โดย: อัญชลี เรืองจิต

 

             ชีวิตสมณะ... คือ ชีวิต ของผู้ได้โอกาส นำมาซึ่ง เป้าหมายแห่งความหลุดพ้น

            
ชีวิตสมณะ... คือ ชีวิต ของผู้มีบุญ เหมาะสมจะรองรับ ความบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว

            
ชีวิตสมณะ... คือ มหา อานิสงส์ เป็นครรลองชีวิตสุดท้าย ในสังสารวัฏ

             ชีวิตสมณะ เป็นวิถีทาง ของนักบวช ผู้สงบจากกิเลส เกิดขึ้นมายาวนาน กว่าสองพัน ห้าร้อยปี ดังมีปรากฏ ในพระไตรปิฎก พระภิกษุรูป แรกใน พระพุทธศาสนา คือ พระอัญญา โกณฑัญญะ ๑ ในปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ผู้ได้ รับการบวช แบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ทรงประทาน การบวชว่า

"เธอจงเป็น ภิกษุมาเถิด"ทันใดนั้นผม และหนวดได้หลุดร่วง ปรากฏผ้าจีวร และบาตรที่สำเร็จ ด้วยบุญฤทธิ์ คือ วิถีการบวชของผู้บำเพ็ญบุญ บารมีมาเต็มเปี่ยม นับเป็นเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ในภพชาติสุดท้าย

        แม้ปัจจุบัน กระแสธารแห่งกาลเวลา จะเลยผ่าน ปรับเปลี่ยนจาก การบวชครั้งแรกเริ่ม ให้เป็นแบบ ญัตติจตุตถกรรม คือ มีการประกาศขอความเห็น ชอบต่อสงฆ์ แต่ภาพการบวชอันศักดิ์สิทธิ์และสูงส่ง ยังคงเป็นเป้าหมายของชาวพุทธ ผู้มุ่งหวังความสุข อันแท้จริงอยู่เสมอ และอนุชนคนรุ่นหลังยังคง ตั้งใจที่จะร่วมสืบสานและธำรงรักษาแบบอย่าง อริยประเพณีดีงามนี้ไว้ตลอดไป ดังเช่นภาพแห่ง ความปลื้มปีติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ในพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ พระธรรมทายาท รุ่นเข้าพรรษา ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๘ จำนวนทั้งสิ้น ๑๕๑ รูป ณ อุโบสถวัดพระธรรมกาย


             พิธีภาคเช้า เริ่มในเวลา ๐๕.๓๐ น. คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองนาคธรรมทายาท มาลงทะเบียน กันตั้งแต่รุ่งเช้า ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส เมื่อรับบาตร และผ้าไตรแล้วท่านผู้ปกครอง ต่างมายืนตั้งแถวเพื่อเตรียม พร้อมสำหรับพิธี เวียนประทักษิณ

             เวลา ๐๖.๑๕ น. พิธีเวียนประทักษิณได้เริ่มขึ้น แสงแรกแห่งดวงตะวันค่อยๆ ปรากฏขึ้น แต่ดูราว กับว่าเวิ้งฟ้ากระจ่างยามนี้ ด้อยรังสีไปถนัดตา เมื่อเทียบกับดวงธรรมอันสว่างไสวที่ผุดขึ้น ณ ศูนย์กลางกายของเหล่านาคธรรมทายาท ผู้ยืนสงบนิ่งรายรอบอุโบสถ ด้วยปรารถนาบุญใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นทั้งแก่ตนเองและหมู่ญาติอยู่ทุกอนุวินาที ด้วยพิธีกรรมงานบวชอันศักดิ์สิทธิ์นี้

             เวลา ๐๗.๑๕ น. พิธีขอขมาและมอบผ้าไตร หากจะเปรียบพิธีบรรพชา อุปสมบทเป็นพิธีสำคัญ ที่สุดของผู้บวช พิธีขอขมา คงเป็นช่วงสำคัญที่สุด ของบุพการีผู้ให้กำเนิด ให้ท่านอดโทษในความ ผิดพลาด ล่วงเกินที่เคยกระทำ และเป็นสักขีพยาน ของการตอบแทนคุณอันยิ่งใหญ่ จากนั้นเป็น พิธีบรรพชา



             ซึ่งได้รับความเมตตา จากพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระเดชพระคุณท่านเปรียบได้กับบิดาผู้ให้กำเนิด ทางธรรมแก่ธรรมทายาททั้ง ๑๕๑ คน คณะสงฆ์และสาธุชนทุกคนพร้อมใจกันถวายการต้อนรับด้วย ความเคารพสักการะ           

             ภาคบ่าย เวลา ๑๓.๓๐ เป็นพิธีอุปสมบท ทุกภาพแห่งพิธีบวชอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านโทรทัศน์วงจรปิด ให้ผู้ปกครองและคณะญาติได้ชมอย่างใกล้ชิด


             ทุกภาพแห่งความปลื้มปีติที่เกิดขึ้นในพิธีบรรพชา อุปสมบทพระธรรมทายาท รุ่นเข้าพรรษา ประจำปีนี้ ใช่จะหมายถึงมหากุศลของผู้บวชและผู้ร่วม อนุโมทนาเท่านั้น แต่หมายถึงความเจริญวัฒนา ของพระพุทธศาสนา ที่จะนำพาสันติสุขมาสู่ใจ ชาวโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งอานิสงส์ที่ได้ รับนั้นยาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วนไม่ว่าเราจะเกิดในภพใดชาติใด ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนา ยังคงแผ่ความร่มเย็นไปถึงเสมอ และเหนือสิ่งอื่นใด ย่อมเป็นผู้ได้โอกาสแห่งการบรรลุธรรม พ้น จากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ตราบ นิรันตร์กาล

www.kalyanamitra.org