หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๐)

วันที่ 12 กย. พ.ศ.2559

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๐)

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๐) , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์

     การที่ใครสักคนจะได้รับการยอมรับนับถือ ไม่ใช่เพียงแค่การมีวัยวุฒิ หรือมียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่คน ๆ นั้นจะต้องเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรม ต้องเป็นหลักให้กับพระพุทธศาสนาได้ ในยามที่มีภัยเกิดขึ้นกับหมู่คณะ ต้องกล้าที่จะกระโดดออกมาอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่หลบอยู่ข้างหลังหรือกบดานอยู่เงียบ ๆ 

     ตลอด ๓๐ ปีที่อาตมาก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อทั้งสองคือต้นแบบของความรับผิดชอบ ในความไม่นิ่งดูดายในภาระของพระพุทธศาสนา คำสอนที่ติดอยู่ในใจเสมอคือ

     “ เมื่อเราได้อาศัยพระพุทธศาสนาแล้ว ต้องให้พระพุทธศาสนาได้อาศัยเราบ้าง ”

     ด้วยความคิดและคำสอนนี้ จึงทำให้เกิดการสร้างงานสารพัด เช่น โครงการตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งเพื่อช่วยเหลือพระภาคใต้ เนื่องจากหลวงพ่อตระหนักถึงความยากลำบาก ในการรักษาพระพุทธศาสนาของหลวงพ่อ หลวงพี่เหล่านั้น

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๐) , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์

     ภาพที่ทุกคนเห็นจนชินตาคือ ภาพพระที่ท่านเดินบิณฑบาต ต้องมีทหารถือปืนคอยอารักขา ภาพที่เห็นพระถูกฆ่า วัดถูกเผา สิ่งเหล่านี้ ชาวพุทธหลายท่านอาจจะทนได้ แต่หลวงพ่อทนไม่ได้ ที่เห็นภาพเหล่านั้นมาเกิดที่เมืองพุทธ ท่านจึงได้ทุ่มเททำโครงการนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการให้กำลังใจกับพระหัวใจน่ากราบไหว้เหล่านั้น ที่กล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน รักษาพระพุทธศาสนาไว้ และโครงการนี้ได้ดำเนินการมากว่า ๑๗ ปี แม้จะมีอุปสรรคจากผู้ที่ไม่เข้าใจ (และไม่เคยคิดจะช่วย) บ้างก็ตาม

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๐) , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์

        สิ่งหนึ่งที่อาตมาเห็นมาตลอดคือ คำที่หลวงพ่อพูด นอกจากจะเป็นคำที่ไพเราะแล้ว ยังนำมาสู่การปฏิบัติ 

     เราอาจจะเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือได้อ่าน ข้อความที่ไพเราะ สวยหรู ประดิษฐ์ประดอยอย่างวิจิตร จากนักเขียนหรือกวีหลาย ๆ ท่าน อ่านแล้วทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มใจ เบิกบานใจ 

      หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า    “ ความสำเร็จของนักพูด ไม่ได้เกิดจากเสียงปรบมือ ไม่ได้เกิดจากขายบัตรได้หมด แต่วัดกันที่เมื่อพูดแล้วผลเป็นอย่างไร บางคนพูดแล้วน่าฟัง บางคนพูดแล้วน่าทำตาม แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการพูดที่แท้จริงนั้น เมื่อพูดแล้วผู้ฟังต้องทำตาม ”

        แล้วท่านก็สรุปว่า “ หลวงพ่อธัมมะคือ ประเภทสุดท้าย ”

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๐) , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์

     สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันคำพูดของหลวงพ่อทัตตชีโว ก็คือผลงานที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ จากคำกล่าวของหลวงพ่อธัมมชโยที่ว่า  “ พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว ”

     ครั้งแรกที่อาตมาและหมู่คณะได้ยินคำนี้ ภาพที่เกิดในใจคือ ภาพของสงฆ์ทั้งแผ่นดินมาร่วมกันทำกิจกรรม โดยไม่มีการแบ่งแยกนิกาย เหมือนยุคพุทธกาลที่พระบรมศาสดายังมีพระชนม์ชีพอยู่ 

     จากวันแรกที่ได้ยินคำนี้ ศูนย์สาขาของวัดพระธรรมกายทั่วโลก ก็ได้ลงมือปฏิบัติโดยเข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรม เช่น ที่วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย มีการจัดงานวิสาขนานาชาติ จะมีพระภิกษุจากวัดต่าง ๆ มาร่วมงานกว่า ๒๐๐ รูป ทั้งเถรวาท มหายาน วัชรยาน จากไทย ลาว เขมร ศรีลังกา เวียดนาม จีน ทิเบต ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๑๐) , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์

     ณ วันนี้พระพุทธศาสนากำลังมีภัย ไม่ใช่เพียงเฉพาะภาคใต้ แต่ระบาดไปทั่วทุกที่ ซึ่งมีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายคือ การกำจัดพระพุทธศาสนาให้หมดไปจากประเทศไทย หลายท่านอาจจะมองออก แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านที่ยังโลกสวย มองไม่เห็นถึงภัยต่าง ๆ ภาพที่พระถูกไล่ออกจากวัด ทุบวัด ทุบศาลา ไม่เคยเข้าไปอยู่ในใจ แม้เขาเอามีดมาจ่อคอแล้ว ก็ยังมองไม่ออก นอกจากจะไม่โดดออกมาช่วยแล้ว ยังโทษผู้ที่เขาเห็นภัยเสียอีก

    ต่อให้คนทั้งแผ่นดินไม่มีใครเห็นก็ตาม แต่อาตมามั่นใจว่า ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ลูกศิษย์ของหลวงพ่อธัมมชโย จะไม่มีวันนิ่งดูดาย เห็นพระพุทธศาสนาต้องล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา เพราะครูบาอาจารย์ของเราสอนไว้ว่า   “ เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาต้องเอาอุเบกขาวาง ”

 

 


ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก
อาสภกันโต ภิกขุ
๒๔ ก.ค. ๕๙

anacaricamuni.blogspot.ae