นั่งสมาธิแล้วหลับคอตก

วันที่ 02 มิย. พ.ศ.2561

นั่งสมาธิแล้วหลับคอตก
 

สุขภาพนักสร้างบารมี , สุขภาพ , การดื่มน้ำ , ร่างกาย , ชีวิต , ระบบภายในร่างกาย , กระดูก , โรค , โรคภัยไข้เจ็บ , สุขภาพร่างกาย , วิธีรักษาสุขภาพ , โครงสร้างพื้นฐานร่างกาย , อาหาร , ยา , ปัสสาวะ อุจจาระ , สมุนไพร , น้ำซุป , ปฏิบัติธรรม , การดูแลตัวเอง , นั่งสมาธิ , ฟัน , น้ำ , Healthy , living , food , body , Health , ดูแลสุขภาพ , นั่งสมาธิแล้วหลับคอตก

       ใครที่นั่งสมาธิไม่นานก็หลับคอตกทุกครั้ง เพราะเส้นบริเวณคอติด เกิดการดึงรั้งทำให้ไปกดเส้นเลือดที่อยู่บริเวณคอทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอจึงง่วงและหลับได้ง่ายแม้จะพยายามฝืนยืดคอ แต่สักครู่ต่อมาก็หลับคอตกอีก ทั้งนี้เพราะเส้นบริเวณคอยึดเสียจนเคย ทำให้เรารู้สึกว่า นั่งคอตกแล้วสบาย ต้องรีบแก้ไขเสีย อย่าปล่อยให้เส้นดึงรั้งจนยากที่จะแก้ไข


วิธีแก้ไขด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ มีดังนี้

         ประการที่ ๑ ออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและเพียงพอ

       พวกเราที่ทำงานในออฟฟิศ หรือนั่งสมาธินานๆ ต้องวางมืออยู่ในท่าเดียวเป็นเวลานาน เส้นแถวคอและแขนติด มีอาการปวดเมื่อยที่คอและแขน การแกว่งแขนจะช่วยให้คลายได้

     การแกว่งแขนให้ได้ผลดี มีวิธีปฏิบัติดังนี้ คือ ยืนตรงให้เท้าทั้งสองแยกออกจากกัน ระยะห่างของเท้าเท่ากับช่วงไหล่ จิกปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้างให้แน่นกับพื้นและออกแรงเหยียบลงบนพื้นด้วยส้นเท้า ให้แรงจนรู้สึกว่า กล้ามเนื้อที่เท้าถึงเอวดึงๆแฟบท้อง ยืดหลังและคอให้ตรง ปล่อยมือทั้งสองข้างลงสบายๆ

        สายตามองตรงไปข้างหน้า ปล่อยข้อมือสบาย ๆ เหมือนเป็นลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักที่ปลายแขน แล้วแกว่งแขนไปข้างหน้าอย่างเบา ๆให้ความสูงของปลายแขนเป็นไปตามธรรมชาติ ขณะที่แขนตกกลับมากลางลำตัว ให้ออกแรงแกว่งไปข้างหลังเต็มที่ และในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มการออกแรงที่ส้นเท้าถึงเอวตามการออกแรงที่แขนด้วย แล้วปล่อยแรงเหวี่ยงให้แขนกลับไปข้างหน้าเอง เป็นการแกว่งแขนไปข้างหน้าโดยไม่ต้องออกแรงแกว่งแขนไปมาอย่างนี้ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ

         การแกว่งแขนที่ถูกวิธีจะสามารถปรับความไม่สมดุลต่าง ๆ  ทั้งร่างกายได้ด้วย  ถ้าหากออกแรงที่แขนเพียงอย่างเดียวก็จะเกิดประโยชน์น้อย แต่ถ้าออกแรงที่เอวและส้นเท้าร่วมด้วยจึงเป็นการปรับทั้งร่างกาย

         เวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายต้องต่อเนื่องอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จึงจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายของเรา เปรียบเสมือนการใช้ไม้ ๒ ซีกมาสีกันให้เกิดไฟ สมมุติว่า ต้องสีกันต่อเนื่องให้เกิดความร้อนสะสมนานถึง ๑๕ นาที ไฟจึงติด แต่ถ้าตอนเข้าสีไปแล้ว ๑๐ นาที ตอนบ่ายมาสีต่ออีก ๑๐ นาที ถามว่าไฟติดไหม ไม่ติดแน่นอน ครั้นตอนเย็นมาสีต่ออีก ๑๐ นาทีไฟติดไหม ไม่ติดอีกนั่นแหละ แต่ถ้าจะให้ติดเป็นไฟ ต้องให้ถึงจุดของมันคือ ๑๕ นาที ไฟถึงจะติด

        ดังนั้น  การออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนให้เกิดผลดีกับร่างกาย  จะต้องแกว่งต่อเนื่องกันอย่างน้อย ๓๐ นาที คือ แกว่งหงายมือ ๕ นาที สลับด้วยการแกว่งควรมืออีก ๕ นาที รวมได้ ๑๐ นาที กลับไปแกว่งหงายมืออีก ๕ นาที แล้วสลับกลับมาแกว่งควรมืออีก ๕ นาที รวมได้ ๒๐ นาที ย้อนกลับไปแกว่งหงายมือและควรมือ อีกอย่างละ ๕ นาที รวมทั้งหมดก็ได้ ๓๐ นาที


        ประการที่ ๒ ดื่มน้ำให้มากพอ เพราะส่วนประกอบภายในเส้นสายต่างๆ ส่วนใหญ่คือน้ำ ถ้าดื่มน้ำน้อยร่างกายก็ขาดน้ำก็จะทําให้เส้นลีบ การได้ออกกําลังกายอย่างถูกวิธีร่วมกับดื่มน้ำให้มากพอด้วย ย่อมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาเส้นติด เส้นยึด ให้หายเร็วยิ่งขึ้น


      ประการที่ ๓ ต้องเปลี่ยนอิริยาบถและรักษาอิริยาบถในท่าที่ถูกต้องอยู่เสมอ   การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ไม่ว่าเราจะทำกิจกรรมหรือทำงานประเภทใด อย่าทำอยู่ในอิริยาบถเดียวนานเกินไป เช่นนั่งนานๆ ยืนนานๆ เป็นต้น จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะๆ และรักษาอิริยาบถในท่าที่ถูกต้อง คือรักษาแนวแกนของกระดูกสันหลังให้ตรงอยู่เสมอ

        ถ้าแก้ไขด้วยตนเองข้างต้นแล้วยังไม่หาย หรือสงสัยว่ากระดูกคอมีปัญหา มีประวัติเคยหกล้ม ตกต้นไม้ ก้นกระแทก เป็นต้น ต้องรีบไปตรวจกับหมอที่ชำนาญในเรื่องการจัดกระดูกและการคลายเส้น จะได้มีโอกาสรักษาตั้งแต่ต้นมือ เมื่อไปรักษาแล้วหมอสั่งให้ทำอะไร ช่วยทำตามคำแนะนำที่หมอบอกด้วยไม่ใช่สั่งให้ออกกำลังอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่ทำ กายบริหารก็ไม่เอารักษาจนหมอตาย โรคก็ไม่หาย ลูกของหลวงพ่อต้องมองเห็นภัยในอนาคต อย่างที่พระสัมมาล้มพุทธเจ้าตรัสไว้ และเป็นวิสัยของบัณฑิตนักปราชญ์ ที่มองเห็นภัยแม้ในสิ่งที่เล็กน้อย ถ้าสิ่งที่เล็กนัอย มีภัยแล้วยังมองไม่เห็น ไปเห็นเฉพาะภัยใหญ่ๆ ถ้าอย่างนั้นไม่รอตตัวนะลูกนะ ก้นบุหรี่ก้นเดียวก็ไหม้บ้านไหม้เมืองได้ งูพิษตัวเล็กนิดเดียวก็กัดคนตายได้ คนพาลเพียงคนเดียวก็ทำลายล้างโลกได้ เช่นเดียวภัน ความประมาทเผอเรอแม้เพียงเล็กน้อยในที่สุดจะเป็นภัยแก่ตัวเราเองในบั้นปลาย