย็น เธอรีบขับมอเตอร์ไซค์คู่ชีพออกจาก อ.ด่านมะขามเตี้ยทันที ระยะทาง ๗๐ กิโลเมตร ถ้าขับแบบปกติ ๕๐-๖๐ ก.ม. /ช.ม. ก็จะใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมง เนื่องจากกลัวจะมืดเสียกลางทาง เธอจึงเร่งความเร็ว ๑๐๐-๑๒๐ ก.ม./ช.ม.ช่วงที่ผ่านหมู่บ้านก็อุ่นใจหน่อย แต่ช่วงที่เป็นป่าเปลี่ยวก็มีเยอะเหมือนกัน แต่ใจเธอไม่รู้สึกเปลี่ยวไปตามป่า เพราะทุกๆ ครั้งที่ขับขี่เครื่องยนต์ เธอจะสร้างเกราะคุ้มภัยให้ความอุ่นใจด้วยการสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุตลอดเวลา


สองตามุ่งตรงไปข้างหน้า โดยมีหน้ากากของหมวกกันน๊อคช่วยกันแมลง ฝุ่นละออง และสายลมมาปะทะใบหน้า บิดคันเร่งผ่านโค้งอันตรายไปหลายโค้งแล้ว อาศัยความชำนาญในเส้นทาง เสียงบทสวดสรรเสริญยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างต่อเนื่อง ภาพบรรยากาศสองข้างทางไม่สามารถมองได้เลย มันเลื่อนไหลไปเร็วมาก รถแล่นเข้าเขตหมู่บ้าน ต.หวายเหนียว ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางบ้านพี่ชายที่ ต.แสนตอ ขณะขับถึงบริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า “สี่แยกตายโหง” ซึ่งเป็นสี่แยกที่ยังไม่มีสัญญาณไฟแดง มองในระยะไกล ก็เห็นว่าถนนโล่งดี แต่พอขี่มาถึงช่วงระยะทางอีก ๓๐๐ เมตร จะถึงสี่แยกกลับมีรถสิบล้อโผล่มาขวางเต็มทางเลย เธอเบรคกะทันหันด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ใจที่จรดศูนย์กลางกายอยู่แล้วอธิษฐานขอหลวงพ่อ ช่วยทันที

 
เปิดบ้านกัลยาณมิตร ทำความดีทุกวันไม่เคยขาด
 

เนื่องจากรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูง พอแตะเบรคมือเบาๆ รถกระตุกเสียการทรงตัวทันที ขณะที่ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้นั้น เธอรู้สึกว่ามีแรงมาผลักให้มอเตอร์ไซค์ล้มลงเบาๆ ทับร่างของเธอตั้งแต่เอวลงมา แล้วก็มีอีกแรงหนึ่งพยายามกระชากร่างของเธอไถลเข้าไปหาล้อรถสิบล้อคันที่ขวางอยู่ จึงทำให้คนและรถมอเตอร์ไซค์ไถลเข้าไปหาล้อรถทันที เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งรถและคนไหลเข้าไปจนจะถึงล้อรถสิบล้ออยู่แล้ว ขณะเดียวกันเธอรู้สึกถูกแรงยับยั้งอีกแรงมาชลอการไถลไป จนหยุดนิ่ง


เมื่อเหตุการณ์สงบลงเธอก็ค่อยลืมตามาดูว่าเธอยังอยู่ในโลกใบเดิม หรือเปล่า พอเงยหน้าขึ้นดู คุณพระช่วยจริงๆ ศีรษะของเธอห่างจากการบดขยี้ของล้อรถเฉือนแค่ปลายจมูก กลิ่นของยางลอยมาเข้าจมูกอย่างจัง คนขับรถสิบล้อหายตะลึงรีบลงมาช่วยยกรถมอเตอร์ไซค์ที่ทับร่างเธอออก คุณอโนมาตอนนี้รู้แล้วว่ารอด แต่ขาถูกรถทับและไถลไปตามพื้นเกือบ ๑๐๐ เมตร รู้สึกขาชาไปหมด คิดว่าขาต้องหักแน่เลย แต่พอยกรถออกได้ขาก็หายชา ถลอกนิดหน่อย สำรวจที่มือก็ถลอกนิดเดียวเช่นกัน ตอนล้มศีรษะกระแทก ทำให้หน้ากากหมวกกันน๊อคด้านขวาแตกละเอียด แต่หน้าไม่ถูกกระจกบาด รถก็แค่กระจกมองข้างแตก พอลุกขึ้นได้ ไม่บาดเจ็บอะไรมาก ก็สตาร์ทรถ ขับรถมุ่งตรงไปบ้านพี่ชายต่อ คนขับรถสิบล้อได้แต่ยืนงงว่า “มันรอดไปได้ยังไง รถก็ทับตัวอยู่ไถลไปกับพื้นเป็น ๑๐๐ เมตร แต่ไม่เป็นอะไร เหลือเชื่อจริงๆ”

 
จุดเกิดเหตุบริเวณสี่แยกตายโหง
 

พอถึงบ้านเล่าให้พี่ชายฟังด้วยความตื่นเต้น รุ่งเช้าก็เดินทางไปเพิ่มเกราะป้องกันภัยด้วยการไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายต่อ เมื่อกลับบ้านแล้วคุณพ่อ-คุณแม่ถามว่าไปทำอะไรมา ขาแขนถึงได้ถลอก ก็บอกว่าขับรถแฉลบแต่ยังไม่บอกว่าตรงไหน กลัวเดี๋ยวคนแก่จะตกใจ แม่ก็บอกว่า “เออ เมื่อกี้นี้น้าข้างบ้านเขาก็มาเล่าเหมือนกันว่าเมื่อเย็นวันเสาร์ ที่สี่แยกตายโหงบ้านเรา มีรถมอเตอร์ไซค์แฉลบเข้าไปใต้ท้องรถสิบล้อ เขาบอกแม่ว่าสงสัยตาย เพราะเสียงดังมาก” คุณอโนมาได้แต่รับฟังอย่างสงบ นึกในใจว่า “ไม่ตายหรอกแม่ คนขับรถมอเตอร์ไซค์เขามีพระรัตนตรัยคุ้มครอง และเขาคนนั้นก็คือลูกแม่นี่แหล่ะ” เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องบอก “หนูเอาบุญมาฝาก ไปหล่อพระธรรมกายที่วัดพระธรรมกายมาค่ะ” เสียงมารดาสาธุอนุโมทนาบุญกับลูกสาว

ขณะเดินทางไปไหนมาไหนไม่ปล่อยใจให้คิดเรื่องไร้สาระ กลับสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุตลอดเวลา ให้จิตสร้างมหากุศลไม่ว่างเว้น เมื่อต้องพบอุบัติเหตุดังที่เล่าไว้ จึงปลอดภัยอย่างอัศจรรย์

การให้ใจน้อมเคารพในคุณพระรัตนตรัยอยู่เป็นประจำ ย่อมทำให้มีสติดีกว่าปล่อยใจฟุ้งไปในเรื่องอื่นๆ ยามมีอันตรายคับขันสิ่งใดเกิดขึ้น สติจะทำให้ไม่ตกใจเกินกว่าเหตุ เรื่องหนักจะกลายเป็นเบา อย่างไม่น่าเป็นไปได้อย่างรายนี้ 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -