บันไดขั้นที่ ๓๗ จิตหมดธุลี

วันที่ 13 มิย. พ.ศ.2560

 บันไดขั้นที่ ๓๙ จิตหมดธุลี,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

    บันไดขั้นที่ ๓๗ จิตหมดธุลี

       ธุลี แปลว่า ฝุ่นละอองที่ละเอียดมากๆ เกือบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่เมื่อมันปลิวมาเกาะที่ของใสสะอาด เช่น กระจกเงาแล้วจึงเห็น แต่ถ้ายังเกาะไม่มากมัก ก็ยังไม่เห็น ที่เห็นมันได้เพราะมันทำให้ความผุดผ่อง ความใสละอาดเสียไป

        จิตมีธุลี คือ จิตที่มีกิเลสอย่างละเอียด เข้าไปแทรกซึม เกาะอยู่เต็ม ทำ ให้จิตเศร้าหมอง หมดรัศมีหมดความกระจ่าง หมดประกาย เสียประลิทริภาพในแง่อื่นๆ ตามมา เช่น คิดได้ข้า คิดได้แต่เรื่องร้ายๆ คิดอะไรไม่ออก

        จิตหมดธุลี คือ จิตที่หมดกืเลลแล้วทั้งหยาบและละเอียดทำ ให้จิตละอาด ผ่องใส นุ่มนวลควรแก่การงาน (งานของจิต คือคิด) ได้แก่จิตของพระอรหันต์
         

         ธุลีในจิต ได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ

        ราคะ คือ ความกำหนัดยินดี เป็นกิเลสอย่างละเอียดฝังอยู่ในจิตใจคนเรา ได้แก่ความรู้สึกชอบใจในรูป รส กลิ่น เสียงสัมผัส และอารมณ์ กิเลสชนิดนี้ ไม่เป็นบาปกรรม หรือเป็นความชั่วร้ายสำหรับสามัญชนทั่วไป แต่ถ้าไม่ควบคุมจิตไว้ให้ได้ราคะจะกำเริบขึ้น กลายเป็นกิเลสที่หยาบมากยิ่งขึ้น จนถึงกับทำให้ตัดสินใจทำบาปกรรม เพราะลุอำนาจแห่งความกำหนัดยินดีนั้น

         โทสะ คือ ความคิดร้าย ได้แก่ ความคิดทำลายผู้ที่ทำให้ตนโกรธ เช่น คิดจะด่า คิดจะฆ่า คิดจะเตะ คิดจะเผาบ้าน คิดจะทำให้อาย ฯลฯ

        โมหะ คือ ความหลง เป็นอาการที่จิตมืดมน ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักบุญบาป ส่วนความไม่รู้วิทยาการต่างๆ ไม่ใช่โมหะ แต่คนที่มีความรู้วิทยาการมากมายเพียงใด แต่จิตใจไม่รู้บุญบาปคุณโทษ ก็ชื่อว่าตกอยู่ในโมหะ
         
         ความแตกต่างชองราคะ โทสะ โมหะ คือ
         ราคะ - มีโทษน้อย แต่คลายช้า
         โทสะ - มีโทษมาก แต่คลายเร็ว
         โมหะ - มืโทษมาก และคลายยาก