ช่วยพ่อจากนรก

วันที่ 22 พค. พ.ศ.2560

ช่วยพ่อจากนรก

 

 

              เมื่อคุณยายเข้าถึงพระธรรมกายได้หลายวันแล้ว ท่านเล่าว่าดีใจและมีความสุขมาก จึงไปเรียนให้คุณยายทองสุกทราบว่า “พี่ๆ ฉันเห็นองค์พระแล้ว ฉันเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกับองค์พระแล้ว ฉันอยากไปหาพ่อจังเลย” คุณยายทองสุกจึงชี้แนะหรือต่อธรรมะเพิ่มเติมให้โดยบอกให้คุณยายมอง เข้าไปกลางกายในกายตามหลักวิชชาไปเรื่อยๆ ก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อท่านทําได้ตามอย่างที่คุณยายทองสุกแนะนําแล้ว ช่วยพ่อจากนรก จิตละเอียดมากและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเห็นกายต่างๆ ภายในชัดเจน คือกายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์กายพรหม กายอรูปพรหมและกายธรรม กายเหล่านี้ซ้อนกันอยู่ ท่านจึงบอกกับคุณยายทองสุกว่า “พี่ ฉันพร้อมแล้วที่จะไปหาพ่อ”

             เมื่อทราบดังนั้นคุณยายทองสุกจึงพาท่านขึ้นไปบนดาดฟ้าด้วยกันในเวลากลางคืน แล้วก็นั่งนิ่งๆ หยุดในหยุดพร้อมๆ กันไป ต่างคนต่างนั่งไปสักระยะหนึ่งจนกระทั่ง ถึงจุดแห่งความตั้งมั่นของใจ แต่คุณยายทองสุกท่านก็คอยตรวจตราด้วยญาณของท่าน ไปด้วยว่าศิษย์ของท่านไปถึงระดับนั้นจริงไหม ท่านนั่งปฏิบัติประกบคู่ร่วมกันไปโดยต่างก็ เห็นซึ่งกันและกันในสมาธิแล้วคุณยายทองสุก ก็พูดขึ้นว่า “เอ้า! ละเอียดแล้ว...ทําอย่างนี้...” แล้วท่านก็บอกวิธีการและไปด้วยกัน

             เมื่อกายเบาละเอียดเท่ากับใจและรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว ไม่ว่าส่งใจไปที่ไหนกายก็จะไปถึงที่นั่น หากอยู่กับพระธรรมกายก็จะไปถึงได้เลย และต่างก็จะเห็นกันและกัน คือคุณยายทองสุกก็จะสามารถ เห็นคุณยายว่าทําอะไรอยู่ในขณะหลับตา และคุณยายก็สามารถเห็นคุณยายทองสุกในสมาธิ ได้ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าไปด้วยกัน แล้วก็จะคุยกันทั้งภายนอกและภายใน คุยไปด้วยทําสมาธิไปด้วยกันเป็นทีม เข้าธรรมกายไปพร้อมกันแล้วก็ทําตามหลักวิชชาเรื่อยไป คุณยายบอกว่าท่านไปแค่ยมโลกยังไม่ถึงมหานรก เพราะคุณพ่ออยู่ที่นั่น ทีแรกท่านก็ไม่รู้ว่าพ่อไปอยู่ตรงไหน คุณยายทองสุกก็แนะว่า “อีก้างเอ๊ย มึงเข้านิ่งๆ เข้าไปนึกถึงพ่อสิ” (คุณยายทองสุกท่านเรียกคุณยาย อาจารย์ว่า “อีก้าง” ด้วยความสนิทสนมคุ้นเคย เป็นฉายาที่ท่านตั้งไว้ใช้คนเดียวเท่านั้นเพราะ คุณยายผอมมาก แล้วคุณยายก็จะเรียกคุณยายทองสุกว่า “พี่”)

             จากนั้นคุณยายท่านก็จรดใจนิ่งแล้ว ก็นึกว่าพ่ออยู่ไหนขอให้ไปที่นั่น แล้วจิตของท่านก็ถูกดูดวูบลงไปเห็นไฟนรกลุกโชติช่วง พร้อมกับมีสัตว์นรกถูกเจ้าหน้าที่เอากระบวยตักน้ําทองแดงร้อนจัดมากรอกทําให้ร่างกาย แหลกเหลวอย่างทุรนทุราย ต้องตายแล้วเกิดใหม่เพื่อรับโทษ วนไปวนมานับครั้งไม่ถ้วน ท่านก็เล่าว่าพอพระธรรมกายไปถึงแล้วไฟนรกก็ดับมอดลง สามารถเห็นสัตว์นรกที่หลุด จากเครื่องทัณฑ์ทรมานชั่วคราวด้วยอานุภาพของพระธรรมกาย แล้วท่านก็เห็นพ่อของท่าน อยู่ ณ ที่ตรงนั้น ร่างกายของพ่อผ่ายผอมดําคล้ํา ไม่นุ่งผ้าเลย เมื่อพ่อเห็นคุณยายเข้าก็วิ่ง เข้ามาหาร้องขอให้ท่านช่วย แต่เนื่องจากท่าน เพิ่งเข้าถึงพระธรรมกายได้ไม่นาน ยังทําอะไรไม่ถูก ด้วยความสงสารพ่อมากและไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร กายมนุษย์หยาบก็น้ําตาไหล ออกมาเพราะจิตถอนขึ้นมาติดกับกายหยาบจึงมีสัญญาหยาบๆ ติดอยู่

              คุณยายทองสุกจึงถามขึ้นว่า “อีก้าง มึงร้องไห้ทําไมน่ะ” “พี่... ฉันเห็นพ่อแล้วล่ะ พ่อบอกให้ช่วย อยากพ้นทุกข์จากตรงนี้ พ่อบอกว่าพ่อมาอยู่ตรงนี้เพราะกรรมดื่มสุรา วันละ 10 สตางค์” ดื่มสุราเป็นอาจิณกรรม ก็เลยได้บาปอยู่ไม่น้อย แต่บุญที่ทําตามประเพณีก็บรรเทาเอาไว้ไม่ให้ไปถึงมหานรกซึ่งทุกข์ทรมานกว่านี้มาก เมื่อได้ยินดังนั้นแล้ว คุณยายทองสุกก็แนะนําวิธีการเพื่อช่วยเหลือ พ่อขึ้นมาจากยมโลก โดยอาศัยพระธรรมกาย แนะนําให้พ่ออาราธนาศีล 5 และให้พ่อนึกถึง บุญที่เคยทําไว้สมัยเป็นมนุษย์ บุญเก่าจะช่วยพ่อได

              นับว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาทีเดียวที่ คนเป็นๆ จะสามารถไปเยือนปรโลกได้แล้วก็ ไม่ใช่การไปเที่ยวเฉยๆ แต่ไปเพื่อช่วย ไม่คิดไม่แปลก แต่ถ้ายิ่งคิดยิ่งแปลกทีเดียว เป็นสิ่งที่เหลือวิสัยของการคิดหรือคาดเดาว่าคนตาย ไปแล้วจะสามารถไปพบกัน คุยกัน ขอขมากัน แล้วก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อย่างไร คุณยายท่านอาศัยอานุภาพของพระธรรมกายนําพา พ่อไปอยู่ในเทวโลก มีวิมานหลังเล็กๆ ที่ซอมซ่ออยู่แถบชายขอบของสวรรค์ เกิดขึ้นด้วยบุญที่เข้าวัดทําบุญตามประเพณีพ่อดีใจ มากที่ได้พ้นจากทัณฑ์ทรมานแล้ว กายก็เปลี่ยนจากกายของภพอบาย เป็นกายของเทพบุตร พระธรรมกายของคุณยายก็แนะนําพ่อว่าหากพ่อไม่อยากลงไปอยู่ที่เดิมก็ให้ภาวนา “สัมมา อะระหัง” อย่างต่อเนื่อง จากนั้น จึงสอนให้เทพบุตรใหม่เจริญสมาธิภาวนา แล้วก็อุทิศแบ่งบุญจากการปฏิบัติธรรมจนกระทั่งได้เข้าถึงพระธรรมกายให้ด้วย วิมานของพ่อจึงสว่างไสวและมีสมบัติอันเป็นทิพย์ เกิดขึ้น กายทิพย์ก็ดูงดงามมากขึ้นแล้วก็ได้ เจริญสมาธิภาวนา คุณยายท่านหมั่นไปเยี่ยมดู พ่อบ่อยๆ และเห็นว่ากายของพ่อสว่างไสว เพิ่มขึ้นก็ดีใจว่าบุญเก่าตามมาช่วยทันแล้ว คงไม่หล่นลงไปยมโลกอีก แต่เพื่อความไม่ประมาทก็ยังต้องทําภาวนาต่อไป

              เมื่อคุณยายท่านหมดเครื่องกังวลเกี่ยวกับพ่อเพราะได้สมความปรารถนาใน การขอขมาในปรโลกแล้ว คําสาปแช่งให้ หูหนวก 500 ชาตินั้นก็เป็นอันได้รับการอโหสิกรรม นอกจากนี้ท่านยังได้ตอบแทน พระคุณด้วยการช่วยพ่อให้พ้นจากยมโลกอีกด้วย ท่านจึงมีความสบายใจและคิดอยากจะ ไปวัดปากน้ําเพื่อมุ่งหน้าศึกษาวิชชาธรรมกายจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ต่อไป