ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

ตอน เพียรจนสำเร็จปะโยชน์

Dhammaforpeople
ธรรมะเพื่อประชาชน

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

ตอน เพียรจนสำเร็จปะโยชน์

 

          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในสุวีรสูตรว่า

          “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอบวชในพระธรรมวินัยที่เรากล่าวชอบแล้ว พึงหมั่นเพียรพยายามเพื่อให้ได้มรรคผลที่ยังไม่ได้ ทำให้แจ้งซึ่งมรรคผลที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง ข้อนี้จะพึงเป็นความงดงามในพระธรรมวินัยโดยแท้”

          ความเพียรเป็นหัวใจในการประพฤติปฏิบัติธรรมและยังกุศลธรรมให้เธอขึ้นในจิตใจ การที่บุคคล จะร่วมทุกข์ได้ ก็ต้องอาศัยความเพียร

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          โดยเฉพาะความเพียรในการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เพราว่าเป็นความเพียรพยายามในกิจที่แท้จริง ในงานที่แท้จริงของตัวเรา แล้วก็เป็นธรรมาแห่งบุญกุศลของเราด้วย ถือเป็นมหคตกุศลอันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่บุญเล็กน้อยเลย เพราะเป็นบุญที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ สามารถบรรลุคมรรคผลนิพพานได้

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          เราเกิดมาก็เพื่อมาทำพระนิพพานให้แจ้ง และแสวงบุญสร้างบารมี ถึงแม้ว่าเราจะยังไปไม่ถึงพระนิพพาน ซึ่งเป็นเอกันตบรมสุข แต่เราก็อยากจะได้ความสุขกันทุกคน

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          อยากมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข นั่งเป็นสุข ยืนเป็นสุข เดินเป็นสุข และนอนเป็นสุข จะอยู่ที่ไหนก็อยากมีความสุข กระทั่งยามหลับก็อยากหลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ความสุขคือสุดยอดปรารถนาของเราและมวลมนุษยชาติทั้งหลาย การจะเข้าถึงความสุขอย่างนี้ได้ ต้องอาศัยใจหยุดนิ่ง

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          “นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง” สุขอื่นนอกจากใจหยุดใจนิ่งนั่นไม่มี และในการฝึกใจให้หยุดนิ่งนี้ก็ต้องอาศัยความเพียร จะเกียจคร้านก็ไม่ได้ผล เพราะไม่บรรลุถึงความสุขที่แท้จริง ฉะนั้นความเพียรในการหยุดใจ จึงเป็นธรรมะแห่งความสุข ซึ่งนอกจากจะเป็นทางมาแห่งบุญแล้วยังเป็นทางไปสู่อายตนะนิพพานอีกด้วย

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ทุกครั้งที่สมเด็จพระบรมศาสดาประทับอยู่ที่วัดพระเชตวันทรงปรารถภิกษุ ผู้ละความเพียรรูปหนึ่ง และทรงเมตตารับสั่งให้เรียกภิกษุรูปนั้นมา และตรัสแนะนำสั่งสอนให้กำลังใจแก่ภิกษุนั้นว่า “ดูก่อนภิกษุ เธอบรรพชาในศาสนา อันจักทำให้สำเร็จมรรคผลนิพพานได้ เหตุใดเธอจึงละความเพียรเสียล่ะ แม้บัณฑิตในการก่อนได้ทำความเพียรในสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์อันสูงสุด แต่ก็ยังไม่ละความเพียร ไฉนเธอเมื่อทราบประโยชน์อันสูงสุดแล้ว ทำไมจึงมาละความเพียรเสียล่ะ” และพระองค์ก็ทำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าให้ฟังว่า

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ในกาลครั้งหนึ่ง สมัยที่พระเจ้าพรหมทัตได้เสวยราชสมบัติ อยู่ในกรุงพาราณสี มีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ปากทางเข้าดงอันรกชัฏแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านนั้นมีนายบ้านผู้เข้มแข็งผู้หนึ่ง เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และมีอาชีพรับจ้างนำคนเดินทางส่งให้พ้นข้ามตรงไป

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          วันหนึ่งมีพ่อค้าเกวียน 500 คน ขับเกวียนมาถึงหมู่บ้านนั้น  เพื่อจะเดินทางต่อไป ก็ได้ให้ค่าจ้างพันหนึ่งแก่นายบ้านเพื่อขอให้จัดการส่งพวกพ้องตรงข้ามดงอันตรายนี้ไป นายบ้านรับค่าจ้างแล้วก็นำพวกพ่อค้าเกวียนเดินทางฝ่าดงไป

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          พอไปถึงกลางดง ได้มีกลุ่มโจร 500 ซุ่มอยู่ พวกโจรได้ออกมาจากที่ซ่อน พร้อมด้วยอาวุธพร้อมมือ เตรียมจะบุกปล้นพวกพ่อค้าเกวียน พวกพ่อค้าเกวียนเห็นแบบนั้น ต่างก็ตกใจกลัว ได้หมอบตัว ซุกซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ในป่า เหลือแต่นายบ้านกับบริวารที่ติดตามมาไม่กี่คน

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          นายบ้านผู้ฉลาดจึงใช้อุบายลวงพวกโจรให้เข้าใจผิดว่า ตนน่ะมีพรรคพวกอยู่เป็นจำนวนมาก โดยให้บริวารช่วยกันทำเสียงดัง อึกทึกครึกโครม เอาวัตถุสิ่งของมากระทบกัน เขย่าต้นไม้ให้ไหวบ้าง ทำฝุ่นให้ฟุ้งตลบขึ้นบ้าง จนพวกโจรเกิดความลังเลใจไม่กล้าเข้าปล้น และโจรอีกส่วนหนึ่งก็เกิดอาการสะดุ้งกลัว ได้หลบหนีไป

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          เมื่อนายบ้านเห็นว่าสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว จึงนำพวกพ่อค้าเกวียนเหล่านั้นออกเดินทางต่อไป จนกระทั่งข้ามพ้นดงอันตรายไปได้ เมื่อข้ามพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนั้นไปแล้ว พ่อค้าเกวียนก็ถามนายบ้านด้วยความนับถือว่า เมื่อท่านเห็นพวกโจรมากันมากมาย มีอาวุธครบมือ บ้างก็ยิงธนูขึ้นฟ้า บ้างก็ถือดาบอันคมกล้ากรูเข้ามา เหตุใดท่านจึงไม่มีความสะดุ้งหวาดกลัว

          นายบ้านจึงตอบว่า “เมื่อเราเห็นพวกโจรแล้ว เราคิดว่าจะต้องทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ที่สุด เรานั้นไม่ได้หวาดหวั่น เพราะเราได้วางชีวิตเป็นเดิมพันตั้งแต่ต้นทางที่รับค่าจ้างมาแล้ว เราได้สละชีวิตตั้งแต่อยู่ที่ปากดงแล้ว พอเราตระหนักถึงภารกิจ ความรับผิดชอบของตน จึงมีความโสมนัส ปรีดาว่า ใจของเราประกอบจนเป็นยาและความเพียร ในการทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ สามารถครอบงำย่ำยีศตรู แม้มีกำลังมากได้ ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงสามารถข้ามพ้นอุปสรรคมาได้ เพราะฉะนั้น บุคคลควรกล้าหาญในยามมีภัย และอาศัยความเพียนเป็นกำลังทุกเมื่อ”

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          เมื่อกล่าวดังนี้แล้ว พวกพ่อค้าเกวียนทั้ง500 ต่างก็มีใจชื่นชมยินดี ในวาทะธรรมของนายบ้าน และต่างกล่าวขอบคุณยกย่องสรรเสริญ ทุกๆคนได้รับความสวัสดีมีชัย มีใจเบิกบานที่มีชีวิตรอดปลอดภัยจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้

          จากนั้นพวกพ่อค้าเกวียนก็ออกเดินทางไปค้าขายต่อไป ส่วนนายบ้านก็เดินทางกลับมายังหมู่บ้านของตน และยังคงทำหน้าที่ส่งคนเดินทางข้ามดงพร้อมกับบำเพ็ญบุญกุศลไปด้วยตลอดอายุขัย

 

เรื่อง เพียรจนสำเร็จปะโยชน์ คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for people

          ครั้นสมเด็จพระบรมศาสดา ได้โปรดแสดงเรื่องในอดีตนี้แล้วก็ทรงประกาศอริยสัจ 4 ให้ภิกษุรูปนั้น เห็นทุกข์ภัยในสังสารวัฏ ให้กำหนดรู้เหตุแห่งทุกข์ รวมถึงวิธีการดับทุกข์ และหนทางไปสู่มรรคผลนิพพาน

          เมื่อจบพระธรรมเทศนา ภิกษุผู้ซึ่งแต่เดิมทรงละความเพียรนั้น ก็ได้สำเร็จพระอรหันตผลอันเลิศ และสำเร็จกิจอันสูงสุดในพระพุทธศาสนา และทรงประชุมชาดกว่า นายบ้านครั้งนั้นก็คือพระตถาคตนั่นเอง

          นี่เป็นผลของความเพียรและรู้จักใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา จึงทำให้สามารถข้ามพ้นภัยและฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายมาได้ ความเพียรนี้หมายรวมถึงความกล้าหาญในการทำสิ่งที่ดีงามด้วย ไม่ใช่เพียรพยายามในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร หรือไปทำผิดศีล ผิดธรรม เพราะถ้าเพียรผิดที่ ผิดวิธี ก็มีแต่จะให้โทษอย่างเดียว เช่นไปพากเพียรเล่นอบายมุขทั้งวันทั้งคืน หรือเพียรพยายามลอบทำร้ายผู้อื่น เป็นต้น แต่ในทางกลับกลับถ้าใช้ความเพียรในทางที่ถูกที่ควร ก็จะสำเร็จประโยชน์ได้ในปัจจุบันรวมไปถึงได้ประโยชน์ในอนาคตและประโยชน์อย่างยิ่งในนิพพาน ถ้าหากเราหมั่นเพียรหยุดใจไว้ในกลางกาย ก็จะได้พบพระในตัวและมีพระรัตนตัรยเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกกันทุกๆคน

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -