กว่าจะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

วันที่ 22 มีค. พ.ศ.2559

 

 

พุทธพจน์เตือนใจ
 
                “ภูเขาวิบุละ เขากล่าวกันว่าเป็นภูเขาสูงเยี่ยมกว่าภูเขาที่ตั้งอยู่ในพระนครราชคฤห์ เสตบรรพต เป็นเลิศกว่าภูเขาในป่าหิมพานต์ ดวงอาทิตย์เป็นเลิศกว่าสิ่งใดๆ ในนภากาศ มหาสมุทรเป็นเลิศกว่าห้วงมหานที ดวงจันทร์เป็นเลิศกว่าหมู่ดาวทั้งปวง พระพุทธเจ้าเป็นเลิศกว่าสรรพสัตว์ในโลก และเทวโลก” นานาติตถิยสูตร
 
                  พระบรมโพธิสัตว์แต่ละพระองค์ กว่าจะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ท่านต้องสร้างบารมีชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพันทีเดียว สละได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ คือ ญาณหยั่งรู้ในสรรพศาสตร์ที่เป็นเหตุให้รู้แจ้งโลกทั้งปวง การสร้างบารมีของท่านถึงกับมีอุปมาไว้ว่า ในเส้นทางการสร้างบารมี แม้จะมีถ่านเพลิงร้อนระอุตลอดเส้นทางมาขวางกั้น หรือจะมีทะเลเพลิงลุกโพลงโชติช่วงจนมองไม่เห็นฝั่ง แต่หากรู้ว่าจุดหมายปลายทางข้างหน้า คือ ฝั่งแห่งพระนิพพานอันเป็นบรมสุข ท่านก็จะอดทนฝ่าฟันข้ามไป เพื่อแลกกับการได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะยอมสละทุกสิ่ง เพื่อพระสัทธรรมอันประเสริฐ 
 
                   เพราะฉะนั้น เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว จึงเป็นเอกอัครบุรุษในโลก ที่ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า หรือจะมาเทียบเท่าได้ พระองค์เป็นบรมครูของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ทรงสมบูรณ์พร้อมทั้งพระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งทศพลญาณ  เวสารัชชญาณ  วิชชา 3  วิชชา 8  อภิญญา 6  ปฏิสัมภิทาญาณ 4  จรณะ 15  คุณวิเศษทุกอย่างนี้ ไม่มีใครจะมาเทียมพระองค์ได้ 

   

 

 "จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน

โดย พระเทพญาณมหามุนี"