มีเงิน มีเวลา คุณทำได้ คุณสิริกร ตระหนักยศ

วันที่ 05 มค. พ.ศ.2561

พลังบุญธรรมจักร มีเงิน มีเวลา คุณทำได้
คุณสิริกร ตระหนักยศ

เจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับการแปลภาษา / ล่าม

    ตอนนี้ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ค่ะ เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการแปลภาษาและเป็นล่ามในการประชุมสัมมนา ตอนเริ่มต้นธุรกิจก็ราบเรียบไม่มีปัญหาอะไร ต่อมาเรามาเจอโครงการสวดธรรมจักร ตอนนั้นคนรอบข้างบอกเศรษฐกิจไม่ดี และในอนาคตจะแย่ลงอีก เราจึงลองสวดธรรมจักรดู การสวดของเราในตอนแรกจึงเป็นการสวดเพื่อป้องกันธุรกิจของเราให้ผ่านพ้นไปได้ในภาวะแบบนี้

   สวดตอนแรก ๆ กิจการยังเหมือนเดิมคือ ๖ เดือนแรกที่สวดยังไม่เห็นผลว่าดีขึ้นเราจึงลองสังเกตดูว่าเป็นเพราะอะไร ตอนนั้นมีคำสอนเรื่องการสวดธรรมจักรออกมาว่า “ให้สวดแบบปลื้ม แบบมีความสุข สวดแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น” เราก็เลยเอะใจขึ้นมาว่า ที่เรายังไม่ดีขึ้นเพราะตลอด ๖ เดือนที่ผ่านมาเวลาเรามาสวดที่เจดีย์ซึ่งมีเสียงสวดนำอยู่แล้วเราจะสวดไปด้วย ดูโทรศัพท์ไปด้วย ตอบอีเมลลูกค้าไปด้วย ด้วยความที่เรายังไม่สามารถทิ้งงานได้ ซึ่งเราก็คิดว่าไม่เป็นไร เพราะเรามาสวดที่เจดีย์แล้ว เราทำอย่างนี้ตลอดทั้ง ๖ เดือนที่ผ่านมา

     ตอนนี้เราจึงมาปรับวิธีใหม่ โดยตัดใจเอาโทรศัพท์ไว้ในรถ เวลาสวดก็ให้เป็นเวลาของการสวดธรรมจักรจริง ๆ คือ ๑-๒ ชั่วโมงจากนี้เราจะทิ้งเรื่องงานไปเลย เวลาสวดก็หลับตาเพราะบางทีมีคนเดินไปเดินมา อาจทำให้เราเสียสมาธิ ขณะสวดก็นึกถึงหลวงปู่ ให้ท่านอยู่กลางท้องของเราหรือคลุมตัวเราอยู่ บางทีก็นึกถึงดวงแก้ว ถ้าวันไหนฟุ้งมากจะลืมตามองเจดีย์ค่ะ ส่วนใหญ่จบแรกยังมีความคิดบ้างพอเราเริ่มสบายใจ ก็จะหลับตาสวดต่อไปเรื่อย ๆ เสียงสวดจะนำใจเราให้รู้สึกสบายขึ้นและใจจะว่าง ๆ ไม่มีความคิด พอเราสวดได้ประมาณ ๓-๔ จบแล้ว ก็อธิษฐานให้ธุรกิจดีซื้อง่าย ขายคล่อง กำไรงาม ให้ได้ลูกค้าดี ๆให้ “งานง่าย เงินดี มีเวลา” เพราะเราอยากมีเวลามาทำบุญได้ด้วย

      ปกติถ้ามาที่เจดีย์เราจะสวดประมาณ ๔ จบ รวมกับที่สวดขณะเดินทาง ขณะอยู่ในที่ทำงาน และอยู่ที่บ้าน ก็จะได้วันละประมาณ ๑๐ จบค่ะ

   ต่อมา มีคำแนะนำมาอีกว่าให้ไปเวียนประทักษิณด้วย เราก็คิดว่าต้องมีความสำคัญแน่ ๆ พอสวดและอธิษฐานเสร็จแล้ว เราจึงไปเวียนประทักษิณ ในระหว่างเดินก็นึกถึงหลวงปู่ไปด้วย หรือทบทวนบุญไปด้วย ว่าเราทำบุญอะไรมาบ้าง บุญอะไรบ้างที่เกิดขึ้นที่เจดีย์ ก็มีบุญวีสตาร์ อัญเชิญหลวงปู่ หล่อหลวงปู่ ฯลฯเราก็จะปลื้มค่ะ ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าสวดแล้วปลื้มเป็นอย่างไร สวดแล้วมีความสุขเป็นอย่างไร

     พอเริ่มทำถูกหลักอย่างนี้แล้ว กิจการดีขึ้น ๆ ค่ะ แล้วก็เริ่มมีทีมงานมาช่วย ตอนนี้มีประมาณ ๑๐ กว่าคนแล้วค่ะ โฆษณาอะไรเราก็ไม่มี เป็นลักษณะลูกค้าบอกปากต่อปากแล้วส่วนใหญ่เวลาเสนอราคาไป เขาก็ตกลงให้เราทำเลย แล้วเมื่อก่อนไม่ค่อยมีเวลามาวัดเดี๋ยวนี้มาได้จริง ๆ อย่างที่เราอธิษฐานเลย คือ “งานง่าย เงินดี มีเวลา”

     สำหรับท่านที่สวดมานานแล้วยังไม่เห็นผลอะไร ก็อยากให้ลองกลับไปสังเกตตัวเองดูนะคะ ว่ามีตรงไหนยังไม่ถูกหลักวิชชาบ้างแล้วปรับเสียให้ถูก จริง ๆ หลักวิชชาก็ไม่ยากค่ะ ทำอย่างไรก็ได้ให้ใจเราอยู่กับเนื้อกับตัวถ้าเราไม่สามารถทำใจให้อยู่กับเนื้อกับตัวได้ก็ให้นึกถึงหลวงปู่ นึกถึงพระธรรมกาย หรือนึกถึงดวงแก้วไว้กลางท้อง ทำแบบนี้จะช่วยได้เยอะค่ะ ใจเราจะนิ่งได้เร็ว และเราต้องอธิษฐานกำกับด้วยแล้วจะมีความสุขและสมปรารถนาค่ะ