อัศจรรย์ รวยทั้งทีม คุณปาณิสรา แซ่ลิ้ม

วันที่ 02 กย. พ.ศ.2559

อัศจรรย์ รวยทั้งทีม

อัศจรรย์ รวยทั้งทีม , คุณปาณิสรา แซ่ลิ้ม , สัมมาอะระหัง

คุณปาณิสรา แซ่ลิ้ม

     ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เศรษฐกิจไม่ดี ขายของได้วันละสองสามพันบาทก็ทนขาย เพราะว่ามีกางเกงอยู่ในสต็อกเป็นหมื่น ๆ ตัวเลย

    พอไปปฏิบัติธรรมที่เขาใหญ่เจอหลวงพี่ปรเมษฐ์ ท่านสอนให้ภาวนา “สัมมาอะระหัง” สามีภาวนาด้วย พอตั้งใจภาวนาอย่างต่อเนื่องอยู่ดี ๆ ก็มีออร์เดอร์จากลูกค้าเข้ามา ๑๐๐ ตัวจากรายได้วันละสองถึงสามพันบาท ก็ได้เป็นหมื่นบาทเลย

     ภาวนาไปได้ประมาณ ๒ อาทิตย์ มีคนมาเหมาสต็อกค่ะ จากตอนแรกคุยกันราคาตัวละ ๓๐ บาท คุยกับสามีเรามา ๕ ครั้งแล้วเขาต่อราคา ๑๕ บาท เราให้ไม่ได้ เราก็เลยไปคุยกับลูกค้าเอง สรุปได้ราคา ๓๐ บาท ลูกค้าบอกอยากซื้อกับเรามาก เขาเหมาหมดเลยเกือบหมื่นตัว นับของจ่ายเงินเลย เราสบายเลยค่ะ ธรรมดาเป็นหมื่นตัวแบบนี้เราต้องจ้างเด็กนับ จ้างลูกจ้างขนของ อันนี้เขาเรียกคนมาช่วยนับ มาช่วยขนของด้วยค่ะ เราบอกว่า “ซื้อไปเถิด หนูสวดมนต์ตลอด เอาไปก็ขายดีขายหมด ได้กำไร”

     หลังจากนั้น ๒ อาทิตย์ เขามาหาอีก เราก็สงสัยว่ามาหาเรื่องอะไร เขาบอกว่า “เอาไปแล้วขายดี อยากจะเอาของอีก มีอีกไหม” แต่เราไม่มีของแล้ว

     พอของหมดสต็อกก็มีคนมาขอเช่าร้านเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท เราคิดดูแล้วไม่เอาดีกว่า ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ตัดสินใจจะเซ้งร้านประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท วันรุ่งขึ้นมีคนมาเซ้งแบบง่าย ๆ เลย เศรษฐกิจแบบนี้ยากมากที่เขาจะจ่ายเงินสด โอนชื่อปุ๊บจ่ายเงินสดเลยค่ะ มีคนถามว่า “มีคนมาเซ้งร้านด้วยหรือ เขาเอาไปได้อย่างไร ตลาดมันเงียบ” ก็เลยถามไปว่า “รู้ไหมว่าได้เท่าไร” เขาตอบว่า “ได้สองสามแสนหรือ” เราบอกว่า “ได้ตั้งล้านหก”

     ตอนหลังพอคนอื่นเขาเห็นเราภาวนา “สัมมาอะระหัง” แล้วดีขึ้น ก็อยากภาวนาบ้างจะได้ขายของดีเหมือนเรา แล้วก็ดีขึ้นทุกคนจริง ๆ คนที่เคยแย่ ๆ มานั่งร้องไห้บ่นว่า “หนูขายของไม่ดีเลย” พอได้ภาวนา “สัมมาอะระหัง” ดีขึ้นทุกคน ปลื้มกันทุกคนเลย จากที่ค่าเช่าเดือนละแสนกว่า วันหนึ่งขายได้ไม่ถึงหมื่น ขายได้สี่ห้าพันบาท พอภาวนาวันแรก วันรุ่งขึ้นได้ออร์เดอร์สองหมื่นเลย คนนี้เป็นเพื่อนกัน และอีกคนหนึ่งแย่มาก ไม่มีค่าเทอมลูก จึงภาวนา“สัมมาอะระหัง” อยู่ดี ๆ ก็ไปขายของทางไลน์วันหนึ่งได้กำไรเยอะมาก เจอปาฏิหาริย์กันทั้งนั้นเลย

    พี่สาวเราขายอาหาร วันหนึ่งขายของไม่ดีข้าวเหลือเป็นหม้อเลยค่ะ เขาก็เลยภาวนา “สัมมาอะระหัง” แล้วอธิษฐานกับหลวงปู่ว่า “หลวงปู่ช่วยลูกหน่อยเถิด ขอให้ลูกได้โต๊ะใหญ่สักหนึ่งโต๊ะ” ไม่ถึง ๕ นาทีเลยค่ะ มีรถตู้เลี้ยวเข้ามาที่ร้าน ๓ คันเลยค่ะ เขาบอกว่าขอได้แบบทันใจเลย เขาปลื้มมาก

    น้องสาวทำงานอยู่กองทุนที่ขายเกี่ยวกับหุ้น ช่วงนี้ลูกค้าเงียบมาก มาบ่นให้เราฟัง เลยบอกเขาว่า “ไป ‘สัมมาอะระหัง’ นะ” พอเขาภาวนาได้ไม่ถึงอาทิตย์ เขาไลน์มาบอกว่า ทุกทีมีลูกค้าซื้อกองทุนหลักหมื่นก็ดีใจแล้ว อยู่ดี ๆ มีลูกค้าซื้อ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท และอีกเจ้า ๕๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็น ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เขา “สัมมาอะระหัง”ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย เขาดีใจมาก ตั้งแต่นั้นเขาก็ภาวนา “สัมมาอะระหัง” ตลอด
 

การภาวนา ‘สัมมาอะระหัง’
ช่างสร้างปาฏิหาริย์แก่ชีวิตได้อัศจรรย์เหลือเกิน
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการที่ภาวนาแล้วใจเป็นกุศล ผูกพันอยู่กับ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อใจผ่องใสเต็มส่วนเข้า
สิ่งดี ๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาสู่ชีวิตราวกับเป็นเรื่องอัศจรรย์

 

    จากเรื่องราวตัวอย่างข้างต้นนี้ เราจะเห็นได้ว่า การภาวนา “สัมมาอะระหัง” ช่างสร้างปาฏิหาริย์แก่ชีวิตได้อัศจรรย์เหลือเกิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการที่ภาวนาแล้วใจเป็นกุศล ผูกพันอยู่กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อใจผ่องใสเต็มส่วนเข้า สิ่งดี ๆ จึงหลั่งไหลเข้ามาสู่ชีวิตราวกับเป็นเรื่องอัศจรรย์ ดังนั้นหากผู้ใดหวังปาฏิหาริย์ หวังความอัศจรรย์ให้เกิดกับชีวิตบ้าง พึงหมั่นภาวนา “สัมมาอะระหัง” เนืองนิตย์ และนำจิตไปหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อประกอบเหตุดี ผลก็ต้องดีอย่างแน่นอน