ข่าวสั้นทันปรโลก

คุณครูสุรนันท์ แก้ววิลัย


(วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕)

ประวัติการสร้างบารมี

         คุณครูสรนันท์ แก้ววิลัย หรือที่ทุกคนรู้จักกันว่า นันท์ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เรียนจบปริญญาตรี วิชาเอกสังคมศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้สอบบรรจุเป็นครูครั้งแรกที่โรงเรียนชุมชนบ้านแป้น อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๙  และได้ย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านกะลาพอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี จนถึงปัจจุบัน ได้รับมอบหมาย ให้รับผิดชอบสอนวิชาสังคมศึกษาและโครงการวิถีพุทธ เนื่องจากเป็นงานที่หาคนรับผิดชอบไม่ได้ ทำโครงการนี้ตั้งแต่ในโรงเรียนมีนักเรียนไทยพุทธเป็นร้อย จนปัจจุบันในโรงเรียนมีนักเรียนไทยพุทธเหลือเพียง ๑ คน (เป็นนักเรียนเข้าใหม่ชั้นอนุบาล ๑) นันท์พยายาม สอนลูกศิษย์ให้เป็นเด็กที่มีวินัย มีความรับผิดชอบ  รักความสะอาด ฯลฯ ตามคำสอนของหลวงพ่อทั้งสอง

         นันท์ได้เข้าวัดพระธรรมกายเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยเริ่มต้นจากการไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ หลังจากนั้นทุก ๆ ปี นันท์ได้ไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ สวนป่าหิมวันต์ และ World Peace   Valley ปีละ ๑-๒ ครั้ง ตามโอกาสที่ชมรมพุทธศาสตร์ สากลฯ จัดปฏิบัติธรรมสำหรับครู ครั้งสุดท้ายได้ไปปฏิบัติธรรมในวันวิสาขบูชากับหมู่คณะในงานสัมมนา ผู้นำกลุ่มสันติภาพสู่ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ 

         เมื่อมีการจัดตั้งชมรมพุทธรักษาขึ้นใน ๔ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ นันท์ก็เข้ามาช่วยงานของชมรมพุทธรักษาจังหวัดปัตตานีอย่างไม่มีข้อแม้ ไปไหนไป กัน เพราะนันท์เป็นโสด อยู่คนเดียว พ่อแม่ก็เสียหมด แล้ว ไม่ต้องดูแลใคร จึงทำหน้าที่ได้เต็มที่ ทั้งช่วยงานจัดตักบาตรและถวายไทยธรรม ๒๘๖ วัด งานมอบทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ โครงการฟื้นฟูศีลธรรม โลก ชวนครูไปปฏิบัติธรรม เป็นครูธรรมทายาทหญิง รุ่นแรกของโลก ชวนลูกผู้ชายแมน ๆ มาบวชพระ        รุ่น ๗,๐๐๐ รูป ๗,๐๐๐ ตำบล บวชอุบาสิกาแก้ว        รุ่น ๑๐๐,๐๐๐ คน  และรุ่น ๕๐๐,๐๐๐ คน ชวนคนบวชพระ ๑๐๐,๐๐๐ รูป เข้าพรรษา ได้ทำหน้าที่เป็น พี่เลี้ยงอุบาสิกาแก้วรุ่นแสนแรกของโลก และชวนคน มาบวชอุบาสิกาแก้วรุ่นห้าแสน ฯลฯ

         นันท์ได้ทำบุญครั้งแรกกับวัดพระธรรมกาย เมื่อครั้งไปปฏิบัติธรรมที่สวนพนาวัฒน์ น้อง ๆ ชมรมพุทธฯ เชิญชวนให้นันท์ร่วมบุญสร้างหลังคามหารัตนวิหารคด หลังจากนั้นนันท์ก็ทำบุญทุกบุญกับหลวงพ่อมาตลอด ได้แก่

         ๑.            สร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวให้ตัวเองและ คนในครอบครัว และได้ชักชวนหมู่ญาติให้สร้างด้วย ทั้งหมด ๑๐ องค์

         ๒.            บุญหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำหนัก ๑ บาท กฐิน หลวงปู่ จารึกชื่อในแผ่นฌาน  ๑ ชื่อ

         ๓.            กฐินคุณยาย สร้างอาคาร ๑๐๐ ปี คุณยายอาจารย์ฯ

         ๔.            ร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดโจฮันเนสเบิร์ก

         ๕.            สร้างห้องน้ำที่วัดกิ่วลม ฯลฯ 

         ๖.            บุญสุดท้ายที่ได้ทำ คือ บุญบวชพระพี่เลี้ยงรุ่น ๑๐๐,๐๐๐ รูป เข้าพรรษา ในเช้าวันที่ ๕ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๓ 

สาเหตุการเสียชีวิต

         ในตอนบ่ายของวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ นั่นเอง  นันท์ประสบอุบัติเหตุขณะที่ขับรถกลับบ้าน คือ มีผู้ขับรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้ากะทันหัน นันท์หักรถ หลบอย่างแรง ทำให้รถยนต์ของนันท์เสียหลักลงข้าง ทาง ไปชนกับต้นไม้อย่างจัง จนหน้ารถยุบเข้าไปอัด ก๊อบปี้นันท์เต็มแรง ทำให้คอหัก ร่างกายซีกขวาหักหลายที่ หน้าอกยุบ นันท์จึงจากเพื่อน ๆ ไปด้วยวัยเพียง ๕๗ ปี เมื่อทุกคนที่รู้จักนันท์ทราบข่าวนี้ ก็พากันช็อกไปตาม ๆ กันว่า ทำไมจึงเกิดเหตุอย่างนี้ กับคนที่รักการทำบุญ อยู่ในบุญตลอด ไม่กล้าทำบาป


DMC ช่องนี้มีคำตอบ

         ๑.            ในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ เธอรู้สึกตกใจเป็นอย่าง มากจนทำให้ตัวเธอนึกอะไรไม่ออก แม้กระทั่งภาพของมหาปูชนียาจารย์หรือบุญที่เธอเคยสั่งสมเอาไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ในทันทีที่กายละเอียดหลุดออก จากร่าง กายละเอียดของเธอจึงออกมานั่งอยู่ข้าง ๆ รถ (เยื้องไปทางด้านหลัง) และอยู่ในอาการมึน ๆ งง ๆ แบบคนไม่มีสติ    

         ๒. อีกทั้งในช่วงนั้น เธอยังรู้สึก เจ็บค้าง ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากสภาวะที่กายละเอียดของเธอหลุดออกจากกายหยาบแบบฉับพลันในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นเมื่อความรู้สึกเจ็บปวดในช่วงที่ประสบอุบัติเหตุมารวมกับความเจ็บปวดในช่วงที่เธอ ถอดกายแบบฉับพลัน จึงส่งผลให้กายละเอียดของเธอยังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดในช่วงถอดกาย แต่ก็เป็นเพียงแค่ช่วงแรก ๆ ซึ่งเป็นช่วงสั้น ๆ เท่านั้น

         ๓.            หลังจากที่กายละเอียดของเธอหลุดออกมานั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุไม่นานนัก เธอก็เห็นคนกรูเข้ามาบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งในตอนนั้น เธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่ตัวรถซึ่งมีสภาพพังยับเยิน ในทันทีที่เธอมองเข้าไปในรถ เธอก็รู้สึกช็อกที่เห็นคนหน้าตา เหมือนตัวเองถูกอัดก๊อบปี้อยู่ภายในรถ  

