รอเวลาจุติ

วันที่ 24 พย. พ.ศ.2558

โอวาทหลวงปู่วัดปากน้ำ ตอนที่ 103 โดยสิงหล 10 พ.ย. 58 

                แม่อาจารย์ทองสุข เห็นแล้วกลัวจนตัวสั่น พอดีจิตเต้นตึ้กขึ้น ก็รู้ว่าหลวงพ่อคงเรียกแล้ว จึงรีบลุกขึ้นค่อยๆ เดินแอบย่องไปหาเจ้าหน้าที่ผู้หญิง บอกกับเขาว่า หลวงพ่อเรียกแล้วจะขอลากลับไปก่อนไว้หลวงพ่อเผลอหรือท่านไม่ใช้จึงจะแอบหนีมาใหม่ เจ้าพนักงานคนนั้นก็ใจดีพาเดินมาส่ง จึงเดินมาด้วยกันตามทางตรง พอจะออกประตู ก็แลเห็นเปรตตนหนึ่งสูงใหญ่ เดินคอแข็งเหมือนแบกอะไรไว้บนหัว แม่อาจารย์ทองสุข จึงเงยหน้าขึ้นมองจนคอตั้งบ่า จึงได้สังเกตเห็นว่า เปรตนั้นแบกแผ่นดิน ใหญ่เท่าบ้านไว้บนหัว พลั้งปากออกไปว่า “นั่นแบกแผ่นดินไว้ จะไปขายที่ไหน” เปรตตนนั้นไม่ตอบ แต่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงตอบแทนว่า “ไม่ใช่เขาจะเอาแผ่นดินไปขาย เปรตตนนั้น เมื่อตอนเป็นมนุษย์อยู่ เป็นผู้มีความโลภ โกงกินที่ดินของวัด ตายแล้วจึงต้องมาตกนรก ครั้นพ้นโทษหนักแล้ว ก็ต้องมารับโทษเบาคือ เป็นเปรตเดินแบกแผ่นดินอย่างนี้ อีก 5,000 ปีมนุษย์ จึงจะหมดกรรม

             แม่อาจารย์ทองสุขเล่าว่า ฟังแล้วคออ่อน แผ่นดินเท่าบ้าน เปรตเดินแบกอยู่ 5,000ปี น่ากลัวคอจะหักเสียวันละหลายร้อยครั้งครั้นเดินมาพ้นเขตนรกแล้วทางก็ราบรื่นสดสวยไปด้วยดอกไม้ ใบไม้ การปลูกและดูแลรักษาดีมาก มีเรือนหลังสวยๆ เป็นแถว ทุกๆเรือนน่ารักกะทัดรัดน่าอยู่ มีสวนดอกไม้ อยู่หน้าบ้านเหมือนๆกัน เรือนทุกหลังมีผ้าบังตาสวยๆอยู่ที่หน้าต่างเหมือนในเมืองมนุษย์ด้วย แม่อาจารย์บอกว่า คนที่อยู่ในเรือนเหล่านั้น รูปร่างสวยงาม สะอาด หน้าตาผ่องใส น่ารัก เล่นกันเป็นหมู่ ดูผิวหน้ายิ้มแย้ม เหมือนผู้มีความสุขเมื่อแลเห็นแม่อาจารย์เดินผ่าน เขาก็มองและยิ้มแย้มด้วยดีแม่อาจารย์ถามเจ้าหน้าที่ผู้หญิงว่า คนเหล่านี้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายดูมีความสุข เขาเป็นอะไรจึงไม่ต้องโทษ เจ้าหน้าที่ตอบว่า “คนเหล่านั้นพ้นโทษแล้ว กำลังรอเวลาจุติ” แม่อาจารย์ถามว่า “จะจุติที่ไหน” 


           เจ้าหน้าที่ตอบว่า “บางคนจะจุติเป็นมนุษย์ และบางคนจะจุติไปเป็นเทวดานางฟ้า” แม่อาจารย์ทองสุขฟังแล้วสงสัยจึงถามว่า “คนที่จะไปจุติเป็นมนุษย์กับคนที่จะจุติไปเป็นเทวดานางฟ้านั้นต่างกันอย่างไร”

 

   (เรื่องเล่าโดย แม่ชีทองสุข สำแดงปั้น บุคคลยุคต้นวิชชาเล่ม 2)