ธรรมะเพื่อประชาชน พร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร ท่านทั้งหลายอย่ากลัวต่อบุญเลย เพราะคำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร เราย่อมรู้ชัดผลแห่งบุญอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ที่เราเสวยแล้วตลอดกาลนาน

ชาดก : ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for peopleรวมนิทานอีสปพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ธรรมะเพื่อประชาชน : ทิพยสถานสำหรับผู้มีบุญญาธิการ


ธรรมะเพื่อประชาชน : ทิพยสถานสำหรับผู้มีบุญญาธิการ

Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

TD0724_01.jpg

ทิพยสถานสำหรับผู้มีบุญญาธิการ

        ในขณะที่วันคืนล่วงไปล่วงไป สังขาลร่างกายของคนเรา ก็ก้าวไปสู่ความเสื่อมสลายทุกอนุวินาที ทั้งๆ ที่มีผู้คนมากมายกำลังเร่งรีบแสวงหา เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงกันสักที เพราะมีอวิชชาซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังมาบดบัง ทำให้ไม่รู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ว่าแท้ที่จริงมนุษเกิดมาทำอะไร และอะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต สัพสัตว์ทั้งหลายตกอยู่ในวงจรของกิเลสกรรมวิบาก ถูกกิเลสบังคับบัญชาอยู่ล่ำไป การจะหลุดพ้นจากกิเลสได้ ต้องทำใจหยุดนิ่งให้สนิทสมบูรณ์ หยุดเข้าไปสู่ภายในเรื่อยๆ ยิ่งหยุดใจยิ่งละเอียด เมื่อละเอียดกว่ากิเลส เขาก็บังคับบัญชาไม่ได้ เมื่อนั้นเราจึงจะเป็นอิสระเป็นไทยแก่ตัวเอง และจะรู้เรื่องราวทุกเรื่องไปตามความเป็นจริง ดังนั้นในขณะที่วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราก็ต้องเร่งรีบฝึกฝนใจให้หยุดให้นิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกันให้ได้น๊ะจ๊ะ


        พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ในมัจฉริสูตร  ความว่าชนเหล่าใดในโลกนี้ ได้ความเป็นมนุษย์แล้ว รู้ถ้อยคำปราศจากความตระหนี่ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ เป็นผู้มีความเคารพแรงกล้า ชนเหล่านั้นย่อมปรากฎในสุคติโลกสวรรค์

 

        สวรรค์เป็นดินแดนแห่งการเสวยสุข ของผู้ที่ได้ทำบุญเอาไว้ดีแล้ว ขอเพียงประพฤติตนเป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่ทำบาปอกุศล ยินดีในการบำเพ็ญทาน ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ หากทำบุญกุศลอย่างนี้อยู่เนืองๆ ก็มีสิทธิ์ได้ไปสวรรค์อย่างแน่นอน ยิ่งถ้าทำให้ครบตามหลักบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการอย่างต่อเนื่อง ชีวิตหลังความตายยิ่งมั่นใจได้ว่า จะต้องไปสู่สุคติโลกสวรรค์อย่างแน่นอน แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร จึงประพฤติผิดศีลผิดธรรม แล้วก็ต้องไปอบายกันซะส่วนใหญ่ ซึ่งวันนี้หลวงพ่อมีตัวอย่างของผู้ที่ ทำถูกหลักวิชชาในการเดินทางไปสู่ปรโลก ว่าท่านเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง เรามาติดตามรัลฟังกันเลยน๊ะจ๊ะ


        หลังพุทธปรินิพพานราว ๓๐๐ ปี พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยได้ทำการรบแพ้ข้าศึก พระองค์ทรงควบม้าหนีการถูกตามล่า มหาดเล็กชื่อว่าติสสอำมาตย์ตามเสด็จใปได้คนเดียวเท่านั้น ท้าวเธอเสด็จเข้าสู่ดงแห่งหนึ่ง ประทับนั่งพักผ่อนเอาแรง เมื่อถูกความหิวเบียดเบียนจึงรับสั่งว่า พี่ติสสะฉันหิวเหลือเกินจะทำอย่างไรดี มหาดเล็กทูลว่าหม่อมฉันมีอาหารติดตัวมาด้วยพระเจ้าข้า พระราชาทรงหิวมาก ตรัสบอกให้รีบไปจัดแจงมาถวายเดี๋ยวนั้น ได้รับสั่งว่าพี่ติสสะจะแบ่งอาหารออกเป็น ๔ ส่วน มหาดเล็กไม่เข้าใจคำสั่งเลยทูลถามให้หายสงสัยว่า พวกเรามีการ ๓ ชีวิตเหตุไฉนพระองค์จึงให้จัดเป็น ๔ ส่วน พี่ติสสะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยบริโภคอาหารที่ยังไม่ได้ถวายแก่พระคุณเจ้าก่อนเลย ถึงวันนี้หากยังไม่ได้ถวายอาหารพระ เราก็จะไม่ยอมบริโภค 


        มหาดเล็กได้ฟังคำตอบชัดเจนแล้ว ก็จัดแบ่งอาหารออกเป็น ๔ ส่วน แต่ก็สงสัยอยู่ดีว่าแถบนี้ไม่มีพระอาศัยอยู่เลย แล้วจะหาพระได้จากที่ไหน หรือว่าพระองค์จะวางไว้เพียงแค่เส้นไหว้ผีสางเทวดาเฉยๆ จึงทูลถามเป็นคำรบสองว่า ในป่าร้างเช่นนี้พระองค์จะได้พระคุณเจ้าแต่ที่ไหนพระเจ้าข้า เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของท่านถ้าศรัทธาของเรามี เราจะได้พระคุณเจ้าเองแหละ ท่านจงวางใจเถิด เมื่อถึงเวลามหาดเล็กก็ออกไปยืนประกาศถึง ๓ ครั้งว่าได้เวลาภัตตากิจแล้วขอพระคุณเจ้าได้โปรดมารับทานจากพระราชาผู้ใจบุญด้วยเถิด


        ในขณะนั้นพระโพธิยมาลกมหาติสสเถระ ได้ยินเสียงเปล่าประกาศด้วยทิพโสต จึงรู้ว่าวันนี้พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัย ปราชัยในสงครามเสด็จเข้าสู่ป่าดงดิบ แล้วให้แบ่งข้าวขันเดียวออกเป็น ๔ ส่วน จึงดำริว่าวันนี้เราควรทำการสงเคราะห์พระราชา ว่าแล้วก็เข้าสมาบัติหายตัวจากกุฏิไปปรากฏอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระราชา พระราชาทอดพระเนตรเห็นแล้ว ทรงมีพระทัยเลื่อมใสตรัสว่า เห็นไหมล่ะพี่ติสสะ พระผู้เป็นเนื้อนาบุญของเรามีอยู่จริงๆ ท่านจงทำจิตให้เเลื่อมใสเถิด พระราชาทรงไหว้พระเถระแล้วได้น้อมนำอาหารที่เป็นส่วนของพระเถระพร้อมกับส่วนของพระองค์ใส่ ใส่ลงในบาตรแล้วตรัสว่า ท่านผู้เจริญขึ้นชื่อว่าความลำบากด้วยอาหาร อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าตลอดไปเทอญ
 

        ฝ่ายติสสอำมาตย์คิดว่า เมื่อพระลูกเจ้าของเราทอดพระเนตรอยู่ เราจะบริโภคได้อย่างไร จึงได้เทส่วนของตัวลงไปในบาตรพระเถระเหมือนกัน ถึงม้าก็คิดว่าแม้เราก็ควรถวายส่วนของเราแก่พระเถระ พระราชาทอดพระเนตรดูม้าก็ทรงทราบว่า ถึงม้านี้ก็ประสงค์จะใส่ส่วนของตนลงในบาตรของพระเถระเหมือนกัน จึงได้เทส่วนแม้นั้นลงในบาตรอีก พระเถระถือเอาภัตรนั้นเหาะกลับไปที่วิหาร แล้วได้ถวายแด่ภิกษุสงฆ์โดยทั่วกัน


        ฝ่ายพระราชาทรงพระดำริว่าพวกเราหิวเหลือเกิน จะพึงเป็นการดีหนอหากพระเถระจะเมตตาส่งอาหารที่เหลือมาให้พวกเราได้ทานกันตายบ้าง พระเถระรู้พระดำริของพระราชาแล้ว จึงทำภัตรที่เหลือให้พอเพียงแก่ทุกคนให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ท่านได้โยนบาตรขึ้นไปในอากาศบาตรนั้นได้ลอยไปอยู่ที่พระหัตถ์ของพระราชา แม้อาหารก็เพียงพอที่คนทั้ง ๓ จะดำรงชีพอยู่ได้ 


        พระราชาทรงปลื้มในทานกุศลครั้งนั้นมาก เพราะทรงตระหนักดีว่า ได้ทำบุญกับพระผู้เป็นเนื้อนาบุญจริงๆ ในเวลาต่อมาพระราชาทรงมีพระราชศรัทธาให้สร้างมหาเจดีย์สูง ๑๒๐ ศอก บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่ ๘ ของพระตถาคตเจ้าไว้ เมื่อพระเจดีย์ยังไม่ทันเสร็จก็ได้เวลาใกล้สวรรคต พระราชาทรงทราบว่า มัจจุราชกำลังก้าวเข้ามาใกล้ทุกขณะแล้ว จึงได้ทรงรับสั่งให้มหาดเล็กหามพระแท่นบรรทม ไปตั้งไว้ที่ข้างพระมหาเจดีย์ เพื่อจะได้ทอดพระเนตรพระเจดีย์ได้ชัดเจน เพื่อเป็นการเจริญพุทธานุสติ เมื่อพระภิกษุสงฆ์กำลังสาธยายธรรมถวายอยู่นั้น พระองค์ผู้บรรทมอยู่บนพระแท่น ทรงเห็นราชรถ ๖ คันเลื่อนลอยมาจากเทวโลก ๖ ชั้นมาจอดเรียงรายอยู่ในอากาศ เฉพาะเบื้องพระพักตร์ของพระราชา 


        พระราชาทรงรับสั่งให้อำมาตย์นำสมุดบันทึกการทำบุญของพระองค์มา แล้วรับสั่งให้อ่านข้อความในนั้นตั้งแต่ต้นเรื่อยไปเลย สดับไปก็ปลื้มปีติในบุญทุกๆ บุญที่พระองค์ได้เคยบำเพ็ญเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นพระองค์ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยจะตื้นตันพระทัยสักเท่าไร จึงรับสั่งให้อ่านต่อไปอีกว่ามีบุญอย่างอื่นอีกไหม มหาดเล็กก็อ่านต่อไปว่า ข้าแต่สมมติเทพมีบุญอีกอย่างหนึ่งคือ พระองค์ได้เคยปราชัยในสงครามแล้วเสด็จเข้าป่าดงดิบ และได้มีโอกาสถวายภิกษาแก่ท่านพระโพธิยมาลกมหาติสสเถระได้ทรงแบ่งพระกระยาหารขันเดียวเป็น ๔ ส่วน 


        พระราชาทรงจําบุญพิเศษครั้งนั้นได้ดี จึงรับสั่งให้หยุดอ่าน แล้วนึกทบทวนบุญนั้นและก็รู้สึกปลื้มปีติพระทัยเป็นพิเศษ ทรงซักถามภิกษุสงฆ์ว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ เทวโลกชั้นไหนเป็นรมณียสถาน ภิกษุสงฆ์ถวายพระพรว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตร ดุสิตพิภพเป็นที่ประทับของพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ สวรรค์ชั้นนี้แหละเป็นศูนย์รวมของผู้มีบุญญาบารมี  ราชาทรงทราบว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเดินทางไกล ทรงหลับพระเนตรลงพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขใจในบุญ เมื่อเสด็จสวรรคตแล้วกายทิพย์ก็ไปประทับนั่งบนเทวรถ ที่มาจากดุสิตพิภพแล้วเสด็จขึ้นไปสู่สวรรค์ชั้นดุสิตพร้อมด้วยบริวารที่แวดล้อมมากมาย พระองค์ได้ไปเสวยทิพยสมบัติในสุคติโลกสวรรค์


         เห็นไหมจ๊ะว่าการไปสู่สุคติโลกสวรรค์นั้น ถ้ารู้หลักวิชชาแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะยากเกินไป หรือเป็นเรื่องที่เหลือวิสัยแต่อยู่ในวิสัยที่มนุษย์ทุกคนสามารถไปได้ทั้งนั้น ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนาและเผ่าพันธุ์ เพราะเป็นสถานที่สากล ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะได้ไปเสวยสุข ณ ทิพยสถานบนดุสิตบุรี เหมือนดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์หรือโลกที่เป็นของกลางๆ ถ้าหากทำบุญถูกหลักวิชชาก็สามารถไปสวรรค์กันได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะเป้าหมายสูงสุดของมวลมนุษยชาตินั้น ไม่ใช่เพียงให้ได้ไปสวรรค์เท่านั้น แต่ต้องให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วย จะได้อย่างนี้ก็ต้องทำให้ครบทั้งทาน ศีล ภาวนา ต้องขวนขวายในการสั่งสมบุญบารมีให้ได้มากที่สุด จะได้ไปพักระหว่างทางกันที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ แล้วมุ่งไปสู่เป้าหมายคือที่สุดแห่งธรรมกันนะจ๊ะ

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล