กิตติศัพท์วิชชาธรรมกาย

วันที่ 16 พค. พ.ศ.2560

กิตติศัพท์วิชชาธรรมกาย

 

 

            คุณยายได้เพียรพยายามเสาะหาว่า มีใครบ้างที่จะสามารถเป็นครูสอนวิธีพบพ่อ ที่ตายไปแล้วได้จนกระทั่งท่านมีอายุได้18 ปี ในที่สุดบุญก็บันดาลให้ท่านได้ยินกิตติศัพท์ ของหลวงปู่วัดปากน้ํา ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยหลวงปู่สอนว่าใครก็ตามที่เข้า ถึงพระธรรมกายและเรียนวิชชาธรรมกายแล้ว จะสามารถไปเยือนนรกหรือสวรรค์ได้จับมือ ถือแขนชาวสวรรค์หรือสัตว์นรกก็ได้พูดจา โต้ตอบคุยกันรู้เรื่องเหมือนคุยกันกับมนุษย์ในโลก สามารถที่จะไปพบพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษ บุพการีญาติสนิทมิตรสหาย สัมพันธชนที่ละโลกไปแล้วเพื่อเอาบุญไปให้ได้ ส่วนใครที่มีทุกข์อยู่ในอบายก็สามารถช่วยได้ ด้วยวิชชาธรรมกาย

            บุคคลที่จะสอนวิธีการไปนรกไปสวรรค์ ไปช่วยพ่อแม่ได้ถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะวิชชานี้ไม่มีการเรียนการสอน ในสถาบันการศึกษาใดๆ ในโลก แต่มีที่วัดปากน้ํา ภาษีเจริญ โดยพระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ําเป็นผู้สอน เมื่อคุณยายได้ทราบ ดังนี้แล้วท่านก็ตื่นเต้นดีใจมาก ความทุกข์ที่อยู่ในอกของท่านก็มลายหายไปครึ่งหนึ่ง ราวกับได้ของขวัญอันประเสริฐหรือได้สมบัติ จักรพรรดิถือว่าเป็นข่าวดีที่สุดที่ไม่มีอะไรจะ ประเสริฐไปกว่านี้

            ท่านปีติมากในระดับที่ตัดสินใจและวางแผนการที่จะไปวัดปากน้ําในทันทีและ รอคอยเวลาอันเหมาะสมเพื่อที่จะจัดการเรื่อง ทางบ้านให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน จนกระทั่งท่านมีอายุได้ 26 ปีจึงสละทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทองที่พ่อแม่ให้นํามามอบให้ กับพี่น้องและหมู่ญาติจนหมด ส่วนที่ดินท่าน ก็ถวายพระน้องชายที่บวชอยู่

            ในสังคมเกษตรกรรมนั้นใครมี เครื่องประดับต่างๆ ก็ถือว่าเป็นคนมีฐานะ เป็นที่นับหน้าถือตา แต่คุณยายท่านก็สามารถ สละสิ่งเหล่านี้ได้หมดเพื่อบรรลุเป้าหมาย ท่านตั้งใจออกจากเรือน เหมือนนกที่จากคอน เรียกได้ว่า มาแต่ตัวกับหัวใจและมโนปณิธาน อันยิ่งใหญ่ที่ปรารถนาจะไปพบพ่อในปรโลกเท่านั้น

             ในวันที่คุณยายอําลาแม่และสมาชิก ในครอบครัวเพื่อเข้ากรุงเทพฯนั้น แม่ของท่านร้องไห้คร่ําครวญว่าลูกสุดที่รัก ซึ่งทั้งขยันจิตใจงดงาม พูดจาดีมีความกตัญญูกตเวทีและไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร อีกทั้งเป็นกําลังหลักของบ้านกําลังจะจากไปแล้ว ความห่วงหาอาลัยอาวรณ์นั้นมีมากเหลือเกิน แต่สําหรับคุณยายใจของท่านเป็นปกติเมื่อแม่ ของท่านรู้ว่าเหนี่ยวรั้งคุณยายไว้ไม่ได้จึงเรียกท่านเข้าไปหาแล้วหยิบเงินให้2 บาท พร้อมกับพูดว่า เอ็งไม่เอาอะไรแต่เอ็งอย่าปฏิเสธ เงินของแม่เลย คุณยายก็รับมาเพื่อไม่ให้เสีย น้ําใจ แล้วแม่ก็หันหลังร้องไห้อีก ท่านจึงได้ แต่ยกมือขึ้นไหว้แล้วเดินจากไป

              คุณยายบอกหลวงพ่อว่า ตอนนั้นยายตัดขาดสิ่งต่างๆ ออกจากใจจนหมด ทั้งทรัพย์สิน ที่ดิน หมู่ญาติและความผูกพันที่มีต่อครอบครัว ท่านยอมตัดขาดหมดสิ้นเพื่อออกแสวงหาสิ่งที่ประเสริฐ แล้วท่านก็ไม่ได้ย้อนกลับมาบ้านอีกเลยจนกระทั่งแม่ของท่านละโลกไป