         ๔.            แม้ในช่วงแรก ๆ เธอจะยังไม่เชื่อและไม่ยอม รับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่ด้วยความที่เธอเป็น คนที่เข้าใจเรื่องบุญ-บาป เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม และ ชีวิตหลังความตาย ตามหลักของพระพุทธศาสนาที่เธอได้ศึกษาเรียนรู้มาจากช่อง DMC จึงทำให้สติของเธอค่อย ๆ กลับคืนมาในเวลาอันรวดเร็ว และในตอนนี้เอง เธอจึงเริ่มเข้าใจและยอมรับความจริงที่ว่าเธอได้เสียชีวิตลงไปแล้ว

         ๕.            เมื่อเธอรู้ตัวและยอมรับว่าตัวเองเสียชีวิตลงไป แล้ว เธอก็รู้สึกอยากกลับไปที่บ้าน (อารมณ์คล้าย ๆ ว่าอยากจะกลับไปตั้งหลัก) ทันใดนั้นกายละเอียดของ เธอก็แว็บกลับไปที่บ้านของเธอในทันที เมื่อกายละเอียดกลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว เธอก็มุ่งตรง ไปที่ห้องพระแล้วเริ่มทำตามหลักวิชชาที่ได้ศึกษาเรียนรู้มาจากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ด้วยการ นึกถึงดวง นึกถึงองค์พระ นึกถึงมหาปูชนียาจารย์ แล้วก็นึกถึงบุญทุก ๆ บุญที่เธอเคยสั่งสมเอาไว้ในสมัย ที่ยังมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบุญสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัว ๑๐ องค์ บุญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่    วัดปากน้ำทองคำ บุญกฐิน บุญสร้างอาคาร ๑๐๐ ปี คุณยายอาจารย์ฯ  บุญที่เธอได้ช่วยงานชมรมพุทธรักษา บุญจากการชวนคนบวชพระและบวชอุบาสิกาแก้ว เป็นต้น

         ๖.            ในระหว่างที่เธอกำลังนั่งนึกทบทวนบุญอยู่นั้น ด้วยความที่เธอกลัวไม่ได้กลับดุสิตบุรี เพราะเธอมีความรู้สึกอยู่ในใจลึก ๆ ว่า เธอมาเจอหมู่คณะช้าไป กายละเอียดของเธอจึงไม่ได้ลุกจากที่ไปไหนเลย คือมุ่งมั่นที่จะนั่งนึกทบทวนบุญตามหลักวิชชาอย่างเดียว ซึ่งในบรรดาภาพบุญที่เกิดขึ้นที่มาปรากฏให้เธอเห็นอย่างเด่นชัดที่สุดในช่วงเวลานั้นก็คือ ภาพบุญ บวชพระพี่เลี้ยงรุ่น ๑๐๐,๐๐๐ รูป ซึ่งถือเป็นบุญสุดท้ายที่เธอได้สั่งสมเอาไว้ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น

         ๗.            หลังจากที่เธอนึกทบทวนบุญไปได้สักพัก ด้วย ความที่ใจของเธอเกลี้ยงและไม่รู้สึกผูกพันกับสิ่งใด ๆ เลยนอกจากบุญ จึงทำให้กระแสบุญที่เธอเคยสั่งสมเอาไว้ได้ช่องมาจรดเชื่อมอยู่ที่ศูนย์กลางกายอย่างตลอดต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลทำให้กำลังบุญของเธอเพิ่ม มากขึ้นไปตามลำดับ จนในที่สุดเมื่อกำลังบุญของเธอควบแน่นอย่างเต็มที่ กายละเอียดของเธอก็สว่างวาบ แล้วก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นกายเทพธิดาสุดสวยโสภาในทันที

         ๘.            และในวินาทีนั้นเอง เธอก็เห็นขบวนของเหล่าบริวารและเทวรถมาจอดรอต้อนรับตัวเธอแบบถึงที่ ซึ่งทั้งหมดก็ได้เคลื่อนขบวนมาถึงบ้านของเธอหลังจาก ที่เธอเริ่มนั่งทบทวนบุญไปได้สักพักหนึ่ง คือมาถึงก่อนที่กายของเธอจะแปรเปลี่ยนเป็นกายทิพย์ และเมื่อท่านเทพธิดาขึ้นไปนั่งบนเทวรถแล้ว เธอก็เคลื่อนเทวรถมุ่งตรงไปยังวัดพระธรรมกาย เพื่อเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์และรอบพื้นที่ ๒,๐๐๐ ไร่ เป็นที่แรก

         ๙.            หลังจากที่ท่านเทพธิดาใหม่และเหล่าบริวารเคลื่อนเทวรถมาถึงวัด และเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์และรอบพื้นที่ ๒,๐๐๐ ไร่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็เคลื่อนเทวรถไปจอดยังบริเวณศูนย์กลางของอู่แห่งทะเลบุญ ซึ่งเป็นจุดที่สว่างไสวที่สุดในวัด คือบริเวณด้านหน้ามหาธรรมกายเจดีย์    

         ๑๐.         สาเหตุที่เพื่อนนักสร้างบารมีที่เป็นอดีตมนุษย์ ชอบมานั่งนึกทบทวนบุญกันที่บริเวณด้านหน้ามหา-ธรรมกายเจดีย์ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ในวัดก็มีอีกตั้งเยอะแยะ ก็เป็นเพราะเหตุ ๒ ประการ  กล่าวคือ ประการแรก ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อนนักสร้างบารมีที่เป็นอดีตมนุษย์เหล่านี้ ได้เคยศึกษาเรื่องราวในช่วง Case Study จากหลาย ๆ เคสที่ผ่านมาว่า หลังจากที่เพื่อนนักสร้างบารมีเสียชีวิตไปแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมาเวียนประทักษิณรอบพื้นที่วัด รอบมหาธรรมกายเจดีย์ แล้วก็จะมานั่งนึกทบทวนบุญอยู่ที่บริเวณด้านหน้ามหาธรรมกายเจดีย์

        เมื่อแต่ละท่านได้ยินได้ฟังมาเช่นนั้นแบบตอกย้ำ ซ้ำ ๆ ก็เลยกลายเป็นภาพที่ฝังอยู่ในใจว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง (หมายถึงตาย) ภารกิจสุดท้ายที่ทุกคนจะต้องทำก็คือ เดินทางมาที่วัดพระธรรมกายเพื่อมานึกทบทวนบุญ  แล้วก็มาสักการะมหาธรรมกาย- เจดีย์ก่อนกลับดุสิตบุรี

         ๑๑. ส่วนประการที่สอง ซึ่งถือเป็นประการสำคัญ และเป็นประการหลักก็คือ บริเวณจุดนี้หรือบริเวณมหาธรรมกายเจดีย์ถือเป็นอู่แห่งทะเลบุญ ซึ่งเป็นจุด ที่ทำให้ท่านเทพธิดาใหม่รวมถึงเพื่อนนักสร้างบารมีหลาย ๆ คน ที่เป็นอดีตมนุษย์ไปแล้ว หรือแม้แต่คน ที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ สามารถนึกถึงบุญทุก ๆ บุญได้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง ดังนั้น ในเวลาที่มีเพื่อนนักสร้างบารมีเสียชีวิต     ลง กระแสบุญในตัวที่แต่ละคนได้สั่งสมเอาไว้ ก็จะ   ดลบันดาลและดึงดูดให้ใจของยอดนักสร้างบารมีโดยส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตไปแล้ว รู้สึกอยากกลับมาที่วัดพระธรรมกาย และอยากกลับมาสักการะมหา-ธรรมกายเจดีย์ เพื่อนึกทบทวนบุญหรือภาพประวัติชีวิตอันงดงามในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์ ก่อนที่ตัวเองจะเดินทางกลับไปสู่ภพภูมิที่เหมาะสมกับกำลังบุญที่แต่ละคนสั่งสมเอาไว้ ซึ่งยอดนักสร้างบารมีที่ตั้งใจ สั่งสมบุญสร้างบารมีโดยส่วนใหญ่ก็จะได้กลับไปที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ กันทุกคน

         ๑๒. ส่วนสาเหตุที่ทำให้กระแสบุญ ดึงดูดให้เหล่ายอดนักสร้างบารมี ที่เป็นอดีตมนุษย์อยากกลับมานึกทบทวนบุญ ที่มหาธรรมกายเจดีย์นั้น ก็เป็นเพราะพื้นที่ บริเวณนี้ถือเป็นอู่แห่งทะเลบุญ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่หมู่คณะของเรา ใช้เป็นสถานที่รวมใจในการประกอบ พิธีสำคัญทางศาสนามาอย่างตลอดต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพิธีจุดมาฆประทีป พิธีหล่อองค์พระธรรมกาย ประจำตัว พิธีบวชพระแสนรูป พิธีบวชอุบาสิกาแก้ว หนึ่งแสนคน หรือที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้ก็คือพิธีหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำทองคำ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ    วันที่ ๒๒ เมษายน ที่ผ่านมา เป็นต้น และเมื่อมหาธรรมกายเจดีย์ถูกใช้เป็นศูนย์รวมใจ และเป็นจุดศูนย์กลางในการประกอบพิธีบุญสำคัญ ๆ ทางพระพุทธศาสนา มหาธรรมกายเจดีย์จึงกลายเป็น อู่แห่งทะเลบุญ ที่หมู่คณะของเราทั้งคนที่เป็นอดีตมนุษย์ไปแล้ว หรือแม้กระทั่งคนที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ นิยมมาอธิษฐานจิตและนึกทบทวนบุญอยู่เสมอ

         ๑๓.         และในระหว่างที่ท่านเทพธิดาใหม่ยังอยู่บนโลกมนุษย์ เธอก็ได้เคลื่อนเทวรถจากวัดพระธรรมกาย ซึ่งโดยปกติจะจอดทบทวนบุญอยู่บริเวณด้านหน้ามหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อไปร่วมงานสวดพระอภิธรรม ซึ่งจัดขึ้นสำหรับเธอที่จังหวัดปัตตานีทุก ๆ ค่ำคืน จนกระทั่งถึงวันฌาปนกิจร่างของเธอ เพราะเธออยาก เห็นหน้าและอยากขอบคุณเพื่อน ๆ นักสร้างบารมี ที่เดินทางไปร่วมงานและจัดพิธีสวดพระอภิธรรมให้กับเธอ

         ๑๔.         และเมื่อถึงวันประกอบพิธีฌาปนกิจ ท่าน เทพธิดาใหม่ก็เคลื่อนเทวรถของเธอไปร่วมงานในวันนั้นด้วย และเมื่องานฌาปนกิจร่างของเธอเสร็จสิ้น ลง เธอก็เคลื่อนเทวรถกลับมาที่วัดพระธรรมกาย อีกครั้งหนึ่งเพื่อทำภารกิจบุญสุดท้าย คือการเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ รอบพื้นที่ ๒,๐๐๐ ไร่ และเพื่อมากราบสักการะพระมหาเถระที่เธอเคารพ อย่างสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย   เมื่อเธอได้ทำภารกิจบุญสุดท้ายจบลง เธอพร้อมด้วยเหล่าบริวารก็เคลื่อนเทวรถมุ่งตรงสู่ดุสิตบุรี วงบุญ พิเศษ เขตกองเสบียง ด้วยหัวใจที่ปลื้มปีติในบุญ     แบบสุด ๆ ในทันที

