รวมใจจุดประทีป ๑๐,๐๐๐ ดวงอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้ประสบธรณีพิบัติภาคใต้

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2548

 

   

“… ชีวิตก็แบบนี้มีเจอก็มีจาก มีสุขและทุกข์บ้างปนกันไป

วันนี้ฉันเข้าใจ เธอเจอสิ่งที่เลวร้าย

ต้องทำใจผ่านพ้นไปให้ได้ อย่าร้องไห้ … อย่าร้องไห้ ”

.....ท่วงทำนองบริสุทธิ์ อ่อนโยน แต่เปี่ยมพลังอันกว้างใหญ่ของเสียงเพลงอย่าร้องไห้ ดังก้องไปทั่วบริเวณสนามกีฬาสะพานหิน จ. ภูเก็ต เรียกน้ำตาแห่งความสูญเสียที่เป็นดังตะกอนนอนนิ่งในส่วนลึกของจิตใจให้เอ่อท้นขึ้นอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องมองดูแสงสีทองเรื่อเรืองของเปลวประทีปนับหมื่นดวง ที่เปล่งประกายความสว่างไสวสวยงาม เป็นเหมือนการเติมไฟแห่งชีวิตของผู้สูญเสียที่เหลือเพียงแสงริบหรี่ ให้ลุกโชนความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

 

 

ภาพประวัติศาสตร์ของงานบำเพ็ญกุศลของคณะสงฆ์ ๑, ๐๐๐ รูป และจุดประทีป ๑๐, ๐๐๐ ดวง ณ สนามกีฬาสะพานหิน อ. เมือง จ. ภูเก็ต เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์ ในวันพุธที่ ๕ มกราคม พ. ศ. ๒๕๔๘ เวลา ๑๗. ๐๐ น.- ๑๙. ๐๐ น. ยังคงประทับอยู่ในดวงใจชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างไม่รู้ลืม งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยความร่วมแรงร่วมใจของฝ่ายเอกชนร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ สมาคมชาวภูเก็ต, สมาคมธุรกิจจังหวัดภูเก็ต, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ, หอการค้าจังหวัดภูเก็ต, ชมรมชาวเหนือ ภูเก็ต- อันดามัน, ชมรมผู้ประกอบการชาวภูเก็ต, ชมรมเภสัชกร จ. ภูเก็ต, สมาคมบัณฑิตรัตน์, สหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติ, เทศบาลนครภูเก็ต, ศูนย์กัลยาณมิตร จ. ภูเก็ต, เปรียญธรรมสมาคมแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการอิสลาม จ. ภูเก็ต, สมาคมคริสตจักร์ จ. ภูเก็ต, มูลนิธิธรรมกุศลภูเก็ต, มูลนิธิธรรมกาย

งานบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ได้รับความเมตตาจากท่านประธานสงฆ์คือ พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ ราชบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ ร่วมกับคณะสงฆ์จาก ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ที่น่าปลื้มใจไปกว่านั้น คณะสงฆ์จากภาคต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน เมื่อได้ทราบข่าวต่างเดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ไม่ได้นิมนต์ แต่ท่านมาด้วยความเต็มใจอยากช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์กรรมจริงๆ ยังความปีติใจให้กับพี่น้องชาวใต้เป็นอย่างยิ่ง

ในงานมีการประกอบพิธีไว้อาลัยจากทั้ง ๓ ศาสนา ได้แก่ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ เป็นการประสานจุดร่วม สมานจุดต่าง ไม่มีการแบ่งแยกศาสนา เชื้อชาติ หรือเผ่าพันธุ์ ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจเพื่องานในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

ประธานพิธีบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ ได้แก่ ท่านประธานวุฒิสภา ฯพณฯสุชน ชาลีเครือ ส่วนประธานพิธีไว้อาลัย คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ โภคิน พลกุล ผู้แทนนายกรัฐมนตรี ร่วมกับบรรดาผู้มีเกียรติอีกหลายท่าน ทั้งเหล่าสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างให้เกียรติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นับเป็นความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่า เพื่อแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยที่มีต่อผู้ประสบเคราะห์กรรมในครั้งนี้อย่างแท้จริง

คลื่นยักษ์สึนามิที่ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่งอันดามันของประเทศไทย แม้จะร้ายแรงสักเพียงไหน แต่ไม่อาจเทียบได้กับคลื่นธารน้ำใจของคนไทยทั่วประเทศที่มีต่อพี่น้องร่วมชาติ ก่อเกิดเป็นคลื่นความรักความสามัคคี คลื่นความดีที่ไม่มีวันจางหายไป แสดงให้เห็นระดับคุณธรรมในจิตใจของคนไทย ที่แม้แต่นานามิตรประเทศทั่วโลกยังยกย่องชื่นชม

 


อุบลเขียว