คุณครูไม่ใหญ่ปั้นคุณยาย

วันที่ 16 พค. พ.ศ.2560

คุณครูไม่ใหญ่ปั้นคุณยาย

 

 

               ตอนที่หลวงพ่อท่านบอกว่า จะหล่อคุณยาย และเมตตาให้หลวงพี่มาเป็นลูกมือในการปั้นคุณยาย หลวงพี่ปลื้มมาก ดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มีโอกาสช่วยหลวงพ่อ ปั้นรูปคุณยายที่มีขนาดเท่าครึ่งขององค์จริง เพราะตลอดชีวิตที่บวชอยู่ที่วัด หลวงพี่ศรัทธาคุณยายมาก นึกถึงบุญคุณ ที่คุณยายสร้างวัดไว้ให้สร้างบารมีอีกทั้งเมื่อมารับบุญนี้แล้ว ก็คิดตลอดเวลาเลยว่าจะช่วยหลวงพ่อปั้นคุณยายให้เต็มที่ และก็อธิษฐานจิตว่า ขอให้ช่วยหลวงพ่อปั้นคุณยายให้ได้ เหมือนที่สุด

              หลังจากที่หลวงพ่อท่านมอบหมายงาน และเริ่มปั้นคุณยายแล้ว ก็มีแต่คนมาถามหลวงพี่เกี่ยวกับรายละเอียด ของรูปหล่อของคุณยาย เพราะอยากรู้ว่ารูปหล่อคุณยาย องค์นี้จะเป็นอย่างไร หลวงพี่จึงขอถือโอกาสนี้ เล่าหลายสิ่ง ที่หลายคนอยากรู้ !!!

จุดเริ่มต้นของรูปหล่อคุณยายขนาดเท่าครึ่งขององค์จริง

              ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2556 หลวงพ่อท่านเข้ามาในห้องปั้น แล้วพูดขึ้นว่า “เราจะได้บุญใหญ่กันแล้ว” แล้วท่านก็เงียบไป ซึ่งหลวงพี่คอยตั้งใจฟังว่า ท่านจะพูดอะไรต่อ แต่ท่านไม่พูดต่อสักที ได้แต่ยิ้ม ทำให้หลวงพี่ อดใจไม่ไหวจึงเรียนถามท่านไปว่า “บุญใหญ่อะไรหรือครับหลวงพ่อ” ท่านตอบว่า “เราจะหล่อรูปทองคำคุณยายองค์ใหม่”

              จากนั้นท่านก็เดินมายืนกลางห้องตรงหน้ารูปปั้นหลวงปู่ แล้วถามหลวงพี่ว่า “องค์หลวงปู่นี่ขนาดเท่าไร” หลวงพี่ตอบว่า “ขนาดเท่าครึ่งขององค์จริงครับ”จากนั้น ท่านก็บอกว่า “เราจะปั้นคุณยายขนาดเท่าครึ่งเหมือน กับองค์หลวงปู่นี่แหละ แต่ว่า..คุณยายท่านตัวเล็กกว่า หลวงปู่ ดังนั้นเมื่อปั้นออกมาแล้วจะเล็กกว่าหลวงปู่นิดหน่อย”

             และสักครู่ หลวงพี่ก็เรียนถามหลวงพ่อต่อว่า“หล่อทองเสร็จแล้ว จะเอาไปไว้ที่ไหนครับหลวงพ่อ” ท่านก็บอกว่า“จะเอาไปแทนองค์เดิมในวิหารคุณยาย เพราะองค์เดิมดูแล้วรู้สึกคุณยายท่านตัวเล็กไป หลวงพ่อ อยากให้คนที่มากราบไหว้คุณยาย ได้เห็นท่านเต็มตา” และองค์เดิมก็จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่อาคารหนึ่งไม่มีสอง

ขั้นตอนการทำงานที่ละเอียดของหลวงพ่อ

              หลวงพ่อท่านเริ่มปั้นคุณยายขนาดหน้าตัก 15 เซนติเมตรก่อน พอท่านปั้นเสร็จ ก็ให้เอามาถอดพิมพ์ ลงสีแล้วเอามาเทียบกับรูป ซึ่งถ้าไม่เหมือน หลวงพ่อท่านจะปรับแต่งอีกแล้วเอามาถอดพิมพ์ ลงสีและถ้ายังไม่เหมือน ท่านก็จะทำเช่นเดิมอีก

              ซึ่งทำวนไปวนมาซ้ำ ๆ อย่างนี้ถึง 30 กว่าครั้ง กว่าจะได้มาเป็นองค์ต้นแบบที่เหมือนที่สุด เพราะหลวงพ่อท่าน ปั้นแล้วปั้นอีก แต่งแล้วแต่งอีก ถอดพิมพ์แล้วถอดพิมพ์อีก เอามาลงสีแล้วลงสีอีก ทำอย่างนี้นานถึง 2 ปี คือ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547-2548 หลวงพ่อท่านจะพิถีพิถันเอาใจใส่ในรายละเอียดมาก นี่ขนาดองค์เล็ก ๆ ท่านก็ยังทำอย่าง ประณีตขนาดนี้ ซึ่งหลังจากที่ท่านปั้นเสร็จแล้ว ก็เมตตาให้ เอามาเป็นของที่ระลึกสำหรับลูก ๆ ที่เป็นประธานกอง

              พอมาถึงในช่วงที่หลวงพ่อจะหล่อทองคุณยายขนาด เท่าครึ่งขององค์จริง หลวงพ่อท่านให้เอารูปปั้นคุณยายองค์ ที่ท่านปั้นไว้นี่แหละ มาขยายเป็นขนาดเท่าครึ่งขององค์จริงโดยนำองค์นี้ไปสแกน พอได้โมเดล ก็เอามาตัดเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาชิ้นย่อยแต่ละชิ้นไปเป็นต้นแบบใส่ในเครื่องกัดโฟม เพื่อกัดออกมาจนกลายเป็นชิ้นใหญ่ แล้วเอาโฟมแต่ละชิ้น ที่กัดออกมาประกอบกันเป็นโครงองค์คุณยาย ซึ่งพอถึง ขั้นตอนนี้ ก็จะได้โครงองค์คุณยายขนาดใหญ่เกือบเท่าครึ่งขององค์จริง เพราะเล็กกว่าองค์จริงแค่ 1 เซนติเมตรเท่านั้น

              จากนั้นก็ไล้ดินน้ำมันตามผิวโครงสร้างองค์คุณยาย และหลวงพี่ก็จะปั้นเก็บรายละเอียดหยาบ ๆ ของคุณยาย ให้หลวงพ่อก่อน โดยดูจากภาพถ่ายของคุณยาย จากนั้น หลวงพ่อท่านก็มาตรวจแก้ไข ปั้นเก็บรายละเอียด ซึ่งตรงนี้ หลวงพี่ทึ่งหลวงพ่อมากเพราะแต่ละจุดท่านจะไม่ปล่อยผ่านเลย ท่านพยายามจะปั้นให้เหมือน คือ ปรับแล้วปรับอีก จนกว่าจุดนั้นจะโอเค ท่านถึงจะยอมไปปรับแก้ที่จุดอื่น

ความพิเศษของรูปหล่อคุณยายองค์นี้

              รูปหล่อคุณยายองค์นี้ จะอยู่ในท่านั่งทำวิชชาสมัยที่อยู่กับหลวงปู่วัดปากน้ำ คือ นั่งสมาธิดิ่งธรรมะ แล้วกำดวงแก้วสำคัญของหลวงปู่ไว้ที่มือทั้ง 2 ดวง ซึ่งหลังจากหล่อเป็นองค์ทองคำเสร็จแล้ว หลวงพ่อท่านจะเอา ดวงแก้วกายสิทธิ์ของจริงมาวางไว้ให้คุณยายกำไว้ที่มือเหมือนท่านกำลังทำวิชชาจริง ๆ เลย

หลวงพ่อปั้นเวลาไหน ?

              บางทีก็ก่อน..บางทีก็หลังจากท่านนั่งสมาธิในรอบบ่าย บางทีภายในวันเดียวกันท่านก็มาหลายหน ในกรณีที่หลวงพ่อท่านให้หลวงพี่ปรับแก้งานที่ท่านสั่งไว้ แล้วก็โทรมาถามว่าถึงไหน ถ้าหลวงพี่ปรับเสร็จแล้ว ท่านจะเข้ามาดูเลย

ระหว่างปั้น..หลวงพ่อมักจะพูดอะไร ?

               ทุกครั้งที่ท่านเข้ามา ท่านจะบอกว่า“คิดถึงคุณยายเลยต้องมาหายาย หลวงพ่อจะมาปั้นยายให้เหมือน” พอท่านปั้นเสร็จก็กลับไปนั่งสมาธิต่อ

              ส่วนในเรื่องของการปั้น ท่านมักจะพูดว่า “สิ่งที่หลวงพ่อให้ความสำคัญ คือ การปั้นองค์พระ ปั้นหลวงปู่ปั้นคุณยาย สามสิ่งนี้..ต้องปั้นให้ดีที่สุด ต้องตั้งใจ หลวงพ่อจะให้ความสำคัญ คือ ต้องปั้นให้เหมือนที่สุด หลวงพ่อจะไม่ยอมให้ผ่านง่าย ๆ ถ้าไม่เหมือน อย่าเบื่อหลวงพ่อนะ แล้วเราจะมีบารมีติดตัว เป็นบุญพิเศษ”

บุญนี้ยิ่งใหญ่..และมากจริงหรือ ?

              มากสิ เพราะหากไม่มากหลวงพ่อท่านไม่ลงมือ ปั้นด้วยตัวท่านเองหรอก ทั้งที่สุขภาพท่านก็ไม่แข็งแรง อีกทั้งการปั้น หลวงพ่อท่านบางทีก็ต้องก้ม ๆ เงย ๆ เดินวน ดูเดี๋ยวลุก เดี๋ยวนั่ง เพราะถ้าเรามองรูปปั้นใกล้ ๆ จะมองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด จึงต้องเดินถอยกลับไปกลับมาหลายรอบ อีกทั้งบางครั้งหลวงพ่อท่านต้องยืนจดจ่อ เพื่อปรับแต่งรูปปั้นคุณยายอยู่นาน จนขาท่านบวมเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าเป็นคนอื่น คงหยุดพักแล้ว แต่หลวงพ่อท่านไม่ อุปัฏฐากจึงต้องเข้ามาบีบขาให้ นี่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ที่หลวงพ่อท่านทุ่มเทกับการที่ท่านอยากจะปั้นคุณยาย ให้เหมือนและเอาบุญกับคุณยายมาก

             และที่สำคัญตลอดช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา หลวงพ่อ ท่านไม่ได้ลงเทศน์สอนในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา แต่ 2 สิ่งสำคัญที่ท่านทำ คือ นั่งสมาธิทำวิชชา และหาเวลามาปั้นคุณยาย

สิ่งที่อยากฝากไว้

             จากการที่หลวงพี่เป็นลูกมือหลวงพ่อ หลวงพี่เห็นถึง ความตั้งใจและความทุ่มเทของหลวงพ่อมาโดยตลอด และซาบซึ้งในความกตัญญูที่หลวงพ่อมีต่อคุณยายอาจารย์มากโดยส่วนตัวหลวงพี่คิดว่าจะเอาบุญนี้ไปให้มากที่สุด เพราะคิดว่าหลวงพ่อน่าจะหล่อคุณยายเป็นองค์สุดท้ายแล้ว

              ที่สำคัญสำหรับคนที่มาไม่ทันได้เจอคุณยาย หรือไม่ทันหล่อคุณยายองค์แรก หลวงพี่คิดว่า ตอนนี้เป็นโอกาสของเราแล้ว อยากจะให้ทุกคนชวนกันมาเอาบุญใหญ่กับ คุณยายไปให้มาก ๆ เพราะจะหาผู้มีบุญบารมี ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ทั้งกายวาจาใจอย่างคุณยายได้ยากยิ่งอย่างที่พวกเรารู้ว่า ตอนคุณยายทำวิชชาอยู่กับหลวงปู่วัดปากน้ำ หลวงปู่ชมท่านว่า เป็นหนึ่งไม่มีสอง และมากไปกว่านั้น คุณยายยังสร้างวัดมาให้พวกเราสร้างบุญสร้างบารมี เป็น ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ซึ่งการเชื่อมสายบุญกับท่าน จะทำให้เราได้บุญมาก อีกทั้งเป็นการทดแทนคุณท่านอีกด้วย...