         ๑๕.         ในเวลาต่อมาก็มีพระธรรมกายเมตตาไปโปรดท่านเทพธิดาใหม่ที่วิมานบนสวรรค์ชั้นดุสิต เพื่อให้ท่านเทพธิดาใหม่ได้ฝากสารแห่งความรัก     และปรารถนาดีมาถึงเพื่อน ๆ นักสร้างบารมีทุกคน ซึ่งท่านเทพธิดาใหม่ก็ฝากสารแห่งความรักและปรารถนาดีมาถึงเพื่อน ๆ นักสร้างบารมีทุกคน ในทำนองที่ว่า สิ่งแรกที่เธออยากจะบอกเพื่อน ๆ นักสร้างบารมีทุกคน คือ อย่าประมาท เพราะความ ตายไม่มีนิมิตหมายจริง ๆ อย่างตัวเธอเองก็ไม่คิดว่า จะจากโลกนี้ไปเร็วขนาดนี้ ถ้าเป็นไปได้เธอยังอยากอยู่สร้างบารมีกับพระเถระและหมู่คณะไปอีกนาน ๆ เพราะเธอมีความรู้สึกว่า ตัวเธอเองมาเจอหมู่คณะช้าไป และยังสั่งสมบุญสร้างบารมีน้อยไป เธอกลัวตามคนอื่นไม่ทัน เพราะฉะนั้นเธอจึงอยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ยังมีลมหายใจ และยังมีโอกาสสั่งสมบุญสร้างบารมี จงสั่งสมบุญสร้างบารมีกันให้เต็มที่

         ๑๖.         และที่สำคัญเธออยากขอบคุณเพื่อนนักสร้าง บารมีทุกคนที่ยังเป็นห่วงและคอยนึกถึงเธออยู่เสมอว่า ตอนนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเธอแล้ว เพราะเธอมีความสุขมาก ๆ กับการใช้ชีวิตบนดุสิตบุรี พูดได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างช่างแลดูสวยงามจนยากที่จะบรรยายออกมา เป็นคำพูดได้ เธออยากให้เพื่อนนักสร้างบารมีทุกคน ได้มาเห็นสิ่งต่าง ๆ บนดุสิตบุรีด้วยตาตัวเองจริง ๆ แต่ก็อย่าเพิ่งรีบกลับมาในตอนนี้ ให้อยู่สั่งสมบุญสร้างบารมีกับพระเถระไปก่อน    และเมื่อสั่งสมบุญสร้างบารมีแล้ว ก็ให้อุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลส่งไปให้เธอด้วย เพราะเธอยังต้องการบุญ แม้เธอจะไม่มีโอกาสได้สั่งสมบุญแล้วก็ตาม แต่ขอเพียงเพื่อน ๆ ยังนึกถึงและให้โอกาสเธอได้อนุโมทนา บุญที่เพื่อน ๆ ทุกคนได้ทำ แค่นี้เธอก็ปลื้มใจแล้ว

         ๑๗.         บุพกรรมที่ทำให้ลูกสรนันท์ต้องประสบอุบัติเหตุ โดยถูกรถมอเตอร์ไซค์วิ่งตัดหน้า จนทำให้รถของเธอเสียหลักพุ่งชนต้นไม้อย่างแรงจนเสียชีวิต เป็นเพราะวิบากรรมปาณาติบาตในหลายภพชาติ ก่อน ๆ โน้น ที่ตัวเธอเคยทำให้คนเสียชีวิตโดย   ไม่เจตนาได้ช่องตามมาส่งผล ร่วมกับเศษกรรมปาณาติบาตจากการฆ่าสัตว์ทำอาหารที่เธอเคยทำ เอาไว้ในหลาย ๆ ภพ หลาย ๆ ชาติที่ผ่านมา   เรื่องมีอยู่ว่า ในภพชาติดังกล่าว หมายถึงภพชาติ ที่เธอทำให้คนเสียชีวิตโดยไม่เจตนา เธอได้เกิดเป็นผู้ชายซึ่งประกอบอาชีพเป็นพ่อค้า ที่มักจะเดินทางไป ทำการค้าตามเขตหัวเมืองต่าง ๆ ซึ่งเขตหัวเมืองที่เธอเดินทางไปทำการค้าโดยส่วนใหญ่ จะตั้งอยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกลกับเขตหัวเมืองที่เธออาศัยอยู่    

         ๑๘.         จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันที่เธอได้ก่อ วิบากกรรมปาณาติบาตแบบไม่ตั้งใจ เธอได้เดินทาง ด้วยการควบม้าคู่ใจออกไปตามลำพัง เพื่อไปติดต่อธุรกิจการค้า และสำรวจพื้นที่ในการทำการค้าที่เขตหัวเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งตัวเธอเองก็ยังไม่เคยไปมาก่อน     และด้วยความที่เธอไม่ค่อยคุ้นเส้นทาง จึงทำให้การเดินทางในครั้งนี้ล่าช้ากว่ากำหนดค่อนข้างมาก กว่า เธอจะทำธุระต่าง ๆ เสร็จ เวลาก็ล่าช้าออกไปค่อนข้างมาก

         ๑๙.         เมื่อเธอเห็นว่าเวลาล่าช้าไปมากแล้ว กอปรกับไม่คุ้นเส้นทาง และกลัวว่าท้องฟ้าจะมืดก่อนที่เธอจะกลับถึงเมืองของตน ด้วยเหตุนี้ เธอจึงควบม้าคู่ใจ ออกจากตัวเมืองด้วยความเร็วแบบเต็มสปีด คือไม่ว่า จะควบผ่านแหล่งชุมชน ผ่านทางแยก ผ่านเนิน หรือ ผ่านทางโค้งภายในเมือง เธอก็แทบจะไม่ได้ลดความ เร็วลงแม้แต่น้อย เพราะในตอนนั้นในใจของเธอคิดอยู่ อย่างเดียวว่า เธอจะต้องซิ่งเพื่อกลับไปให้ถึงเมือง   ของเธอก่อนตะวันจะตกดินให้ได้

         ๒๐.         และในช่วงจังหวะที่เธอกำลังจะออกจากตัวเมือง ก็มีสองแม่ลูก (ชะตาขาด) เดินข้ามถนนในเส้นทางที่เธอกำลังขี่ม้าผ่านมาพอดี ด้วยความที่เธอควบม้ามาด้วยความเร็วแบบเกินพิกัด กอปรกับถนนในช่วงนั้นก็มีทัศนวิสัยที่ไม่ค่อยดี เพราะมีลักษณะเป็นเนินขนาดย่อม ๆ    ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอมองไม่เห็นสองแม่ลูกที่กำลังเดินข้ามถนนจากระยะไกล และเมื่อเธอควบม้า จนพ้นเนินดังกล่าวแล้ว เธอจึงควบม้าเฉี่ยวแม่และ  ชนลูกเข้าอย่างจัง  

         ๒๑.         ด้วยความตกใจบวกกับกลัวความผิดทางอาญา เธอจึงไม่ได้หยุดม้าแล้วลงมาช่วยเหลือสองแม่ลูกแต่อย่างใด ซ้ำร้ายเธอกลับควบม้าหนีความผิด ออกจากตัวเมืองไปอย่างรวดเร็ว   ถึงแม้อุบัติเหตุในครั้งนี้ จะทำให้เธอรู้สึกผิดบาปต่อการกระทำของตัวเองมากมายขนาดไหนก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้กลับไปขอขมา หรือแสดงความรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุในครั้งนี้ เพราะเธอกลัวความผิดและกลัว ที่จะถูกทางการลงโทษ

         ๒๒.         ซึ่งผลจากการเฉี่ยวชนสองแม่ลูกในครั้งนี้ ทำให้ลูกชายของผู้หญิงคนนั้นคอหักตายคาที่เกิดเหตุ ส่วนผู้เป็นแม่ก็ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกาย และบอบช้ำทางด้านจิตใจอย่างแสนสาหัส    เมื่อผู้เป็นแม่เห็นว่า ลูกชายของตัวเองตายไป ต่อหน้าต่อตา อีกทั้งเห็นคู่กรณี ซึ่งก็คือลูกสรนันท์ในภพชาตินั้น ไม่หันมาดูดำดูดีตนเอง และลูกเลยแม้แต่น้อย ผู้เป็นแม่จึงรู้สึกโกรธแค้น และผูกพยาบาท อาฆาตคู่กรณีเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด

         ๒๓.         ด้วยความโกรธแค้นและผูกพยาบาทอาฆาต นี่เอง ผู้เป็นแม่จึงสาปแช่งคู่กรณีในทำนองที่ว่า ขอให้ คนที่ขี่ม้ามาชนตน และลูกจงตายไม่ดี ขอให้ประสบอุบัติเหตุ และตายข้างถนนทุกชาติไป เป็นต้น  

         ๒๔. และด้วยแรงแห่งวิบากกรรมปาณาติบาตจากการฆ่าคนโดยไม่เจตนา กอปรกับแรงแห่งความ โกรธแค้นและผูกพยาบาทอาฆาตของผู้ที่เป็นแม่ จึงส่งผลทำให้ผลแห่งวิบากกรรมปาณาติบาตในครั้งนี้มีกำลังที่ค่อนข้างแรงมากกว่าปกติ ซึ่งวิบากกรรมดังกล่าวก็ได้ติดตามตัวลูกสรนันท์มาส่งผลหลายภพ หลายชาติแล้ว คือส่งผลนับตั้งแต่ภพชาติที่เธอได้ก่อวิบากกรรมปาณาติบาตเรื่อยมา ยกตัวอย่างเช่น ในบางชาติเธอก็จะถูกสัตว์ที่ใช้เป็นพาหนะหรือถูกยานพาหนะในยุคสมัยนั้น ๆ ชนหรือเหยียบจนตาย หรือบางชาติเธอก็จะขับยานพาหนะชนต้นไม้ ตกเขา ตกน้ำตาย เป็นต้น สรุปสั้น ๆ ว่า ในภพชาติที่      ผ่าน ๆ มา เธอต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน หรือระหว่างเดินทางโดยส่วนใหญ่

         ๒๕. เมื่อวิบากกรรมดังกล่าว คือวิบากกรรมปาณาติบาตจากการฆ่าคนโดยไม่เจตนา กอปรกับ  แรงแห่งความโกรธแค้นและผูกพยาบาทอาฆาตของผู้ประสบเหตุซึ่งเป็นกรรมหลัก ได้ช่องตามมาตัดรอน และส่งผลร่วมกับเศษกรรมปาณาติบาตจากการฆ่าสัตว์ทำอาหาร ที่ตัวเธอเคยทำเอาไว้ในหลาย ๆ ภพ หลาย ๆ ชาติที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุทำให้ในภพชาติปัจจุบัน ลูกสรนันท์ต้องมาประสบอุบัติเหตุโดยถูกรถมอเตอร์ไซค์วิ่งตัดหน้า จนทำให้รถของเธอเสียหลัก พุ่งชนต้นไม้อย่างแรงจนเสียชีวิตในที่สุด

         ๒๖. จากเรื่องราวของลูกสรนันท์ แก้ววิลัย ทุกคน จะได้เห็นเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตข้อหนึ่งที่ว่า ความตายไม่มีนิมิตหมาย เพราะตราบใดที่เรายังอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม (The Law of Karma) เราก็คงหนีความตายไปไม่พ้น เพราะขึ้นชื่อว่าวิบากกรรม ไม่ว่าจะทำด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม มันก็พร้อมที่จะตัดรอนและคอยหาช่องตามส่งผลอยู่ตลอดเวลา 
เพราะฉะนั้น เราทุกคนจึงควรดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ด้วยการประพฤติดีปฏิบัติชอบตาม หลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยการหมั่น สั่งสมบุญทุก ๆ บุญ ทั้งทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ในทุก ๆ วันที่เรายังมีลมหายใจ ถ้าหากเราทำได้อย่างนี้เป็นอย่างน้อย เมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องหลับตาลาลับจากโลกนี้ไป เราก็จะได้ไปสู่สุคติ โลกสวรรค์อย่างสง่างาม ..ดังเช่นเรื่องราวของลูกสรนันท์ แก้ววิลัย

 
.................................................................................................
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >