ธรรมะเพื่อประชาชน พร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร ท่านทั้งหลายอย่ากลัวต่อบุญเลย เพราะคำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร เราย่อมรู้ชัดผลแห่งบุญอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ที่เราเสวยแล้วตลอดกาลนาน

ชาดก : ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for peopleรวมนิทานอีสปพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ธรรมะเพื่อประชาชน : สั่งสมบุญป้องกันอบาย


ธรรมะเพื่อประชาชน : สั่งสมบุญป้องกันอบาย

Dhamma for people
 ธรรมะเพื่อประชาชน

DP0223_01.jpg

สั่งสมบุญป้องกันอบาย

                มีวาระพระบาลีที่ปรากฏในอภิชชมานเปตวัตถุ ว่า ความสุขในโลกนี้และในปรโลก ย่อมไม่มีแก่เหล่าชนผู้ไม่ทำบุญ ความสุขในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมมีเฉพาะแก่เหล่าชนผู้ทำบุญไว้ ผู้ปรารถนาความเป็นสหายแห่งเทวดาชาวไตรทศเทพ 

 

                พึงกุศลไว้ให้มาก เพราะว่าผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมบันเทิงใจอยู่ในสวรรค์ เพียบพร้อมไปด้วยโภคสมบัติ มนุษย์เป็นจำนวนมากได้ตั้งหน้าตั้งตาสั่งสมทรัพย์สินเงินทอง จนกลายเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีก็มี บางคนชอบสั่งสมของเก่า สั่งสมภาพวาดชนิดต่างๆ บ้าง บางทีก็สะสมแสตมป์หรือสะสมสิ่งอื่นๆ มากมาย ตามแต่รสนิยมความพอใจ ทำให้ได้รับการชื่นชมยกย่องกันไปทั่วโลก 

 

                จะสั่งสมอะไรกันก็ตาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราควรสั่งสมกันเอาไว้มากๆ เพราะยิ่งสั่งสมมากเพียงไร ก็ยิ่งเป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อเรามากเท่านั้น สิ่งนั้นก็คือบุญเพราะบุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของความสุขและความสำเร็จทุกอย่าง บุญจะคอยอำนวยสุขให้กับตัวเรา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ผู้ที่เกิดมาแล้วไม่ได้สั่งสมบุญกุศลให้กับตนเอง มัวสั่งสมแต่สิ่งที่ไร้สาระ หรือมัวประมาทสั่งสมแต่บาปอกุศลเอาไว้ นับว่าเป็นชีวิตที่น่าเสียดายมากทีเดียว เพราะถ้าผ่านชีวิตของความเป็นมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาสั่งสมบุญกันใหม่นั้นน่ะมันก็ยาก 

 

                เหมือนในสมัยอดีตในกรุงพาราณสี ได้มีนายพรานคนหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านจุนทัฏฐิละ เป็นคนชอบล่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ ได้ทำกรรมปาณาติบาตเอาไว้มาก ไม่เคยทำบุญกุศลอะไรเลย ตื่นเช้าจนกระทั่งเข้านอน คิดแต่เรื่องการเข่นฆ่าสัตว์ เพื่อนำมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ชีวิตจึงเวียนวนอยู่กับการทำปาณาติบาทเรื่อยมา 

 

                เมื่อนายพรานเสียชีวิตลง บาปนั้นก็บีบคั้นให้ไปบังเกิดเป็นเปรต เนื่องจากไม่เคยให้ทานเลย จึงเป็นเปรตที่ไม่มีข้าวและน้ำ แม้แต่ในความฝัน เปรตตนนี้น่ะนึกถึงมนุษย์ที่เคยเป็นญาติกันมาในสมัยก่อน จึงตั้งใจว่าจะเดินทางไปหาญาติเพื่อขอส่วนบุญ แต่เนื่องจากว่า เส้นทางไปสู่บ้านของหมู่ญาตินั้นน่ะ มีทางเดียวเท่านั้นคือ จะต้องเดินทวนกระแสแม่น้ำคงคาขึ้นไปเรื่อยๆ

 

                ในสมัยนั้นอำมาตย์ของพระเจ้าพิมพิสารชื่อว่าโกลิยะ ได้รับมอบหมายให้ไปปราบหัวเมือง ซึ่งต้องการแยกตัวออกไปเป็นเอกราช เมื่อได้ชัยชนะกลับมาก็ได้ส่งพลบริวาร มีพลช้างและพลม้าให้ไปทางบก ส่วนตนเองพร้อมด้วยบริวาลเหล่าทหารจำนวนหนึ่ง มาทางเรือตามกระแสแม่น้ำคงคา ขณะที่ล่องเรืออยู่กลางแม่น้ำอยู่นั้น ก็เห็นเปรตตัวสูงใหญ่เท่าลำตาล กำลังเดินทวนกระแสน้ำมา จึงได้ถามเปรตว่า ท่านจะเดินทางไปที่ไหน เปรตบอกว่าจะไปรับส่วนบุญจากญาติในหมู่บ้านจุนทัฏฐิละ 

 

                ท่านอำมาตย์เป็นผู้ฉลาด รู้วิธีที่จะช่วยเปรตตนนี้ จึงให้หยุดเรืออยู่ริมแม่น้ำ ได้ให้ข้าวสัตตูและคู่ผ้าสีเหลืองแก่ช่างกัลบก ซึ่งเป็นอุบาสกที่เดินทางร่วมกันมา ทันทีที่อุบาสกรับผ้าและข้าวสัตตูมาบริโภค ผ้านุ่งผ้าห่มก็ปรากฏแก่เปรตทันที จากที่เคยมีรูปร่างผอมโซ หิวโหย ก็เอิบอิ่มไปด้วยข้าวทิพย์ที่โกลิยะอุทิตให้  เปรตได้นุ่งห่มผ้าเนื้อดี ทัดทรงดอกไม้ ตบแต่งร่างกายด้วยอาภรณ์ที่สวยงามเป็นพิเศษ โกลิยะมหาอำมาตย์ เห็นอานุภาพบุญที่เกิดขึ้นแก่เปรตทันตาเห็นเช่นนั้น ก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก จึงตั้งใจจะไปถวายสังฆทานกับภิกษุสงฆ์ เปรตจะได้บุญกุศลมากยิ่งขึ้น 

 

                เช้าวันนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรวจดูเหล่าเวรไนยสัตว์ ทรงเห็นว่ามหาชนจะได้ไปสวรรค์นิพพาน เพราะปรารภเปรตตนนั้น จึงได้เสด็จมาทางอากาศ ประทับยืนที่ฝั่งแม่น้ำคงคา โกลิยะมหาอำมาตย์ได้เข้าไปกราบนิมนต์พระพุทธองค์ ให้เสด็จไปเสวยพระกระยาหารที่บ้าน พร้อมกับกราบทูลเรื่องราวที่ตนได้ไปพบเปรตกลางแม่น้ำคงคาให้พระองค์ทรงทราบ

 

                พระบรมศาสดาทรงพระดำริว่า ขอภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่จงมาประชุมกัน ทันใดนั้นภิกษุสงฆ์ผู้มีอานุภาพ ก็พร้อมใจกันเหาะมาเฝ้าพระพุทธองค์ ด้วยฤทธานุภาพของตัวเอง มหาชนเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป เสด็จมาจากเมืองพาราณสี ก็พากันแตกตื่นดีอกดีใจ รีบพากันมาเข้าเฝ้าเพื่อจะได้ฟังพระธรรมเทศนา 

 

                มหาอำมาตย์เห็นดังนั้นก็มีจิตเลื่อมใสศรัทธามาก ได้อังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ให้อิ่มหนำด้วยอาหารหวานคาวอันประณีต เมื่อภิกษุสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ใช้อิทธาภิสังขาร ดลบันดาลให้เปรตทุกหมู่เหล่า ที่อยู่ในบริเวณนั้นให้มาปรากฏแก่มหาอำมาตย์และมหาชนได้เห็นด้วยตาเนื้อ ในจำนวนเปรตเหล่านั้น บางพวกนุ่งท่อนผ้าเก่าขาดวิ่น บางพวกเอาผมของตนเองปิดอวัยวะที่น่าละอาย บางพวกเปลือยกายมีรูปเหมือนปีศาจ ถูกความหิวกระหายครอบงำไร้เรี่ยวแรง มีหนังหุ้มกระดูกเที่ยวหมุนเคว้งไปมา ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ก็ล้มลง เปรตบางพวกนุ่งผ้าขี้ริ้วขาดรุ่งริ่ง บางพวกผมยาวสยาย เที่ยวแสวงหาอาหาร เมื่อหาไม่ได้ก็นอนกลิ้งเกลือกบนพื้นดิน ร้องไห้ร่ำไรว่า พวกเรานั้นไม่ได้ทำกุศลไว้ในกาลก่อน จึงได้ถูกความหิวกระหายนี้คุกคาม ดุจถูกไฟเผาอยู่ตลอดเวลา 

 

                เปรตแต่ละตนได้สารภาพบาป ให้กับพระผู้มีพระภาคเจ้าและมหาชนที่มาประชุมกันได้ทราบว่า เมื่อก่อนตนได้ไปทำกรรมอันลามก แม้เป็นผู้มีสมบัติในตระกูลมากมาย แต่ก็ไม่ทำที่พึ่งแก่ตนเอง ข้าวและน้ำมีมากมายแต่ก็ไม่ทำการแจกจ่ายให้ทาน และไม่ได้ให้อะไรในบรรพชิตผู้ปฏิบัติชอบ เปรตตนหนึ่งบอกว่า ถ้าจุติจากเปรตนี้แล้ว จะไปเกิดในตระกูลอันต่ำช้าเลวทราม คือตระกูลนายพราน ตระกูลคนจัณฑาล ตระกูลคนกำพร้า นี่ก็เป็นคติของคนตระหนี่ 

 

               ส่วนทายกผู้ได้ทำกุศลไว้ในชาติก่อน ปราศจากความตระหนี่ ย่อมทำสวรรค์ให้บริบูรณ์และย่อมทำสวนนันทวันให้สว่างไสว รื่นลมอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน ในเวชยันตประสาท ครั้นจุติจากเทวโลกแล้วย่อมเกิดในตระกูลสูงมีโภคะมาก คือในตระกูลของเศรษฐี มีประสาทราชมณเฑียร มีบัลลังก์ลาดด้วยผ้าเนื้อดี มีเหล่าบุรุษสตรีคอยรับใช้ใกล้ชิด ในเวลาเป็นทารกก็ทัดทรงดอกไม้ตกแต่งร่างกาย มีหมู่ญาติพี่เลี้ยงนางนมผลัดกันดูแล ไม่ต้องมาลงสู่พื้นดิน ได้รับการบำรุงให้ได้รับความสุขทั้งเช้าและเย็น

 

                เมื่อพวกเปรตได้พูดถึงบุพกรรมของตนเอง ให้มหาชนได้ยินกันทั่วแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงธรรม ให้มหาชนรักในการทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ทำให้มีหมู่สัตว์ ๘๔,๐๐๐ ได้บรรลุธรรมาภิสมัย เป็นผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยไม่คลอนแคลน เป็นผู้ไม่ประมาท ได้พร้อมใจกันถวายมหาสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูปมีพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นประธานตลอด ๗ วัน ทำให้มหาชนได้สุขสมบัติได้ไปเสวยทิพยสมบัติ ในเทวโลกกันมากมายนับไปถ้วน

 

                เห็นไหมจ๊ะว่าคนตระหนี่ไปเทวโลกไม่ได้ เพราะไม่มีเสบียงพอ ที่จะนำพาไปสู่สวรรค์ ทิพยสมบัติทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเทวโลก ก็ต้องอาศัยการประกอบเหตุบนโลกมนุษย์นี้ทั้งสิ้น เมื่อทำแต่บาปอกุศลอย่างเดียว กระแสของความตระหนี่และบาปอกุศลที่ทำเอาไว้ จะดึงดูดให้ไปสู่ภพภูมิที่ต่ำ ได้อัตภาพของเปรตซึ่งเป็นอบายภูมิ 

 

                อบายภูมิก็คือดินแดนที่ปราศจากความเจริญ คือจะพัฒนาอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีการทำบุญเหมือนโลกมนุษย์ เสวยแต่วิบากกรรมอันเผ็ดร้อนอย่างเดียว จนกว่าวิบากนั้นจะหมดสิ้นไป 

 

                เพราะฉะนั้นให้ลูกทุกคนหมั่นสั่งสมบุญกันเป็นประจำ ใครที่มาขัดขวางหรือมาห้ามเราไม่ให้ทำบุญนั้นน่ะ แสดงว่าเขานั้นไม่ได้อยากไปสวรรค์ เขายังไม่รู้ว่าโทษของความตระหนี่ว่ามีวิบากอันเผ็ดร้อนเพียงไร คนพาลเหล่านั้นไม่สรรเสริญการให้ทาน แต่เราเป็นนักปราชญ์บัณฑิต เป็นนักสร้างบารมีเรารู้คุณค่าของบุญ ก็ต้องสั่งสมบุญให้มันยิ่งๆขึ้นไป แล้วก็ฝึกใจให้หยุดนิ่งทุกวัน จนกว่าจะได้ที่พึ่งภายใน คือได้เข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคนนะจ๊ะ 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล