ฌาน 4

วันที่ 17 พย. พ.ศ.2558

ฌาน 4


          ฌาน คือ ภาวะที่จิตสงบประณีต เป็นสมาธิแน่วแน่ เหนือกว่าสมาธิธรรมดา เมื่อพระภิกษุกระทำจิตให้สงบสงัด เป็นสมาธิละเอียดอ่อน ก็จะเข้าฌานระดับต่างๆ ไปตามลำดับๆ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระเจ้าอชาตศัตรูว่า

           "เมื่อเธอ (ภิกษุผู้ปฏิบัติภาวนา) พิจารณาเห็นนิวรณ์ 5 ประการเหล่านี้ที่ละได้แล้วในตน ย่อมเกิดปราโมทย์ เมื่อปราโมทย์แล้วย่อมเกิดปีติ เมื่อมีปีติในใจ กายย่อมสงบ เธอมีกายสงบแล้วย่อมได้เสวยสุข เมื่อมีสุข จิตย่อมตั้งมั่นเธอสงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรม บรรลุ "ปฐมฌาน" มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ เธอทำกายนี้แหละให้ชุ่มชื่น เอิบอิ่ม ซาบซ่านด้วยปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก ไม่มีส่วนใดๆ แห่งกายของเธอทั่วทั้งตัว ที่ปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกจะไม่ถูกต้อง... มหาบพิตร นี้แหละสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ ทั้งดียิ่งกว่าทั้งประณีตกว่าสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ข้อก่อนๆ....มหาบพิตร อีกประการหนึ่ง ภิกษุบรรลุ "ทุติยฌาน" มีความผ่องใสแห่งใจภายในเป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะวิตก วิจารสงบไป ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ เธอทำกายนี้แหละให้ชุ่มชื่น เอิบอิ่ม ซาบซ่านด้วยปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ ไม่มีส่วนใดๆ แห่งกายของเธอทั่วทั้งตัว ที่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิจะไม่ถูกต้อง... มหาบพิตร นี้แหละสามัญญผลที่เห็นประจักษ์
ทั้งดียิ่งกว่า ทั้งประณีตกว่าสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ข้อก่อนๆมหาบพิตร อีกประการหนึ่ง ภิกษุมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไปบรรลุ "ตติยฌาน" ที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญ
ว่า ผู้ได้ฌานนี้มีอุเบกขา มี ติอยู่เป็นสุข เธอทำกายนี้ให้ชุ่มชื่น เอิบอิ่มซาบซ่านด้วยสุขอันปราศจากปีติ ไม่มีส่วนใดๆ แห่งกายของเธอทั่วทั้งตัว ที่สุขอันปราศจากปีติจะไม่ถูกต้อง... มหาบพิตร นี้แหละสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ทั้งดียิ่งกว่า ทั้งประณีตกว่าสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ข้อก่อนๆมหาบพิตร อีกประการหนึ่ง ภิกษุบรรลุ "จตุตถฌาน" ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เพราะละสุขและทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขา เป็นเหตุให้สติ
บริสุทธิ์อยู่ เธอนั่งแผ่ไปทั่วกายนี้แหละ ด้วยใจอันบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีส่วนใดๆแห่งกายของเธอทั่วทั้งตัว ที่ใจอันบริสุทธิ์ผ่องแผ้วจะไม่ถูกต้อง... มหาบพิตรนี้แหละสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ ทั้งดียิ่งกว่า ทั้งประณีตยิ่งกว่าสามัญญผลที่เห็นประจักษ์ข้อก่อนๆ"

 

            จากพระธรรมเทศนาเรื่องฌานทั้ง 4 ระดับนี้ จะเห็นได้ว่าผู้ปฏิบัติสามารถบรรลุ "ปฐมฌาน" ได้เพราะละนิวรณ์ 5 ประการได้ กายจึงสงบ มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิสงัดจากกามและอกุศลธรรม ตั้งอยู่ด้วยองค์ 5 คือวิตก (ความตรึกหรือคิด) วิจาร (ความตรองหรือพิจารณา) ปีติ (ความอิ่มใจ)สุข (ความสบายใจ)และเอกัคคตา (ความมีอารมณ์เป็นหนึ่ง หรือสมาธิ)เมื่อผู้ปฏิบัติมีใจตั้งมั่นอยู่ด้วยองค์ 5 เช่นนั้นนานเข้า จนใจผ่องใสยิ่งขึ้น ทำให้วิตกและวิจารสงบไป จึงบรรลุ "ทุติยฌาน" ตั้งมั่นอยู่ด้วยองค์ 3 คือ ปีติสุข และเอกัคคตาเมื่อผู้ปฏิบัติยังคงมีใจตั้งมั่นยิ่งขึ้นไปอีก ปีติก็จะสิ้นไป จึงบรรลุ "ตติยฌาน" ตั้งอยู่ด้วยองค์ 2 คือสุขและเอกัคคตาถ้าผู้ปฏิบัติมีใจยังคงตั้งมั่นอยู่ด้วยองค์ 2 เช่นนั้นอย่างแน่วแน่ ไม่มีเสื่อมคลาย ย่อมบรรลุ"จตุตถฌาน" ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ มีแต่อุเบกขา (ความวางเฉย) และเอกัคคตา

-----------------------------------------------

SB 304 ชีวิตสมณะ

กลุ่มวิชาพุทธวิธีในการพัฒนานิสัย

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0039400815963745 Mins