สัมผัสพิเศษ

วันที่ 11 พค. พ.ศ.2560

สัมผัสพิเศษ

 

 

                  คุณยายเล่าว่าเมื่อสมัยท่านยังเป็นเด็ก ท่านมักจะพบกับอมนุษย์อยู่เรื่อยๆ เวลานอนอยู่กับแม่แล้วเห็นอมนุษย์ ท่านจะร้องบอกว่า “มันมาแล้ว มาจากต้นไผ่ต้นนั้น” ซึ่งก่อนมาจะมีเสียงสัญญาณจากนกก่อน ท่านทําเสียงให้หลวงพ่อฟังว่ามันจะร้อง “กู่ กู่ กู่” ท่านจึงเรียกนกเหล่านี้ว่า “นกสามกุก” มีท่านคนเดียวเท่านั้นที่เห็นอมนุษย์นี้แม่ของท่านจึง ป้องกันด้วยการให้ท่านมานอนตรงกลาง ขนาบข้างโดยแม่ข้างหนึ่งและพ่ออีกข้างหนึ่งบ้างหรือเป็นพี่บ้าง

                  อมนุษย์มักจะมาหยอกเย้าแต่ท่านเท่านั้น จนกระทั่งใครๆ เข้าใจว่าท่านโดนผีเข้า จึงให้หมอผีมาทําพิธีขับไล่ เมื่อหมอผี มาถึงก็เริ่มปราบด้วยวิธีการพูดคุยกันก่อน ซึ่งท่านก็คุยธรรมดาๆ ว่าท่านไม่ได้ถูกผีเข้า แต่หมอผีไม่เชื่อ จึงเอาหวายครูที่รับสืบทอด กันมายาวนานมาตียาย ยายก็ร้องว่า “มาตีฉันทําไมน่ะ” เสียงยายก็ยังเหมือนคนปกติ แต่หมอผีกลับบอกว่า “สู้เหรอ สู้ครู” แล้วก็เอาหวายตีคุณยายอีก คราวนี้ท่านจึงสู้หมอผีจริงๆ แล้วดึงเส้นหวายที่ตกทอดมาจาก บรรพบุรุษนับ 100 ปีเอามาหักทิ้ง เสียหวายครู ไปเส้นหนึ่ง แล้วท่านจึงบอกว่า “ผีไม่ได้เข้าฉันนะ มาตีฉันทําไม” ปรากฏว่าหมอผีเป็นอันต้องพ่ายไป

                 มีอีกคราวหนึ่งท่านจะไปดูลิเกซึ่ง กว่าจะเล่นกันก็เที่ยงคืน คณะลิเกต้องโหมโรงกันอยู่นาน เพราะชุมชนของเกษตรกรนั้น แต่ละบ้านอยู่ห่างไกลกัน คุณยายและเพื่อนๆของท่านก็เดินมาบนคันนาเพื่อข้ามท้องทุ่ง ทุกคนเดินเรียงแถวข้ามทุ่งกันไปโดยมีคุณยายอยู่ท้ายสุด พอไปถึงตรงสะพานข้ามคลอง หัวแถวก็หยุดชะงัก คนที่ 2, 3, 4, 5 ไล่ไป จนถึงคุณยายก็หยุดหมดทั้งแถว สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่กลางสะพาน สิ่งที่เห็นนั้นถ้าเป็น ขนาดคนปกติก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือ คนคนเดียวนั่งเต็มสะพาน ทุกคนได้แต่นิ่งอึ้งไม่พูดไม่จากัน ไม่มีการซักถามออกจากปากใครเลย มีเพียงสายตาที่ จ้องมองดูพร้อมกับคิดคํานึงอยู่เงียบๆ ในใจ ส่วนผู้ที่นั่งขวางจนเต็มสะพานนั้นพอปรากฏกายให้เห็นจนอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ก็ค่อยๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา เท่านั้นเองทุกคนก็ ตกตะลึงกันไปหมด แต่เมื่อมีความตั้งใจแล้ว ว่าจะไปดูลิเก ก็ก้าวข้ามสะพานแล้วเดินต่อไปเรียกว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งการดูลิเกได้

                 ทุกคนดูลิเกด้วยความไม่รู้เรื่อง เพราะคิดถึงแต่คนที่นั่งเต็มสะพานนั้น แต่ก็ไม่คุยกัน ได้แต่เก็บความรู้สึกนึกคิดเอาไว้ในใจ ซึ่งลิเกก็เล่นกันจนถึงเช้า แต่พอกลับถึงบ้านเท่านั้น ทุกคนก็ขนหัวลุก ผมร่วงจับไข้กันระนาว อย่างที่เรียกว่า จับไข้หัวโกร๋น ยกเว้นคุณยาย คนเดียว เพราะท่านพบเจออมนุษย์บ่อยๆ อยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกอะไร