สัมมาอะระหัง ส้มตำขายดี

วันที่ 14 กค. พ.ศ.2560

 

สัมมาอะระหัง ส้มตำขายดี, อานุภาพ “สัมมาอะระหัง,บุคคลตัวอย่าง

 

คุณเกษร กันหา

 

  แม่ค้าส้มตำ

   เราเป็นแม่ค้าส้มตำอยู่ที่สมุทรสาครหน้าโรงเรียนเทศบาล ๘ ขายมา ๑๐ กว่าปีแล้วเมื่อก่อนขายไม่ค่อยดี พักหลัง ๆ มีคนแนะนำให้เราภาวนา “สัมมาอะระหัง” เวลาขายไปก็ภาวนาไป ก็เริ่มดีขึ้นค่ะ

   เมื่อก่อนเราขายข้าวเหนียวได้วันหนึ่งแค่ ๔-๕ กิโลกรัม ตอนนี้ขายวันหนึ่งเป็นถัง ๆ“สัมมาอะระหัง” แล้วก็ขายดีขึ้นเรื่อย ๆ พอเราอธิษฐานว่า วันนี้ขอให้ของย่างหมดนะ ถ้าเรา “สัมมาอะระหัง” ก็หมดจริง ๆ

  รายจ่ายเราต่อเดือน ๓๐,๐๐๐ กว่าบาทส่งลูกเรียน ส่งรถ ส่งให้พ่อ และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนนี้เราส่งไม่ได้หรอกตั้งแต่ “สัมมาอะระหัง” ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ บางทีขายดีถึงขนาดตำส้มตำไม่ไหว ต้องไปเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย

   บางคนมาเห็นที่ตู้กระจกติดสติกเกอร์“สัมมาอะระหัง” เขาถามว่า “นี้คาถาขายของ หรือ” เราบอกว่า “ใช่ คาถาขายของ เอาไปลองดูสิ ภาวนาเอาเดี๋ยวก็ขายดี”

   เราภาวนาตลอด เข้าห้องน้ำก็ภาวนานั่งรถก็ภาวนา ก่อนนอนก็ภาวนา เพื่อนบ้านเป็นคนแนะนำมา เราก็ทำตาม รายจ่ายของเราเยอะ แต่เราจ่ายได้ เพราะเรามีลูกค้าเยอะหน้าใหม่ ๆ เยอะแยะที่มาซื้อของ ส่วนที่เป็นขาประจำก็มาอยู่แล้ว ที่เราไม่เคยเห็นก็มากันอีกเยอะ

    หมอช้อน (สมาน มะมม) : เพื่อนบ้าน
  เจ้าของรานส้มตำ เวลาเจ็บป่วยเขามารักษาทีนี่ผมมีซีดีของที่วัดก็เลยเปิดให้เขาดู พอเปิดดูเขาชอบใจ ก็ขอไปดู เราบอกว่า “เอาไปเลยเวลาทำมาหากินเอาไปภาวนากันนะ ได้ผลดีก็มาบอกกันด้วย หรือจะบอกต่อ ๆ ไปก็ได้”

 ตัวคนขายส้มตำไม่เคยกลับมาบอกเราแต่ร้านค้าที่เขาไปซื้อข้าวมาบอก คือเมื่อก่อนคนขายส้มตำซื้อข้าวเหนียววันละประมาณ๔-๕ กิโลกรัม ตอนหลังไปซื้อเป็นถัง ๆ ทุกวันเราได้ยินก็แปลกใจ จึงลองไปดูที่ร้านเขาว่าจริงไหม แต่เราไม่ได้บอกว่าเราจะไปดูนะ

  ไปถึงก็เห็นว่าจากเดิมที่เขาขายอะไรไม่ค่อยได้ กลับขายดีขนาดนี้ เราก็ดีใจกับเขาด้วย ภูมิใจกับเขาว่า “สัมมาอะระหัง” นี้ ถ้าใครปฏิบัติจริง ก็ได้จริง ๆ หาอะไรเทียบไม่ได้ครับ อยู่ที่ใจ ถ้าตั้งใจจริงก็ได้จริง

    เพื่อนบ้านแม่ค้าส้มตำ : แต่ก่อนคนนี้เขาขายไม่ดีนะ ตอนนี้ขายดี เขาทำคนเดียวรับภาระคนเดียวหมด เดือนหนึ่งภาระมากมายป้าคลุกคลีกับเขา ป้ารู้ แต่ก่อนขายข้าวเหนียววันละ ๔-๕ กิโลกรัม พอป้าบอกให้เขาภาวนา“สัมมาอะระหัง” ทำอะไรก็แล้วแต่ให้ภาวนาเอาไว้ พอเขา “สัมมาอะระหัง” ไปเรื่อย ๆ
ตอนหลังเขาขายดีขึ้นจริง ๆ

  ป้าเป็นคนไปเอาข้าวเหนียวมาให้เขา ยกมาเป็นถัง ๆ เพราะเขาขายดี บางทีเขาขายไก่หมดแล้ว ป้าบอกให้เขาไปซื้อมาใหม่ เขาก็นั่งรถออกไปซื้อมาย่างอีก เดี๋ยวก็หมดอีก ถ้าวันไหนหมดเร็ว ป้าจะให้เขาออกไปซื้อมาอีก อยากให้เขาได้เงิน ใคร ๆ ก็บอกว่า โอ้โฮ..ร้านอื่นไม่มีคน ทำไมร้านนี้ขายดีจัง เดี๋ยวนี้ ๖ โมงกว่าเขากลับแล้ว เมื่อก่อนกลับ ๓ ทุ่ม

  เวลาป้าไปตลาด ก็ถามแม่ค้าคนอื่น ๆว่า อยากขายดีไหม ถ้าอยากต้องภาวนา“สัมมาอะระหัง” จะทำอะไรก็แล้วแต่ให้ภาวนา“สัมมาอะระหัง” เรื่อย ๆ แล้วตอนนี้เขาก็ยอมรับกันว่า ภาวนาแล้วขายของดีจริง ๆ

   การภาวนา “สัมมาอะระหัง” ต้องภาวนาให้ถูกกลาง คือ ให้เสียงคำภาวนาดังมาจากกลางท้อง ตำแหน่งศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ภาวนาด้วยอารมณ์แห่งสุข ภาวนาเอาบุญด้วยความรู้สึกอิ่มใจ จิตไม่ขาดแคลน เมื่อจิตใจอิ่มในสุข อิ่มในบุญ ในไม่ช้าเราก็จะได้ครอบครองทั้งโลกิยทรัพย์และอริยทรัพย์สมความปรารถนา