ความเลื่อมใสศรัทธาของพญานาคา

วันที่ 15 ตค. พ.ศ.2558

เรื่องราวความเลื่อมใสศรัทธาของพญานาคา

ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผ่านกาลเวลาสองพันกว่าปี ไม่มีลืมเลือน...

 

              ครั้งหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงพระอภิธรรม โปรดพุทธมารดา เมื่อออกพรรษาแล้ว พระองค์ตรัสบอกแก่ท้าวสักกะว่า "มหาบพิตร อาตมภาพจักไปสู่ถิ่นของมนุษย์" . ท้าวสักกะจึงทรงนิรมิตบ้นได 3 ชนิด เพื่อเป็นทางพุทธดำเนินลงจากสวรรค์คือ บันไดทองคำ บันไดแก้วมณี และบันไดเงิน เชิงของบันไดเหล่านั้นตั้งอยู่ ณ ประตูเมืองสังกัสสนคร หัวบันไดตั้งอยู่ที่ยอดเขาสิเนรุอันเป็นที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 

 

              บันไดทั้ง 3 ตั้งเรียงกันดังนี้คือ บันไดทองอยู่ข้างขวา สำหรับพวกเทวดาที่ตามเสด็จ บันไดเงินอยู่ข้างซ้าย สำหรับมหาพรหมทั้งหลาย ส่วนบันไดแก้วมณีอยู่ตรงกลางสำหรับเป็นทางเสด็จของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า . ก่อนที่พระพุทธองค์จะเสด็จ ลงจากสวรรค์ ทรงประทับยืนอยู่บนยอดเขาสิเนรุ แล้วแสดงปาฏิหาริย์ ด้วยการเปิดโลกให้สรรพสัตว์ แต่ละภพภูมิสามารถ มองเห็นกันและกันได้คือ 

 

            มนุษย์มองเห็นเทวดา เทวดามองเห็นมนุษย์ มนุษย์มองเห็นรูปพรหม และอรูปพรหมได้ด้วยตาเนื้อ มนุษย์เห็นสัตว์นรก สัตว์นรกเห็นมนุษย์ รวมทั้งเปรตอสุรกายทั้งหลาย ก็มองเห็นกันและกันได้หมด . ในขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จพุทธดำเนินลงด้วยบันไดแก้วมณีนั้น พระองค์ทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสี อันรุ่งเรืองเด่นสง่า แวดล้อมด้วยท้าวมหาพรหมกับเทวดา ผู้มีศักดิ์ใหญ่และเหล่าเทวดาทั้งปวง ในทุกชั้นฟ้า ในวันนั้น ณ เมืองสังกัสสนคร มีพุทธบริษัทและประชาชนพลเมือง มารอรับเสด็จจำนวนมากคือ ตลอดพื้นที่ 36 โยชน์โดยรอบเต็มไปด้วยผู้คน .

 

           ในวันที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปิดโลกนั้น มีผู้รู้กล่าวไว้ว่า แม้แต่พญานาคตนหนึ่ง ที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง ณ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ซึ่งนำพรรคพวกบริวารพ่นบั้งไฟ เพราะได้เห็นพุทธปาฏิหาริย์ ในวันเปิดโลกนั้น และการพ่นบั้งไฟ ในแต่ละปีก็เกิดขึ้นจากการตั้งใจ จำศีลในช่วงเข้าพรรษา ของเหล่าพญานาค เมื่อออกพรรษาแล้ว ด้วยบุญจากการรักษาศีล และการนึกถึง พระพุทธองค์ในวันเปิดโลก ทำให้พญานาค สามารถพ่นดวงไฟหรือบั้งไฟออกมา เพื่อบูชา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้