
อานิสงส์อุโบสถศีล
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในขุททกนิกายชาดกความว่า
“สีลํเสตุมเหสกฺโขสีลํคนฺโธอนุตฺตโร
สีลํวิเลปนํเสฏฺฐํเยนวาติทิโสทิสํ
ศีลเป็นสะพานข้ามฟากที่มั่นคงแข็งแรง ศีลมีกลิ่นหอมอันยอดเยี่ยม ศีลเป็นเครื่องลุบไล้อันประเสริฐ บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีลย่อมหอมฟุ้งไปทั่วสารทิศ ศีลเป็นสะพานข้ามฟากที่มั่นคงที่สุด แข็งแรงที่สุด ทอดผ่านจากมนุษยโลกไปสู่เทวโลก พรหมโลกหรือกระทั่งไปสู่ฟังแห่งพระนิพพาน
ผู้ที่รักษาศีลเป็นปกติ ศีลจะรักษาบุคคลนั้นให้ดำรงอยู่ในสุคติภูมิอย่างเดียว ไม่พลัดไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก การรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ จะเป็นเหมือนการรักษาภาวะปกติของความเป็นมนุษย์เอาไว้เพราะปกติของมนุษย์จะไม่ฆ่า ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จและไม่ดื่มสุราเมรัย
แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมาก ที่ละทิ้งปกติวิสัยของมนุษย์ แล้วไปปฏิบัติในทางตรงกันข้าม ยินดีในการเบียดเบียน ประทุษร้ายชีวิตและทรัพย์สินของคนอื่น นอกจากประพฤติผิดศีลแล้ว ยังหลงมัวเมาในอบายมุขซึ่งเป็นปากทางแห่งความเสื่อม มีการณ์ชักชวนกันดื่มน้ำเมาเงินทองที่หามาได้ก็เอาไปเทลงขวด เอาไปจับจ่ายในการเที่ยวราตรีหรือนำไปเล่นการพนัน คบคนไม่ดีเป็นเพื่อนเลยกลายเป็นคนเกลียดคร้าน เพราะมัวแต่ดื่มสุราหรือติดยาเสพติด ทำให้ขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ นับวันชีวิตก็ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เมื่อพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศลมากเข้าใจก็เศร้าหมอง ชีวิตหลังความตายจึงมีทุคติเป็นที่ไปอย่างเดียว
ถ้าเรารักษาศีล ศีลจะคอยควบคุมกายวาจาของเรา ไม่ให้เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น จนได้รับความเดือดร้อน ศีลเป็นคุณธรรมเบื้องต้นที่จะระงับโทษะ ศีลจะควบคุมกายและวาจาไม่ให้กระทบกระทั่งใคร ทำให้ใจสงบเยือกเย็น เหมือนเราควบคุมไฟแต่อยู่เฉพาะในเตา ไม่ลุกลามออกไปข้างนอก ถ้าหากฝึกสมาธิควบคู่กับไปด้วย ก็จะเป็นเหตุให้เชื่อไฟมอดดับไปได้สนิท ใจจะผ่องใสไม่เศร้าหมอง เมื่อละโลกไปศีลนี้ก็จะเป็นสะพานทอดให้เราก้าวขึ้นสู่สวรรค์ได้สำเร็จ เวียนวนอยู่แต่ในสุคติภูมิเท่านั้น ผู้ที่รักษาศีลจะทำให้แก้วกล้าอาจหาญในท่ามกลางชุมชน เกียรติคุณย่อมฟุ้งกระจายไปว่า เป็นคนเชื่อถือได้ เพราะกลิ่นศีลหอมหวลทวนลมย่อมฟุ้งปกคลุมไปทั่วทุกทิศ
ถ้ารักษาศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เมื่อถึงคราวปรารถนาสิ่งใด ความปรารถนานั้นก็จะสำเร็จเป็นอัศจรรย์ โดยเฉพาะการรักษาอุโบสถศีลนั้นเป็นบุญพิเศษอย่างหนึ่ง ที่มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล เพราะเป็นการฝึกหัดขัดเกลากาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
เมื่อพระพุทธศาสนายังไม่อุบัติขึ้น บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายนอกจากรักษาศีล ๕ กันเป็นปกติอยู่แล้ว ท่านยังนิยมรักษาอุโบสถศีลในวันพระ ๑๕ ค่ำทั้งข้างขึ้นข้างแรม ทั้งวันรับวันส่ง เพราะรู้ว่านี่คือบุญพิเศษอันจะเป็นเหตุให้ได้เป็นผู้ถึงพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติและคุณสมบัติติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ
แม้แต่ในสมัยพุทธกาลหญิง ๕๐๐ คนยังพร้อมใจกับรักษาอุโบสถศีล เพราะรู้ว่าหากรักษาอุโบสถศีลได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์แล้ว เมื่อถึงคราวอธิษฐานปรารถนาสิ่งใด ก็จะสำเร็จสมปรารถนา พวกนางรักษาอุโบสถศีล เพราะปรารถนาอะไรกันบ้าง เรามาติดตามรับฟังกันดูนะจ๊ะ
ในครั้งพุทธกาล ในวันอุโบสถวันหนึ่ง มีหญิงประมาณ ๕๐๐ คนในเมืองสาวัตถี ต่างก็เข้ามาสมาทานรักษาอุโบสถศีลกันที่วัดบุปผาราม ด้วยความตั้งอกตั้งใจ มหาอุบาสิกาวิสาขาเข้ามาที่วัดบุปผาราม เห็นหญิงเป็นจำนวนมากเข้ามารักษาอุโบสถศีล จึงเกิดความสงสัยอยากจะรู้ความรู้สึกนึกคิด ในการรักษาศีลของพวกนาง จึงเข้าไปถามกลุ่มหญิงที่มีอายุมากก่อน แต่ละคนผ่านชีวิตทางโลกมาเยอะ ต่างก็อยู่ในปัจฉิมวัยกันแล้ว เตรียมตัวเดินทางไปสู่ปรโลกกันอย่างเดียว
วิสาขาถามว่า แม่ทั้งหลายพวกท่านมารักษาอุโบสถศีล ปรารถนาอะไรกันหรือ พวกนางตอบไปว่า ที่พวกฉันมารักษาอุโบสถศีล ก็เพราะปรารถนาทิพยสมบัติในสวรรค์ จึงได้มารักษาอุโบสถศีลที่วัดกัน
เมื่อมหาอุบาสิกาทราบความในใจของผู้หญิงผู้มีอายุแล้ว จึงเข้าไปถามหญิงวัยกลางคนว่า พวกท่านมารักษาศีลกันที่วัดนี้ มีวัตถุประสงค์อะไร พวกนางตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่พวกฉันมารักษาอุโบสถศีลในครั้งนี้ ก็เพราะไม่ต้องการให้สามีมีภรรยาน้อย ไม่ต้องการให้สามีเจ้าชู้ เพื่อชีวิตครอบครัวจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข
พอได้ฟังคำตอบจากหญิงกลุ่มวัยกลางคนแล้ว ก็เข้าไปหากลุ่มหญิงสาวแล้วถามว่า ที่พวกเธอเข้ามารักษาศีลกันในครั้งนี้ ต้องการอะไรกันหรือ กลุ่มหญิงสาวตอบกลับไปว่าสาเหตุที่แท้จริงที่พวกฉันมารักษาอุโบสถศีลที่วัด ก็เพราะต้องการได้ลูกหัวปีเป็นลูกชาย
วิสาขาอยากจะรู้ความรู้สึกนึกคิดขอพวกหญิงสาวแรกรุ่นบ้าง จึงเข้าไปถามว่า พวกเธอต่างก็จะเป็นหญิงสาวแรกรุ่นกันอยู่ คิดอย่างไรกันถึงได้เข้าวัดมารักษาอุโบสถศีล พวกนางได้บอกความในใจให้ฟังว่า ที่พวกฉันมารักษาอุโบสถศีลที่วัด เพราะอยากแต่งงานตั้งแต่อยู่ในวัยรุ่น ไม่อยากเป็นสาวแก่ที่ไม่มีหนุ่มคนไหนมาสนใจ
เมื่อมหาอุบาสิกาวิสาขาได้ฟังถ้อยคำของกลุ่มหญิงทั้ง ๕๐๐ คนแล้ว จากนั้นได้ชักชวนพวกนางไปเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา กราบทูลความประสงค์ต่างๆ ของหญิงแต่ละกลุ่ม ที่ได้เข้ามารักษาอุโบสถศีลกันในทรงทราบ
เมื่อพระบรมศาสดาทรงสดับแล้ว ได้ตรัสสอนว่า เป้าหมายของการรักษาอุโบสถศีลของพระอริยะนั้น เป็นไปเพื่อการหลุดพ้นจากวัฏฏะไม่ใช่เป็นไปเพื่อเวียนวนอยู่ในวัฏฏะเหมือนหญิงเหล่านี้ วิสาขาธรรมดาสภาวะธรรมทั้งหลาย มีชาติเป็นต้นหรือสัตว์เหล่านี้ เป็นเช่นกับนายโคบาลที่มีท่อนไม้ในมือ คอยต้อนโคไปสู่ที่หากิน คือการเกิดส่งสรรพสัตว์ไปสู่สำนักชรา ชราส่งไปสู่สำนักพยาธิ พยาธิที่ส่งไปสู่สำนักมรณะมรณะย่อมตัดชีวิตของบุคคล ดุจตัดต้นไม้ด้วยขวาน ในเมื่อเป็นเช่นนั้นมูลสัตว์ที่ชื่อว่าปรารถนาวิวัฏฏะคือพระนิพพาน ก็ไม่ค่อยจะมีกัน เพราะมัวปรารถนาวิวัฏฏะเท่านั้น บัณฑิตพึงถ่ายถอนตนออกจากกาม พึงปรารถนาความยินดีในวิเวกบัณฑิตเหล่าใดอบรมโดยชอบ ในธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ ไม่ถือมั่น ยินดีในนิพพานเป็นที่สละความถือมั่น บัณฑิตเหล่านั้นย่อมทำอาสวะให้สิ้น มีความรุ่งเรืองดับสนิทในโลก
เห็นไหมจ๊ะว่าการรักษาศีล ๘ หรือเข้าไปอยู่จำอุโบสถศีลนั้นสามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย เป็นการยกใจสูงขึ้นจากชีวิตของผู้ครองเรือนทั่วไป แล้วถ่ายถอนตนออกจากกาม แม้จะสมาทานเป็นช่วงๆ ก็ถือว่าเป็นบุญพิเศษ ที่ลูกๆ ทุกคนควรประพฤติปฏิบัติกันนะจ๊ะ
อีกประการหนึ่งวัตถุประสงค์หลักการรักษาอุโบสถศีลนั้น ก็เพื่อจะได้เป็นบ่อเกิดแห่งคุณธรรมภายใน ขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้น เป็นบาทเบื้องต้นที่จะทำให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน อานุภาพของศีลสามารถทำให้ผู้รักษา ได้บรรลุถึงนิพพานอันเกษมได้ เพราะศีลที่บริสุทธิ์จะทำให้สมาธิตั้งมั่น เมื่อสมาธิตั้งมั่นไม่ช้าก็จะได้บรรลุธรรมไปตามลำดับ กระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพาน
เพราะฉะนั้นลูกๆ ทุกคนได้รักษาศีล ๕ ก็ได้เป็นปกติอยู่แล้ว ก็ควรให้โอกาสตนเอง ในการฝึกฝนกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์มากขึ้น ด้วยการสมาทานศีล ๘ ในวันพระ ๘ ค่ำหรือ ๑๕ ค่ำแล้วท่านใดสะดวกจะไปสมาทานอุโบสถศีล ที่วัดใกล้บ้านก็เอานะจ๊ะ ศีลที่บริสุทธิ์จะได้ส่งผลให้เราสามารถ ทำใจหยุดใจนิ่งได้เร็ว ก่อเกิดเป็นดวงธรรมที่สว่างไสว เป็นดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะและได้เข้าถึงพระรัตนตรับภายในกันทุกคนนะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)