วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ เปิดบันทึก องค์พระแก้วใส ในโลกใบที่มีชื่อว่า ความทรงจำ

สมาธิเปลี่ยนชีวิต
เรื่อง : son Backhome e-mail: garboon_jdai@hotmail.com
      
   

      เริ่มจากประสบการณ์ครั้งนั้น หลังการนั่งสมาธิเป็นครั้งแรก ผ่านไป
หลายโมงยาม พลันใจเธอก็หล่นวูบคล้ายตกจากที่สูง แล้วไปลอยคออยู่
กลางทะเลใหญ่ที่ดำมืดเหลือแต่หัวตัวไม่มี..

       แล้วบทบันทึกของเธอก็ได้เริ่มต้นขึ้น และสมุดบันทึกเล่มเดียวกันนี้ เป็นสมุดบันทึกผลการปฏิบัติธรรมเล่มแรกของโลก ที่ได้รับคะแนน A++ และลายเซ็นการตรวจจากคุณครูไม่ใหญ่

       หน้าแรกของสมุดระบุชื่อเจ้าของไว้อย่างชัดเจนว่า จิตราภรณ์ ยามาชิตะ จากประเทศญี่ปุ่น
"ดิฉันตั้งคำถามให้กับตัวเองมาตลอดว่า ชีวิต เกิดมาเพื่ออะไร แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้ จนเมื่อ ปี ๒๕๓๙ได้พบหนังสือ
"ตะวันธรรม" ที่ร้านอาหาร แห่งหนึ่ง ดิฉันจึงเปิดอ่าน พอได้ทราบข่าวบุญสร้าง องค์พระ จึงโทรไปที่ศูนย์ฯ ตัดสินใจ
สร้างองค์พระทันที เจ้าหน้าที่ได้ส่งเทปเกี่ยวกับการสร้างองค์พระมาให้ เมื่อฟังจบก็อยากนั่งสมาธิ เป็นการนั่งสมาธิครั้งแรกทั้งๆ
ที่ไม่รู้วิธีการวางใจเลย เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ปวดเมื่อยไปทุกส่วนของร่างกาย จนคิดจะเลิกนั่ง ขณะที่กำลังปวดจนปลงกับชีวิต ใจก็วูบไป เหมือนตกจากที่สูงไปลอยคออยู่กลางทะเลใหญ่ ที่ดำมืด เหลือแต่หัวตัวไม่มี กลัวมากค่ะ คิดแต่เพียง ว่า "เราตายแน่
เราตายไปแล้วแน่ๆ" กระวีกระวาดควานหาตัวเองด้วยความกลัวสุดขีด และช่วงนั้นเอง มีองค์พระองค์ใหญ่สีเทาๆ เคลื่อนเข้า
มาหาอย่างรวดเร็ว ยิ่งตกใจเพิ่มมากขึ้น จึงลืมตาขึ้นมา นี่คือประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิต หลังจากนั้นก็นั่งสมาธิ มาตลอด ประสบการณ์ภายใน ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ เรื่อยๆ คือ หล่นวูบเหลือแต่หัวตัวไม่มีเป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยนิสัยที่เป็นคนชอบ
เขียน ชอบจด จึงเขียน ผลการปฏิบัติธรรมไว้คอยสังเกตตัวเอง เพราะสงสัยมากว่า ทำไมจึงเกิดประสบการณ์นี้ขึ้น
จะเป็น อย่างนี้ไปอีกนานไหม ตอนแรกจดใส่กระดาษ จากนั้นก็ทำเป็นสมุดแล้วเพิ่มช่องทำทาน รักษาศีลขึ้นมา เพื่อมาเทียบดูแต่ละวันว่าต่างกันอย่างไร วันนี้ใช้วิธีไหน"

ดิฉันเห็น องค์พระแก้วใส เกตุดอกบัวตูม ปรากฏขึ้นมาจากมุม Top View เห็นเส้นผมใสๆ ขดเวียนขวา ใบหน้า จมูก ริมฝีปาก ไหล่ ๒ ข้าง กลมกลึง งดงาม มือ ๒ข้างประสานบนหน้าตัก หัวเข่า ๒ ข้าง กลมมนสวยพอดีกับแผ่นฌานสีใส หัวเข่าท่านไม่ล้ำ ไม่เหลื่อมจากแผ่นฌานบางๆ ใสๆ นั้นเลย แผ่นหลังตั้งฉากอยู่กลางแผ่นฌานพอดีใส่จีวรแก้วสวยงาม เมื่อมองจนสุดรายละเอียดก็สามารถมอง ได้จากหลายๆ มุม ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ล่าง บน ปีติใจมากๆ มีความสุขและภูมิใจว่า "เราทำได้แล้ว"

       สิ่งที่คุณจิตราภรณ์ทำ สอดคล้องกับหลัก คำสอนของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญที่ว่า "ประกอบเหตุ สังเกตผล ทนเอาเถิด ประเสริฐนัก" เธอได้ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องมากขึ้น พร้อมๆ กับจดบันทึกเอาไว้ เพื่อสังเกตผลที่เกิดขึ้น ไปด้วย แล้วการเปลี่ยนแปลงก็ปรากฏชัดเจนขึ้นจากที่หล่นวูบไปแล้วเหลือแต่หัว เปลี่ยนเป็นทั้งหัวและตัวหายไปในความสงบนิ่ง
เกิดความเบาสบาย โล่ง ขยาย และมีแสงสว่างมาให้ดูเป็นบางคราวเธอสนุกกับการนั่งสมาธิมากขึ้น ไม่เคยขาดการ
นั่งสมาธิแม้แต่วันเดียว และเพิ่มชั่วโมงหยุดนิ่งเป็น ๔-๕ ช.ม.ต่อวัน ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ก่อนนอน ติดต่อกันทุกวัน
เป็นระยะเวลา ๔-๕ ปี

      และเมื่อปลายปี ๒๕๔๙ เมื่อชีวิตถูกรุมสะกรัม ด้วยปัญหาสารพัน คุณแม่ป่วยหนัก พี่ชายคนโตเสียชีวิต พี่ชายคน
รองแขนพิการพี่สาวโดนโจรปล้น เรื่องราวร้ายๆ ของบุคคลรอบข้างทำให้เธอแทบล้ม ทั้งยืน

       "ตอนนั้นดิฉันไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร จึงกลับเมืองไทยและบุคคลที่ดิฉันต้องการพบมากที่สุดคือ
คุณครูไม่ใหญ่ จึงไปฟังธรรมะจาก ท่านที่โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ฟังธรรมไปก็ร้องไห้ไป ทุกคำสอนแทงใจดำ
มากๆ ทำให้ได้สติ และคำที่ไม่เคยลืมเลยแม้ทุกวันนี้คือ"ทำผักตบชวาที่ลอยตามน้ำให้มันหยุดได้ก่อนแล้วจะสอนให้ลอย
ทวนน้ำ"ดิฉันหยุดร้องไห้และคิดตาม ทุกข์เกิดขึ้นที่ใจก็ดับที่ใจ จึงเลิกคิด แล้วไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์

       เมื่อไปถึงสวนพนาวัฒน์ ทำใจให้สงบได้เพียง ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะฟุ้งเป็นส่วนมากตั้งใจเกินไปจนมึนศีรษะ
ปวดไหล่ ปวดตา และคลื่นไส้อาเจียน จนกระทั่งวันหนึ่งพระอาจารย์ท่านสอนให้รู้จักคำว่า "สักแต่ว่าดู สักแต่ว่าฟัง"
จึงทำตาม พอท่านเทศน์ เราก็สักแต่ว่าฟัง คือ ฟังนิ่งๆ ที่กลางท้องค่ะ แล้วก็ได้ยินเสียงพระอาจารย์ดังออกมาจากกลางท้อง
จึงนำวิธีนี้มาใช้ในขณะสวดมนต์และนั่งสมาธิ ผลปรากฏว่า นั่งไป ง่วงไป เคลิ้มไป ฟุ้งไป ก็ "สักแต่ ว่า" ไปเรื่อยๆแล้วแต่มัน
จะเป็นไป แล้วอยู่ดีๆ ความรู้สึกนึกคิดก็หายไป ทุกอย่างหายไปหมดเลย เหลืออยู่เพียงสิ่งเดียว คือ องค์พระ ดิฉันเห็น
องค์พระแก้วใส เกตุดอกบัวตูม ปรากฏขึ้นมาจากมุม Top View เห็นเส้นผมใสๆ ขดเวียนขวา ใบหน้า จมูก ริมฝีปาก ไหล่ ๒ ข้าง กลมกลึง งดงาม มือ ๒ข้างประสานบนหน้าตัก หัวเข่า ๒ ข้าง กลมมนสวยพอดีกับแผ่นฌานสีใส หัวเข่าท่านไม่ล้ำ ไม่เหลื่อม
จากแผ่นฌานบางๆ ใสๆ นั้นเลย แผ่นหลังตั้งฉากอยู่กลางแผ่นฌานพอดีใส่จีวรแก้วสวยงาม เมื่อมองจนสุดรายละเอียด
ก็สามารถมอง ได้จากหลายๆ มุม ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ล่าง บน ปีติใจมากๆ มีความสุขและภูมิใจว่า "เราทำได้แล้ว"
บุคคลที่นึกถึงตอนนั้น คือ หลวงพ่อค่ะ ถ้าไม่มีหลวงพ่อคงไม่มีวันนี้แน่นอน เมื่อใจยิ่งสะอาดยิ่งบริสุทธิ์ รู้สึกยิ่งรักหลวงพ่อมากๆ

     อดีตเหลือไว้ให้จำ ปัจจุบันมีไว้ให้ทำ เป็นความจริงที่ว่า อดีตเป็นได้ทั้งสวนดอกไม้ให้รื่นรมย์เป็นได้ทั้งของมีคมที่มา
เชือดเฉือน รอคอยเวลาหวนกลับคืนมาทำร้ายเราได้เสมอ ถ้าเราใช้ปัจจุบันอย่างไม่ระมัดระวัง และสมุดบันทึกสามารถ ทำให้เรารับที่จะจำและเลือกที่จะทำได้อย่างผู้ไม่ประมาท

       หลังกลับจากพนาวัฒน์ ก็ไปปฏิบัติธรรมที่หมู่บ้านปฏิบัติธรรมต่ออีก ๒ สัปดาห์ทำให้องค์พระที่เคยอยู่ข้างในขยายออก
มาเป็นตัวเรา ไม่ว่า นั่ง นอน ยืน เดิน กิน ดื่ม รู้สึกว่าตัวเราเป็นพระ มีพระ เห็นพระ อยู่กับพระ ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ
มีความสุข มาก มองไปทางไหนก็มีความสุข และสนุกกับการดูองค์พระ องค์พระยิ้มให้เรา เราก็ยิ้มให้องค์พระ บางคราวสว่าง
มากจนคิดว่าใครย้ายพระอาทิตย์เข้ามาไว้ในห้องปฏิบัติธรรม

       ครั้งหนึ่งเคยทำพระของขวัญที่ได้จากการปฏิบัติธรรมดีเด่นหายไป จึงรู้สึกใจหาย และเสียใจ พอเสียใจใจก็เสียองค์พระ
ภายในไปด้วย จึงนั่งสมาธิแบบแม่ไก่กกไข่ คือ พยายามไม่เอาใจไปไว้ที่อื่นเลย ให้อยู่ที่ศูนย์กลางกายแห่งเดียว และอธิษฐานจิต
ไปด้วยตลอด ๗ วัน แล้วก็สามารถหาพระของขวัญเจอ ดีใจมาก และสติภายในก็เตือนว่า "ดีใจ เสียใจเกิน ไปไม่ดี นั่งสมาธิต่อ
ไปเถอะ" จึงทำใจเฉยๆ ต่อไปแล้วองค์พระภายในก็ค่อยๆ ขยาย สูงใหญ่กว่าครั้งเดิมอีกค่ะ จากนั้นมาก็ฝึกสติให้อยู่กับสมาธิ ทั้งหลับตา ลืมตา หายใจเข้าและออกตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทำการบ้านครบทั้ง ๑๐ ข้อ

       แล้วความอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น คือคุณแม่ที่ป่วยหนักอาการก็ดีขึ้น พี่ชายคนรองได้รับความช่วยเหลือ เป็นเงินประกัน และได้รับการเลี้ยงดูตลอดชีวิตจากโรงงาน พี่สาวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้แต่สามีชาวญี่ปุ่นของลูกก็เลิกสูบบุหรี่ เงินเดือนขึ้น
เป็นครั้งที่ ๖ และได้โบนัสปีละ ๒ แสนบาท พ่อสามียกหนี้ให้ เงินที่ถูกญาติโกงไปก็ได้คืนมาแล้วคุณแม่ ก็มอบที่ดินให้อีก
เป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่จริงล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ"

       ประสบการณ์ดีๆ เรื่องราวดีๆ ที่เธอได้รับในวันนี้ เกิดจากการที่เธอได้จดบันทึกเรื่องราวการทำ ความดี และการปฏิบัติธรรม
ไว้คอยสังเกตและ ย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ สมุดเล่มบางๆ ที่เมื่อวัดด้วยอัตราเงิน ราคาค่างวดไม่มากมายนัก แต่ถ้าวัดด้วยคุณค่า เธอบอกว่ามันมากกว่าเงินนับแสนนับล้าน สมุดบันทึกเล่มนั้น ลงตารางรายละเอียด ของสิ่งที่ควรทำทั้งหมดเอาไว้
ทั้งทาน ศีล ภาวนา ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น และผลของการปฏิบัติธรรม ทุกคนสามารถที่จะมีสมุดบันทึกเช่นเดียวกับเธอได้
ถ้าได้ทำอย่างเธอ

       อดีตเหลือไว้ให้จำ ปัจจุบันมีไว้ให้ทำ เป็นความจริงที่ว่า อดีตเป็นได้ทั้งสวนดอกไม้ให้รื่นรมย์เป็นได้ทั้งของมีคมที่มา
เชือดเฉือน รอคอยเวลาหวนกลับคืนมาทำร้ายเราได้เสมอ ถ้าเราใช้ปัจจุบันอย่างไม่ระมัดระวัง และสมุดบันทึกสามารถ ทำให้เรารับที่จะจำและเลือกที่จะทำได้อย่างผู้ไม่ประมาทอดีตคือโลกใบเก่า ปัจจุบันคือโลกใบนี้ อนาคต คือโลกใบหน้า
เรามีโลกใบกลมๆ สามใบอยู่ใน ตัวเอง ในโลกใบที่มีชื่อว่า"ความทรงจำ" เรากำหนดได้ว่าจะเลือกบันทึกอะไรลงไปในโลก
ว่างๆเหล่านั้น ทั้งทาน ศีล ภาวนา สำหรับคุณจิตราภรณ์ ยามาชิตะ เธอบันทึกไว้แล้วว่าโลกแห่งความทรงจำของเธอ
มีองค์พระแก้วใส มีความสว่างและมีความสุข

       คนที่รู้จักมองอนาคตผ่านอดีตจึงจะมีอนาคต วันนี้เธอกุมอนาคตแห่งชัยชนะไว้ในมือแล้วและเธอมีจุดยืนการใช้ชีวิตใน
ปัจจุบันขณะอย่างชัดเจน"สมาธิทำให้ดิฉันมีจุดยืนอย่างชัดเจน จุด ยืนของชีวิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ และศูนย์กลางกาย
มีทุกอย่างที่ดิฉันแสวงหา"

 
บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 60 ตุลาคม ปี 2550

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร