ธรรมะเพื่อประชาชน พร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร ท่านทั้งหลายอย่ากลัวต่อบุญเลย เพราะคำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร เราย่อมรู้ชัดผลแห่งบุญอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ที่เราเสวยแล้วตลอดกาลนาน

ชาดก : ธรรมะเพื่อประชาชน Dhamma for peopleรวมนิทานอีสปพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ธรรมะเพื่อประชาชน : กระทำพุทธบูชาพาพ้นทุกข์


ธรรมะเพื่อประชาชน : กระทำพุทธบูชาพาพ้นทุกข์

Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

TD%200728_01.jpg

กระทำพุทธบูชาพาพ้นทุกข์

                พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระ ปัจเจกพุทธเจ้าและพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย ที่ท่านเหล่านั้นประสบความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิต ก็เพราะท่านรักการฝึกฝนอบรมตนเอง รักการสร้างบารมีทุกรูปแบบ สั่งสมอุปนิสัยที่ดีงามมาทุกภพทุกชาติ มีจิตใจแน่แน่วที่จะกำจัดความไม่รู้ เปลื้องตนให้พ้นจากกองทุกข์ ซึ่งการที่จะเปลื้องตนให้ออกจากทุกข์ทั้งหลายได้นั้น จะต้องกลั่นกาย วาจา ใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งสามารถที่จะดำเนินจิตเข้าไป สู่เส้นทางสายกลางภายในได้อย่างต่อเนื่อง ได้เข้าถึงกายธรรมอรหัต จึงจะสามารถกำจัดกิเลสอาสวะได้อย่างเด็ดขาด

 


                  มีวาระแห่งภาษิตที่ปรากฏอยู่ใน ตีณิปทุมิยเถราปทานความว่า
            จะมีประโยชน์อะไรแก่เรา ด้วยดอกไม้เหล่านี้ที่เราบำรุงผู้อื่น เราจะพึงได้สมบัติภายนอกอันไม่คงทนหรือได้ทรัพย์พันหนึ่งเท่านั้น เราบูชาพระพุทธเจ้าผู้ฝึกคนที่ไม่ได้ฝึกตน ผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ผู้แกล้วกล้า ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง เป็นนาถะของโลก เราจักได้ทรัพย์อันไม่ตายคืออริยทรัพย์ 

 


                การกระทำพุทธบูชามีอานิสงส์มาก เพราะเป็นการบูชาที่ถูกเนื้อนาบุญ เป็นการบูชาพระพุทธองค์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งไม่มีใครในภพ ๓ เสมอเหมือนหรือเปรียบเทียบได้ ทั้งยังทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังเช่นคำกล่าวของผู้มีบุญ ผู้เป็นบัณฑิต ผู้รู้คุณค่าของบุญ ได้กระทำการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่หลวงพ่อได้นำมากล่าวในพระคาถาข้างต้นนั้น และผู้มีบุญท่านนี้มีประวัติการสร้างบุญ ที่ควรค่าแก่การอนุโมทนาอย่างยิ่ง เพราะรู้จักจับแง่คิดเมื่อมีโอกาสสร้างบุญแล้ว ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ผ่านเลยไป  จะต้องฉกฉวยใช้โอกาสนั้นสร้างบุญอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะรู้ว่าชีวิตของตนอาจจะไม่ปลอดภัย หรืออาจจะไม่มีทรัพย์ใช้เลี้ยงครอบครัว ท่านก็ไม่คลอนแคลนหวั่นไหว เมื่อโอกาสมาถึงท่านก็สร้างบุญอย่างเต็มที่ โดยไม่ให้มีอุปสรรคใดๆ มาขัดขวางการสร้างบุญของท่านเลย 

 


                เรื่องราวการสร้างบุญของท่านก็มีอยู่ว่า ในการของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านผู้มีบุญท่านนี้ได้บังเกิดในตระกูลของนายมาลาการ เป็นตระกูลที่มีหน้าที่ที่จะต้องนำดอกไม้ไปถวายพระราชาเป็นประจำ เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้รับการศึกษาเล่าเรียนวิชาจนแตกฉานตั้งแต่เด็ก เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ได้รับการสืบทอดตำแหน่งนายมาลาการต่อจากบิดาผู้ให้กำเนิด

 


                วันหนึ่งท่านได้ถือดอกปทุมรวมทั้งดอกไม้อื่นๆ เพื่อจะนำไปถวายพระราชาดังเช่นทุกๆ วันที่ผ่านมา ระหว่างที่นายมาลาการเดินก้มหน้าก้มตา มุ่งหน้าไปสู่พระราชวังนั้น ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งมีหมู่พระอริยสาวกแวดล้อม ได้เสด็จออกจากพระนครกำลังดำเนินอยู่ในตลาด ทำให้นายมาลาการต้องงเดินสวนทางกับพระพุทธองค์ เมื่อนายมาลาการเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมกับหมู่สงฆ์ และได้มองเห็นฉัพพรรณรังษีที่แผ่ซ่านออกจากพระวรกาย 

 


                จึงทำให้เกิดความเลื่อมใสคิดว่า นานหนอที่เราไม่ได้เห็นพระพุทธองค์ นับเป็นบุญลาภอันประเสริฐยิ่งของเรา ทำอย่างไรเราถึงจะได้สร้างบุญกับพระองค์ท่าน มองไปรอบตัวก็ไม่มีไทยธรรมอื่นใด นอกจากดอกไม้ที่ตั้งใจจะนำเข้าไปในวัง ตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งก็คิดว่า หากเราปล่อยโอกาสการสร้างความดีให้ผ่านไป ก็ไม่ทราบว่าเราจะมีอายุยืนยาวพอที่จะได้สร้างบุญกับพระองค์ท่านอีกเมื่อไหร่ ประโยชน์อะไรของเราต่อการบำรุงพระราชา หากพระองค์พอพระทัยเราก็จะได้บ้านหรือทรัพย์พันหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเราบูชาพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวกิเลส ผู้นำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง เป็นนาถะของโลก เราก็จักได้ทรัพย์อันไม่ตายคือโลกุตรทรัพย์ 

 


                ดังนั้นควรที่เราจะนำดอกไม้นี้น้อมบูชาพระพุทธองค์ ครั้นคิดอย่างนี้ ก็มีจิตใจเบิกบานมีความเลื่อมใสไม่คลอนแคลน จึงเลือกดอกปทุม ๓ ดอกที่สวยงามที่สุดในบรรดาดอกไม้ทั้งหมด เดินตรงเข้าไปหาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เนื่องจากว่ามีมหาชนเป็นอันมากพร้อมทั้งยังมีพระอริยเจ้าแวดล้อมพระพุทธองค์ ไม่สามารถที่จะน้อมถวายกับมือได้ จึงทำการบูชาโดยโยนดอกปทุมถึง ๓ ดอกนั้นขึ้นไปบนอากาศ เหตุอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น คือดอกปทุมเหล่านั้นได้แผ่ขยายกลีบบานอยู่ในอากาศ  มีขั้วขึ้นข้างบนดอกเบ่งบานลงข้างล่าง ลอยอยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธองค์

 


                ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นพอเห็นปาฏิหาริย์ ก็พากันส่งเสียงร้องสาธุการกัน เสียงอื้ออึงไปทั่วทุกทิศราวกับแผ่นดินจะถล่ม มิใช่เพียงแค่หมู่มนุษย์เท่านั้นนะจ๊ะ แม้เหล่าเทวาทั้งหลายผู้มีกายทิพย์ ก็มองเห็นเหตุการณ์นั้นด้วย ดำรงตนอยู่ในอากาศได้พากันแซ่ซ้องสาธุการ เสียงดังไปทั่วสวรรค์ทุกชั้นฟ้าว่า ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก เราทั้งหลายจักน้อมนำดอกไม้มาบูชา เอาบุญใหญ่เหมือนนายมาลาการนี้ 

 


                พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงทราบเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้าและทราบความโกลาหลของหมู่เทพ จึงรับเครื่องสักการะบูชา ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั้นเอง ทรงปรารถนาที่จะให้ทานบดีเกิดมาหาปีติ แล้วต้องการที่จะให้เหล่าทวยเทพ และมนุษย์ทั้งหลายเชื่อมั่นในผลแห่งบุญ พระองค์จึงตรัสพยากรณ์ท่ามกลางมหาสมาคมว่า เธอทั้งหลายจงดูมาณพผู้บูชาเรามาณพใดได้บูชาเราตถาคตด้วยดอกบัวแดง เราจักพยากรณ์มาณพนั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว มาณพนั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัปและจักได้เป็นจอมเทวดาเสวยเทวราชสมบัติ ๓๐ ครั้ง จักมีวิมานที่ยิ่งใหญ่โตโอฬาร ชื่อว่ามหาริตถาริกะ สูงถึง ๓๐๐โยชน์ กว้างถึง ๑๕๐ โยชน์ พวงดอกไม้ ๔๐๐,๐๐๐ พวงที่เทวดานเนรมิตอย่างสวยงาม จะห้อยอยู่ที่ปราสาทอันประเสริฐ แล้วประดับบนที่นอน นางอัปสรแสนโกฏิมีรูปงาม ฉลาดในการฟ้อนการขับร้องและการประโคม จักแวดล้อมอยู่โดยรอบ 

 


                ในการนั้นฝนดอกไม้ทิพย์มีสีแดงจักตกลงในวิมาน ที่เกลื่อนกล่นด้วยหมู่เทพนารี แก้วมณีอันมีค่ามากโตประมาณเท่าจักจะห้อยอยู่ที่ตะปูฝาไม้ฟันนาค ที่บานประตูและที่เสาระเนียดของวิมานนั้น ทำให้วิมานรุ่งเรืองสว่างไสว นางเทพอัปสรทั้งหลายจักลาด จักห่มด้วยใบบัวนอนอยู่ภายในวิมานอันประเสริฐ ที่ดารดาษด้วยใบบัว ดอกบัวแดงล้วนเหล่านั้นแวดล้อมวิมานส่งกลิ่นหอมตลบไปประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

 


                มาณพนี้จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักได้เป็นพระราชาประเทศราชนับภพนับชาติไม่ถ้วน ได้เสวยสมบัติทั้งสองแล้วหากังวลมิได้ไม่มีอันตราย ในภพชาติสุดท้ายก็จักได้บรรลุนิพพาน ถึงพร้อมด้วยคุณวิเศษทั้งหลาย ครั้นจบพยากรณ์มหาปีติได้เกิดท่วมท้นแก่กุลบุตรนี้ เสียงสาธุการอนุโมทนา ได้ดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณทีเดียว เหตุการณ์ในวันนั้นตราตรึงอยู่ในใจนายมาลาการจนตลอดชีวิต ละจากโลกไปแล้วก็ได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้งสอง คือสุคติโลกสวรรค์และโลกมนุษย์ไม่พลัดตกไปในอบายภูมิเลย 

 


                จนกระทั่งมาถึงในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ท่านก็ได้ลงมาเกิดในโลกมนุษย์ ซึ่งมาพร้อมกับเหตุอัศจรรย์คือท่านมีดอกบัวแดงที่บานสวยงาม ทรงไว้บนศีรษะของท่านอยู่ตลอดเวลา แล้วในที่สุดก็ได้ออกบวชและได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มีนามว่า พระตีณิปทุมิยเถระ

 


                เห็นไหมจ๊ะว่าการบูชาเป็นพุทธบูชานั้นพาให้พ้นทุกข์ได้อย่างแน่นอน หากเราทำด้วยใจที่เลื่อมใสอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ย่อมได้รับมหาอานิสงส์อันน่าอัศจรรย์ เหมือนพระเถระองค์นี้ ที่ท่านประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยการบูชาด้วยดอกบัวเพียงแค่ ๓ ดอกแล้วเป็นเหตุให้ท่านได้สมบัติทั้ง ๓ คือมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติและนิพพานสมบัติ เมื่อลูกๆ ทราบกันอย่างนี้แล้วก็ให้ตั้งใจมั่นว่า เราจะกระทำความดีถวายเป็นพุทธบูชาจนตลอดชีวิต ทำทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชาให้สมบูรณ์ที่สุด ให้ตั้งใจมั่นกันอย่างนี้นะจ๊ะ

 

พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)  

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล