อยากเปลี่ยนบรรยากาศ

วันที่ 12 มิย. พ.ศ.2560

อยากเปลี่ยนบรรยากาศ

 

 

              เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้ที่อยู่ในโรงงานทําวิชชามักจะไม่ค่อยได้ออกไปไหน เมื่อถึงเวลาทําวิชชาคณะผู้ทําวิชชาก็จะเดินเข้าไปแล้วก็จะมีการปิดประตู ใส่แม่กุญแจไว้มียามเฝ้าอีกหลายชั้น ดังนั้นผู้ที่อยู่ ในโรงงานทําวิชชาจะต้องเป็นผู้ที่รักการปฏิบัติธรรม อย่างแท้จริง จึงจะสามารถใช้ชีวิตเช่นนี้ได้

              ผู้ทําวิชชาบางคนบอกว่าอยู่อย่างนี้ทั้งวันทั้งคืน เป็นเดือนเป็นปีไม่เคยได้ออกไปที่ไหนเลย หลายท่านได้ขออนุญาตหลวงปู่วัดปากน้ําไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกวัดบ้าง เช่น ขอไปทําบุญที่โน่นที่นี่ ไปทอดกฐิน ทอดผ้าป่า บวชพระ เป็นต้น ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่ก็อนุญาตตามเห็นสมควร แม้ว่าใจจริงแล้วจะ ไม่อยากให้ออกไปก็ตาม ส่วนคุณยายกลับเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนเลย

              มีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณยายเล่าว่ามีผู้ทําวิชชาใน โรงงานกราบขออนุญาตพระเดชพระคุณหลวงปู่เพื่อไปต่างจังหวัด หลวงปู่ถามว่า “ไปทําไมวะ” “ลูกจะไปกราบรอยพระบาท” หลวงปู่ก็ถามว่า “มึงว่าตัวกับตีนอันไหนดีกว่ากัน” “ตัวดีกว่า” ท่านก็เลยให้ไปกราบพระประธานในโบสถ์สรุปก็คือไม่ต้องไปต่างจังหวัดนั่นเอง

              อีกครั้งหนึ่ง คุณยายเองอยากจะออกไปข้างนอกบ้างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ จึงกราบเรียนหลวงปู่วัดปากน้ําว่า “หลวงพ่อเจ้าคะ (คุณยายเรียกหลวงปู่ว่าหลวงพ่อ) ลูกอยากไปฝั่งพระนคร” “ไปทําไมวะ” “ไปหาซื้อทุเรียนเจ้าค่ะ” หลวงปู่ก็ตอบว่า “เออ...ทุเรียนอยู่ในท้องมึงนั่นแหละ” ซึ่งหลวงปู่หมายความว่า ให้คุณยายนึกถึงทุเรียนเอาไว้ที่ศูนย์กลางกาย แล้วก็จะได้ทุเรียนเองโดยไม่ต้องออกไปไหน เพราะไม่นานก็มีคนเอาทุเรียนมาถวายจริงๆ สรุปแล้วคุณยายก็ไม่ได้ออกจากวัดเช่นกัน

              การใช้ชีวิตอยู่แต่เพียงในโรงงานทําวิชชากับหอฉัน ทําให้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเป็นเวลานับสิบปีบางคนอาจรู้สึกเหมือนถูกจํากัดบริเวณ ต่างแต่เพียงว่า เป็นไปโดยสมัครใจ เพราะเมื่อหลับตาทําสมาธิแล้ว ก็จะก้าวออกสู่โลกกว้างที่ไร้ขอบเขต ใจเป็นอิสระคุณยายมีความสมัครใจที่จะใช้ชีวิตเช่นนี้อย่างปีติสุข เพราะท่านสามารถเข้าสู่โลกอิสระภายในตัวของท่านได้โดยท่านต้องอยู่ทําวิชชา 2 รอบ คือรอบกลางคืนตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า รวม 6 ชั่วโมง และรอบกลางวันตั้งแต่เที่ยงวันถึง 6 โมงเย็น อีก 6 ชั่วโมง การที่จะเข้าเวรรอบดึกได้จะต้องเป็นผู้ที่ทรหดอดทนมากทีเดียว เพราะโดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์มีปกติจะต้องนอนตอนกลางคืน

               นอกเหนือจากเวลาทําวิชชาแล้ว คุณยายก็ตรึกอยู่ในธรรมและต้องบริหารขันธ์ด้วยการอาบน้ํา ล้างหน้า แปรงฟัน รับประทานอาหาร ขับถ่าย ซักเสื้อผ้า ทําความสะอาดที่พักอาศัย วนเวียนอยู่เช่นนี้ ทุกวันนานหลายสิบปีแต่คุณยายก็สามารถใช้ชีวิต เช่นนี้ได้เพราะท่านรักในการปฏิบัติธรรมมากนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เอง ท่านจึงได้รับความไว้วางใจจากพระเดชพระคุณหลวงปู่มอบหมายให้ท่านเป็นหัวหน้าเวรขาดรู้คําว่า “ขาดรู้” หมายถึงการที่จิตหลุดออกจากกายหยาบอย่างสมบูรณ์ซึ่งไม่ใช่จะทํากันได้ง่ายๆ และสามารถทําได้ไม่กี่คนเท่านั้น