ทาน ทำได้ใครก็รัก ตอน เวลาที่เเสนดี

วันที่ 25 มค. พ.ศ.2560

ทาน ทำได้ใครก็รัก
ตอน เวลาที่แสนดี

         วันต่อมา..ในชั่วโมงเรียนวิชาศิลปะนี้ นักเรียนทุกคนต่างก็พูดคุยกันอย่างสดใสเพราะตื่นเต้น กับการเรียนรู้เทคนิคใหม่การใช้สีน้ำในงานศิลปะ ปิ่นโตค้นกระเป๋าจนทั่วก็ยังไม่พบสีน้ำที่เขาใส่กระเป๋าไว้

         ปิ่นโต : “น้อยหน่า เราขอใช้สีน้ำด้วยได้ไหม สีน้ำของเราไม่รู้หายไปไหน”

         น้อยหน่า : “ทีตอนนั้นเราขอใช้ด้วย นายยังไม่แบ่งให้เราเลย”

         ปิ่นโต : “เราก็กลัวสีน้ำของเราจะหมดเร็วนี่นา”

         น้อยหน่า : “เราก็ไม่ให้นายยืมหรอก อันนี้เราเพิ่งซื้อมาใหม่”

          บรรยากาศที่ครึกครื้น ..ถูกแฝงด้วยความเงียบเหงาของปิ่นโตเขารู้สึกเสียใจ ที่ไม่มีใครให้ยืมของ เขาจึงได้แต่นั่งจ๋อยอยู่หลังห้องเรียน เป็นขณะเดียวกันที่คุณครูเดินมาพบพอดี

         คุณครู : “สวัสดีจ้ะปิ่นโต เป็นอะไรถึงมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะจ๊ะ”

         ปิ่นโต : “ไม่มีใครให้ผมยืมของครับคุณครู” คุณครูยิ้มเพราะรู้ดีว่าปิ่นโตเป็นคนที่ไม่ชอบช่วยเหลือใคร
 

 

         สักครู่ต่อมา..เสียงกริ่งบอกเวลาพักเที่ยงก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงอันสั่นเครือของปิ่นโต

        ปิ่นโต : “โอ๊ย! ปะ ปวด ปวดท้องจังเลย โอ๊ย!”

        คุณครู : “เป็นอะไรปิ่นโต หน้าซีดเชียว ทำไมจึงปวดท้องกระทันหันแบบนี้ล่ะ”

        ปิ่นโต : “ผมไม่ได้ทานข้าวเช้าครับ”

     เพราะปิ่นโตทานข้าวไม่ตรงเวลา ทำให้โรคกระเพาะอาหารกำเริบ จึงปวดท้องอย่างรุนแรง คุณครูจึงประคองปิ่นโตไปที่ห้องพยาบาล เพื่อให้ทานยาและนอนพัก ด้วยความอ่อนเพลียจึงทำให้ปิ่นโตเผลอหลับไป
         “ปิ่นโต เธอมันคิดถึงแต่ตัวเอง”
          “เธอไม่เคยแบ่งปันใครเลย”
         “ไม่ได้ ไม่ให้ยืมหรอก เธอยังไม่ให้ฉันยืมเลย”
         “ปิ่นโต เพื่อนไม่คบ”
         “หา! ทำไมล่ะ อย่าทิ้งเรานะ เราอยากมีเพื่อนนะ” ปิ่นโตรำพึง

         ปิ่นโตสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็พบว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นเป็นเพียงความฝัน จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารีบกวาดสายตาดูรอบห้องแต่ยังไม่เห็นใครมาเยี่ยมเลย ความรู้สึกกลัวที่ว่า “ไม่มีเพื่อนคบ” ก็เข้ามาแทนที่ ทำให้เขายิ่งรู้สึกกลัวว่าสิ่งที่เขาเห็นในความฝันจะกลายเป็นความจริง

            ก็อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปิ่นโตจึงรีบหันไปดู แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นคุณครูเดินมาคนเดียว

            คุณครู : “เป็นอย่างไรบ้าง ปิ่นโต”

             ปิ่นโต : “ดีขึ้นแล้วครับ”

              ปิ่นโตยังชะโงกดูที่ประตูเพราะแอบหวังว่าอยากให้มีเพื่อนสักคนมาเยี่ยมเขา

            คุณครู : “มองหาใครหรือจ๊ะ ปิ่นโต”

            ปิ่นโต : “เพื่อนๆไม่มาหาผมเลย พวกเขาคงเกลียดผมแล้วแน่ๆ ผมจะทำอย่างไรดี”

            ปิ่นโตพูดด้วยสีหน้าที่ผิดหวัง

            คุณครู : “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ”

            ปิ่นโต : “ก็ไม่มีใครช่วยเหลือผมเลยนี่ครับ”

          คุณครู : “ปิ่นโต ถ้าเราอยากให้ใครช่วยเหลือเรา เราเองก็ต้องช่วยเหลือเขาก่อน เราอยู่ห้องเดียวกัน มีอะไรก็ต้องรู้จักช่วยเหลือแบ่งปันกันนะคะ”
 

            สักครู่คุณครูเดินไปเปิดประตู ปิ่นโตตกใจและประหลาดใจที่เพื่อนๆต่างวิ่งกรูกันเข้ามาที่เตียง

           โดนัท : “ปิ่นโตเรามีขนมปังมาฝาก รีบหายไวๆนะ นี่ด้วยโรตีกล้วยหอมสุดโปรด”

           น้อยหน่า : “เพื่อนๆเป็นห่วงเธอนะปิ่นโต อ่ะนี้ น้ำส้มคั้นแสนอร่อยให้เธอนะ”

           ปิ่นโต : “ขอบ ..ขอบใจนะ เพื่อนๆไม่โกรธเราเหรอ เราไม่เคยให้อะไรพวกนายเลย”

           โดนัท : “ไม่โกรธหรอก เราเป็นเพื่อนกันก็ต้องให้อภัยกันสิ”

            ปิ่นโต : “เราขอโทษนะ”

            โดนัท : “ไม่เป็นไรน่า อย่าคิดมากสิ”

             การให้ความห่วงใย ให้สิ่งของ และการให้อภัยของเพื่อนๆที่มีให้ในครั้งนี้ทำให้ปิ่นโตรู้สึกว่า “การให้” มีค่ามากสำหรับเขา จึงตั้งใจว่าต่อไปเขาจะแบ่งปันและนึกถึงผู้อื่นให้มากขึ้น