ฟูลมูนปาร์ตี้บาป / โทษสุรา – สิ่งเสพติด

วันที่ 09 พค. พ.ศ.2548

.....จากภาพลักษณ์อีกส่วนหนึ่งที่เป็นการทำลายศีลธรรมวัฒนธรรมไทย ปรากฏให้เห็น เมื่อ “ ฟูลมูนปาร์ตี้บาป ” ที่เกาะพะงัน จ . สุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่จัดงานมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจ ชักชวนกันบริโภคเค็กเห็ดซึ่งเป็นยากระตุ้นทางเพศ ถือเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เกิดอาการมึนเมา ขาดสติทำอะไรลงไปได้โดยไม่รู้สึกละอาย รวมไปถึงจับคู่ร่วมเพศกันอย่างเปิดเผย ตามแบบวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามาในสังคม ทำให้คนไทยซึมซับวัฒนธรรมต่างชาติจนลืมการรักนวลสงวนตัว ขณะเดียวกันกฎหมายก็เข้าไปไม่ถึง ตำรวจทำได้แค่เพียงเดินตรวจมาพบแล้วใช้ไฟส่องหน้าและต้องเดินผ่านจากไปในที่สุด

ฟูลมูนปาร์ตี้ ” ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่มีปัญหาเป็นการจัดกิจกรรมที่ส่อไปในทางเสื่อมเสีย ทั้งการขาดความละอายทางเพศ และยาเสพติดที่โด่งดัง โดยที่ยังไม่สามารถควบคุมได้

เหล่านี้ คือ … อีกคำตอบของปัญหาในเรื่องความเสื่อมของสังคมที่เกิดจากการล่วงละเมิดศีล ๕ ในข้อต่าง ๆ ได้แก่ การดื่มสุราเมรัยและของเมาเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ครอบคลุมถึงยาเสพย์ติดทุกชนิดด้วย ที่มีผลกระทบต่อสังคมก่อให้เกิดความทุกข์เดือดร้อนเป็นปัญหาต่าง ๆ ตามมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางอาชญากรรม การทำความผิดทางเพศ ฯลฯ

จากโทษของการเสพสุราตลอดถึงสิ่งเสพติด ที่แสดงไว้ในอบายมุข ๖ คือ ๑. ทำให้เสียทรัพย์ทันตาเห็น ๒. เสียอารมณ์ ก่อการทะเลาะวิวาท ๓. เสียสุขภาพ เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ๔. เสียชื่อเสียง เพราะเมื่อคุมสติไม่อยู่ ไปทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ย่อมถูกติเตียนหรือติฉินนินทา ๕. เสียคนเพราะหมดความละอาย หมดความเกรงกลัวต่อการทำความชั่วทั้งปวง สถานภาพของความเป็นคนอยู่ที่ความละอาย ใครก็ตามที่หมดความละอาย ย่อมจะหมดศักดิ์ศรีของความเป็นคนไปด้วย ๖. เสียความฉลาด เพราะสุรายาเมาทำให้เสื่อมทั้งสติและปัญญา

ผู้เสพของเมาเป็นนิตย์ เมื่อตายไป ย่อมมีนรกภูมิ เปรตภูมิ และเดรัจฉานภูมิ เป็นที่หวัง โทษอย่างเบาที่สุด แม้เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกก็กลายเป็นคนบ้า ปัญญาอ่อน

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีเหตุผล ที่ยอมรับข้อเท็จจริงคือ เป็นเพราะขาดหลักธรรมข้อปฏิบัติสำหรับมนุษย์ ที่เรียกว่าศีลนั้น โดยเฉพาะศีลข้อที่ ๕ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด ว่าด้วยเรื่องสุราเมรัยและของเมา โดยเห็นคุณโทษว่าเป็นสิ่งที่มีอันตราย เป็นข้อห้ามโดยส่วนเดียวเป็นพิษร้ายแก่สังคม มีโทษทำลายสุขภาพกายและสุขภาพจิต โยงไปถึงศีลข้ออื่น ๆ ตามมาอีกได้ง่าย ๆ

จากผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมที่เกิดด้วยขาดความรู้ความเข้าใจ การมีพฤติกรรม การเสพ เลียนแบบ การให้คุณค่าหรือมองประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากสุราสิ่งเสพย์ติดในทางที่ผิด

สภาพของสังคมไทยในปัจจุบัน ในแง่มุมหนึ่งจะพบว่าระเบียบกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ยังขาดความแน่นอน หรือความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมือง “ การขาดผู้นำที่เป็นแบบอย่างได้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดความสับสนในพฤติกรรมของคนในสังคม” ขณะเดียวกันภาพลักษณ์ส่วนที่เป็นการทำลายวัฒนธรรมและศีลธรรม ก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำวัน อาทิ การโฆษณาสุรายี่ห้อต่าง ๆ และค่านิยมของคนส่วนหนึ่งที่พากันบริโภค หรือเสพย์ ภาพล่อแหลมต่าง ๆ ที่ถ่ายโฆษณาทั้งจาก โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ รวมไปถึงสื่ออื่น ๆ แสดงถึงการเชิญชวนในการดื่มหรือเสพย์ติดเหล่านั้น โดยไม่ได้สื่อหรือชี้ให้เห็นโทษของสิ่งเสพย์ติดเหล่านั้นอย่างชัดเจนเลย ตรงกันข้ามกลับเป็นการกระหน่ำให้สื่อชักจูงและโน้มน้าวให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย สังคมก็ยอมรับ

ปัญหาความทุกข์เดือนร้อนในสังคมจักหมดสิ้นไปเพราะมีกติกาเป็นกรอบ ได้แก่ มีศีลธรรมเป็นที่ตั้ง คือ การสร้างความเป็นระเบียนเรียบร้อยในแนวทางปฏิบัติ โดยเฉพาะศีล ๕ ที่เป็นพื้นฐาน เป็นบัญญัติของสังคม การแก้ไขตามหลักพุทธธรรม ความดับแห่งปัญหาจึงเป็นหลักการตัดสินความดีและความชั่ว โดยเฉพาะการงดเว้นจากเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการเสพสุราเมรัยและของเมา

แต่วิถีชีวิตที่สวนทางสวรรค์และพระนิพพาน การดำเนินธุรกิจน้ำเมา ที่มาต้นทางแห่งความเสื่อมทั้งปวง ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างถือว่ามีการระบาดรวดเร็วรุนแรงมากที่สุดในปัจจุบัน ดังปรากฏให้เห็น

การพยายามนำธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหุ้น ที่เห็นกันเพียงคุณค่าเทียม คือประโยชน์ของสิ่งทั้งหลายที่พอกพูนอยู่ในสิ่งนั้น หรือเพื่อเสริมราคาขยายความมั่นคงยิ่งใหญ่ของตนที่ยึดถือไว้ อาศัยตัณหาเป็นเครื่องตีค่าหรือวัดราคา เรียกว่า คุณค่าสนองตัณหา ยึดเอาประโยชน์ตนและพวกพ้องเป็นใหญ่ ไม่ใส่ใจพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านั้น ด้วยความเห็นผิดเป็นชอบ ในขณะที่สังคมเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่เข้าใจ ไม่เห็นความสำคัญในหลักของศีลธรรม ละเลยมนุษยธรรม ในเรื่องผลกระทบต่อส่วนรวม .

 

สุจิตรา พูนพิพัฒน์.