อากาศธาตุ

วันที่ 19 มค. พ.ศ.2547

อากาศธาตุ

.....คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด กอปรกับฝนที่ตกลงมาปรอยๆ ทำให้บรรยากาศบริเวณทางเดินในซอยเปลี่ยวแห่งนี้ดูน่ากลัวกว่าวันก่อนๆ ดวงพรอาศัยแสงสลัวๆ จากหลอดไฟตามริมถนนเป็นแนวทาง สำหรับการกึ่งวิ่งกึ่งเดิน ตั้งแต่ปากซอยจนถึงหน้าบ้าน เธอเหลียวซ้ายแลขวาจนแน่ใจว่าไม่พบความผิดปกติใดๆจึงรีบไขกุญแจเปิดประตูรั้วบ้าน แล้วผลุบหายเข้าไปในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว


.....หลังจากอาบน้ำ สวมชุดนอนหลวมๆ ล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน พยายามหลับตาข่มใจให้นอนหลับโดยเร็ว แต่ก็ทำไม่ได้สักที เธอจึงนอนลืมตาโพลง มือขวาก่ายหน้าผากอยู่ท่ามกลางความมืดไม่รู้เป็นคืนที่เท่าไหร่แล้ว ที่เธอรู้สึกหวาดกลัวและหวาดระแวง เหมือนมีใครคอยแอบมอง หรือคอยแอบคิดร้ายต่อเธอ ทั้งที่เมื่อก่อน เธอรู้สึกตัวเองเป็นเช่นเดียวกับคนอื่น ไม่มีอะไรแปลกแยก แต่ทำไมวันนี้ ความทรงจำของวันวัยในอดีต เวียนเข้ามาในสมองเหมือนฉายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่า



“ นี่เธอดูยัยคนนั้นซิ ! วันนี้เปลี่ยนเทรนด์ทรงผมใหม่ สงสัยมีอะไรกุ๊กกิ๊กอีกแน่ๆ ”
" ฉันว่านะ บ้านนี้ต้องมีพวกผีพรายแหงเลย น่ากลัวทั้งแม่ทั้งลูก แขยงผู้ชายจะหมดโลก "



          และอีกสารพัดสารพันคำนินทา ที่แว่วเข้ามาให้ได้ยิน สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เธออยู่เสมอ ทุกวันเธออยู่กับความเหงา เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลาว่า ทำไมผู้คนรอบข้างถึงเฝ้าทำร้ายกันอย่างนี้เมื่อครั้งบ้านยังมีความรักความอบอุ่น เธอไม่เคยแคร์อะไรเลยในชีวิต ทุกก้าวย่างคือความมั่นใจ และความปลอดภัยอยู่เสมอ แต่ในวันนี้ แม้เสียงกระซิบจากที่ไกล ยังมีอำนาจมากพอให้เธอกระวนกระวายใจอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน เหมือนมีสายตานับร้อยคู่จ้องมองดูอย่างจับผิด เธอสับสน
อึงอลในหัว จนหลายครั้งอยากจะร้องตะโกนออกมาดังๆ …ว่าหยุดพูดเสียที ๆ …แต่ดูเหมือนยินเพียงเสียงก้องของเธอคนเดียว

…เช้าแล้ว…ดวงพรลืมตาอย่างโรยแรง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่าง เธอมองเพดานอ้อยอิ่งอยู่นานอย่างครุ่นคิด ยิ้มให้กับการตัดสินใจบางอย่างของตัวเองทำไมต้องแคร์กับคำพูดของคนอื่น ที่เป็นเพียง อากาศธาตุ หาแก่นสารอะไรไม่ได้เธอน่าจะรู้นานแล้ว ว่าความจริงยิ่งไปกว่านั้น คือ ไม่มีใครกังวลสนใจเรื่องคนอื่นอย่างจริงจัง เพราะลำพังเรื่องของตัวเองก็ยุ่งวุ่นวายมากพออยู่แล้ว อากาศธาตุ จึงไม่มีผลทำให้ชีวิตใครดีขึ้นหรือเลวลงอย่างแท้จริงเป็นเพียงสายลมที่วูบผ่าน คอยเตือนให้เราระวังอยู่อย่าง คือ ความคิด



….เพราะต่อให้ใครมาทำร้าย ก็คงไม่เท่า “ จิต ” ตน…

 

 

 

 

อุบลเขียว