คุณยายสอนข้ามชาติ

วันที่ 19 มค. พ.ศ.2561

คุณยายสอนข้ามชาติ
             คุณยายมักจะสอนหลวงพ่อด้วยการเล่าเรื่องย้อนหลังย้อนหลังไปไกลๆ ชาตินั้น ชาตินี้ ชาติโน้นเคยเกิดเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้สร้างบุญอย่างนั้นสร้างกรรมอย่างนี้แล้วจึงกลายเป็นอย่างนี้ท่านสอนอย่างละเอียด
ถ้านั่งคู่กันแล้วท่านจะสอนหมดทั้งย้อนหน้าและย้อนหลังสอนว่าถ้าประกอบเหตุอย่างนี้ผลจะเป็นอย่างนั้นประกอบเหตุชาตินี้ผลชาติหน้าจะเป็นอย่างไรท่านอบรมหลวงพ่อไม่มีว่างเว้นจึงมักได้ยินเรื่องเหล่านี้อยู่เนืองๆหลวงพ่อฟังท่านสอนอย่างสบายๆเพราะท่านมีอารมณ์เดียว คือไม่เคยเห็นท่านขุ่นมัวเลยอยู่กับท่านมา40ปีก็ไม่เคยได้รับคำชมท่านไม่เคยชมเลยว่าเราเก่งจนกระทั่งละสังขารคำติก็ไม่เคยได้รับคำชมก็ไม่ได้รับได้รับแต่คำสั่งสอนสอนแต่ละครั้งก็เป็นเรื่องข้ามภพข้ามชาติ เช่น ถ้าคุณทำอย่างนี้ เดี๋ยวชาติต่อไปจะเป็นอย่างโน้น
แล้วท่านก็ยกตัวอย่างของท่านว่าให้ดูข้อบกพร่องของท่านเป็นแบบอย่างท่านมักจะเตือนหลวงพ่อเสมอๆ
ว่าหากยามใดจิตหยาบหรือท้อแท้ให้ระลึกชาติปัจจุบันหลวงพ่อถามว่าหมายถึงอะไรท่านบอกว่าให้นึกถึง
ปัจจุบัน
            นับตั้งแต่เราเกิดมาจนกระทั่งถึงบัดนี้มีอะไรขาดตกบกพร่องหรือสมบูรณ์บ้างดูแล้วเราจะได้ไม่ขี้เกียจและไม่ท้อถอยในการสร้างบารมีอันที่จริงหลวงพ่อไม่ค่อยท้อถอยกับเรื่องต่างๆอยู่แล้วเพียงแต่ทำไปเรื่อยๆมากบ้างน้อยบ้างก็ทำกันไปไม่ขาดเลยแม้แต่วันเดียวคุณยายทราบดีว่าเป็นคนไม่ท้อแต่ท่านก็เตือนทุกครั้ง
เพื่อทำหน้าที่ในการตักเตือนอบรมสั่งสอนของท่านให้สมบูรณ์สมัยนั้นมักจะมีแต่หนุ่มๆไม่ค่อยมีสาวๆเพราะถ้าเกิดมีอะไรที่ไม่เข้าท่าเข้าทางขึ้นมาดวงตาของท่านจะเข้มเป็นพิเศษแล้วท่านก็ไล่ออกไปหมดท่านบอกว่ากันไว้ดีกว่าแก้ท่านไม่ยอมปล่อยให้เรื่องราวไม่งามเกิดขึ้นแล้วค่อยมาอโหสิกรรมกันภายหลังใครๆก็ไม่สามารถรอดพ้นหูตาของคุณยายไปได้หลวงพ่อเองยังกลัวคุณยายแม้ท่านไม่ดุด่าแต่ท่านพูดรำพึงออกมาตรงๆ
วันหนึ่งขณะที่หลวงพ่อกำลังผูกเชือกรองเท้าเตรียมจะเดินทางกลับหอพักท่านก็นั่งอยู่ที่เดิมของท่านแล้ว
รำพึงผ่านอากาศขึ้นมาประโยคหนึ่งเมื่อหลวงพ่อได้ยินก็ยังไม่ทันได้คิดแต่รับว่า“ครับ”แล้วเดินไปขึ้นรถที่ตลาดพอกำลังจะขึ้นรถก็เกิดสงสัยในคำพูดของคุณยายว่าท่านต้องมีนัยอะไรสักอย่างจึงเดินย้อนกลับมาใหม่เห็นท่านกางมุ้งเรียบร้อยแล้วท่านถามขึ้นว่า“อ้าวคุณกลับมาทำไม”หลวงพ่อบอกคุณยายว่าสงสัยในสิ่งที่ท่านพูดว่าคงจะมีเหตุอะไรสักอย่างท่านเลยผางลงถูกกลางใจใสๆซึ่งหลวงพ่อก็รับปากกับท่านแล้วปฏิบัติตามอย่างนั้นตลอดมากระแสความบริสุทธิ์จากดวงใจของคุณยายซึมผ่านเข้ามาในใจของหลวงพ่อทีละนิดๆทำให้ความไมบริสุทธิ์ที่มีอยู่ในใจค่อยๆหมดไปทีละน้อยแม้ยังไม่ถึงขั้นหมดกิเลสโดยสิ้นเชิงแต่ก็อยู่ในระดับที่สามารถเป็นคนดีที่โลกต้องการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างผาสุกและเอาตัวรอดจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายได้

 

 

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร